เกณฑ์และการให้คะแนนการเขียนบล็อก

เกณฑ์และการให้คะแนนการเขียนบล็อก แยกตามองค์ประกอบ 6 ด้านดังนี้

เกณฑ์การประเมิน

  1. เนื้อหาสาระครบถ้วนตรงตามประเด็น

4   หมายถึง  มีเนื้อหาสาระครบถ้วนตรงตามประเด็นที่กำหนดทั้งหมด

3   หมายถึง  มีเนื้อหาสาระค่อนข้างครบถ้วนตรงตามประเด็นที่กำหนดทั้งหมด

2   หมายถึง  มีเนื้อหาสาระไม่ครบถ้วนตรงตามประเด็นแต่ภาพรวมของสาระทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์พอใช้

1   หมายถึง  มีเนื้อหาสาระไม่ครบถ้วนภาพรวมของสาระทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ต้องปรับปรุง

» Read more

โครงสร้างโลก

โครงสร้างโลก

 1.1 การศึกษาโครงสร้างโลก
1.2 การแบ่งโครงสร้างโลก
1.1การศึกษาโครงสร้างโลก
 การศึกษาโครงสร้างภายในของโลก โดยศึกษาการเดินทางของ “คลื่นซิสมิค” (Seismic waves) ซึ่งมี 2 ลักษณะ คือ
   คลื่นปฐมภูมิ (P wave) เป็นคลื่นตามยาวที่เกิดจากความไหวสะเทือนในตัวกลาง โดยอนุภาคของตัวกลางนั้นเกิดการเคลื่อนไหวแบบอัดขยายในแนวเดียวกับที่คลื่นส่งผ่านไป คลื่นนี้สามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่เป็นของแข็ง ของเหลว และก๊าซ เป็นคลื่นที่สถานีวัดแรงสั่นสะเทือนสามารถรับได้ก่อนชนิดอื่น โดยมีความเร็วประมาณ 6 – 8 กิโลเมตร/วินาที คลื่นปฐมภูมิทำให้เกิดการอัดหรือขยายตัวของชั้นหิน ดังภาพที่ 3
  คลื่นทุติยภูมิ (S wave) เป็นคลื่นตามขวางที่เกิดจากความไหวสะเทือนในตัวกลางโดยอนุภาคของตัวกลางเคลื่อนไหวตั้งฉากกับทิศทางที่คลื่นผ่าน มีทั้งแนวตั้งและแนวนอน คลื่นชนิดนี้ผ่านได้เฉพาะตัวกลางที่เป็นของแข็งเท่านั้น ไม่สามารถเดินทางผ่านของเหลว คลื่นทุติยภูมิมีความเร็วประมาณ 3 – 4 กิโลเมตร/วินาที คลื่นทุติยภูมิทำให้ชั้นหินเกิดการคดโค้ง
ขณะที่เกิดแผ่นดินไหว (Earthquake) จะเกิดแรงสั่นสะเทือนหรือคลื่นซิสมิคขยายแผ่จากศูนย์เกิดแผ่นดินไหวออกไปโดยรอบทุกทิศทุกทาง เนื่องจากวัสดุภายในของโลกมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน และมีสถานะต่างกัน คลื่นทั้งสองจึงมีความเร็วและทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไปดังภาพที่ 4 คลื่นปฐมภูมิหรือ P wave สามารถเดินทางผ่านศูนย์กลางของโลกไปยังซีกโลกตรงข้ามโดยมีเขตอับ (Shadow zone) อยู่ระหว่างมุม 100 – 140 องศา แต่คลื่นทุติยภูมิ หรือ S wave ไม่สามารถเดินทางผ่านชั้นของเหลวได้ จึงปรากฏแต่บนซีกโลกเดียวกับจุดเกิดแผ่นดินไหว โดยมีเขตอับอยู่ที่มุม 120 องศาเป็นต้นไป

ภาพคลื่นปฐมภูมิ (P wave) และคลื่นทุติยภูมิ (S wave)

ภาพการเดินทางของ P wave

และ S wave ขณะเกิดแผ่นดินไหว

แหล่งน้ำ

แหล่งน้ำ

ภาพที่ 1 โลก ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน

        แม้ว่าพื้นผิว 2 ใน 3 ส่วนของโลกปกคลุมไปด้วยน้ำ  แต่น้ำจืดที่สามารถนำมาใช้ในการดำรงชีวิตของมนุษย์กลับมีไม่ถึง 1%  ถ้าหากสมมติว่าน้ำในโลกทั้งหมดเท่ากับ 100 ลิตร จะมีน้ำทะเล 97 ลิตร  น้ำแข็งเกือบ 3 ลิตร  ส่วนน้ำจืดที่เราสามารถใช้บริโภคอุปโภคได้มีเพียง 3 มิลลิลิตร ดังภาพที่ 2  ด้วยเหตุนี้น้ำจึงเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่า และขาดแคลนง่าย 

ภาพที่ 2 เปรียบเทียบแหล่งน้ำบนโลก

เชื้อเพลิงธรรมชาติ

เชื้อเพลิงธรรมชาติ

 

        เชื้อเพลิงธรรมชาติเป็นทรัพยากรพลังงานที่สำคัญในอุสาหกรรมการผลิตไฟฟ้า และการพัฒนาประเทศ เชื้อเพลิงธรรมชาติแต่ละชนิดกำเนิดและมีประโยชน์ที่แตกต่างกัน

สาระการเรียนรู้:

แร่

แร่

 ผลึกแร่ชนิดต่าง ๆ

แร่ (อังกฤษ: Mineral) เป็นธาตุหรือสารประกอบทางเคมีที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ด้วยกระบวนการทางอนินทรีย์ ส่วนใหญ่เป็นของแข็ง มีโครงสร้างภายในที่เป็นระเบียบ มีสูตรเคมีและสมบัติอื่น ๆ ที่แน่นอนคงที่หรืออาจเปลี่ยนแปลงได้ในวงจำกัด

 

ดิน

ดิน

ตัวชีวัด

  1. สำรวจ ทดลองและอธิบายลักษณะของหน้าตัดข้างของดิน สมบัติของดิน และกระบวนการเกิดขึ้น
  2. สำรวจ วิเคราะห์และอธิบาย การใช้ประโยชน์

สาระการเรียนรู้

  1. ดินมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกันตามวัตถุต้นกำเนิดดิน ลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะภูมิประเทศ พืชพรรณ สิ่งมีชีวิตและระยะเวลาในการเกิดดิน และตรวจสอบสมบัติบางประการของดิน
  2. ชั้นหน้าตัดแต่ละชั้นแต่ละพื้นที่มีลักษณะ สมบัติ และองค์ประกอบต่างกัน
  3. ดินในแต่ละท้องถิ่นมีลักษณะและสมบัติต่างกันตามสภาพของดิน จึงนำไปใช้ประโยชน์ต่างกัน
  4. การปรับปรุงคุณภาพดินขึ้นอยู่กับสภาพของดิน เพื่อทำให้ดินมีความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์

เนื้อหา

หน้าตัดด้านข้างของดิน

สมบัติบางประการของดิน

 

วัดม่วง

คอลัมน์ เหนื่อยนักพักก่อน 

ตอน พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง 

โดย ผิงดาว

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

สำหรับใครที่สนใจประวัติศาสตร์และชื่นชอบการท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรม ขอแนะนำสถานทีท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง ว่ากันว่า ที่นี่เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าเรื่อง “มอญ” ในมิติต่างๆ และยังเป็นสถานที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุที่มีคุณค่าจำนวนมากที่บอกเล่าเรื่องราวชาว “มอญ” อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง ตั้งอยู่ภายในวัดม่วง ริมแม่น้ำแม่กลอง ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยชาวบ้านวัดม่วง ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศิลปากรรวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่พระสงฆ์ในวัดม่วงได้รวบรวมไว้ในอาคารพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นใหม่ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง เมื่อวันที่  26 กุมภาพันธ์ 2536

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

ศิลปะและโบราณวัตถุจำนวนมากมายที่นำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ได้รับบริจาคจากชาวบ้านในท้องถิ่น โดยคุณสวัสดิ์  เจิงเครือ ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ และปราชญ์ชาวบ้านภาษามอญ เป็นผู้พาเดินชมพร้อมให้ข้อมูลที่น่าสนใจ อาทิมอญในไทย เป็นกลุ่มชนที่อพยพจากประเทศพม่า เข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางและรัตนโกสินทร์ตอนต้น มักตั้งถื่นฐานอยู่ริมน้ำ โดยเฉพาะบริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และบริเวณลุ่มน้ำแม่กลองที่จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันเป็นชนชาติที่ “สิ้นแผ่นดิน แต่ไม่สิ้นชาติ” เพราะมีวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองโดยปฏิบัติสืบมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากชาวมอญในชุมชนต่างๆ

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

การแต่งกายของชาวมอญ

ชุมชนมอญบ้านม่วงเป็นชุมชนที่เก่าแก่กว่า 354 ปี ชาวมอญในบ้านม่วงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ยังสามารถดำรงวัฒนธรรมเอกลักษณ์ของชาวมอญอยู่ได้มากกว่าชุมชนมอญอื่นในปัจจุบัน และสำเนียงภาษามอญมีลักษณะค่อนข้างแตกต่างจากสำเนียงภาษามอญในย่านลุ่มน้ำแม่กลอง ที่น่าสนใจคือ มีความเชื่อเกี่ยวกับการนับถือผี และยังนับถือพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

เครื่องเซ่นบูชาในพิธีกรรมรำผีมอญบ้านม่วง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

คัมภีร์งาช้าง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

ผ้าห่อคัมภีร์

คัมภีร์งาช้าง เป็นคัมภีร์ว่าด้วยสวดนากให้เป็นพระในโบสถ์ของมอญบ้านม่วง เป็นอักษรเม็ดมะขาม หรือผ้าห่อคัมภีร์ โบราณวัตถุสำคัญของวัดม่วง  มีเป็นจำนวนมากที่เก่าแก่ถึงสมัยอยุธยา นับว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติที่มีคุณค่าแทบหาไม่ได้ในปัจจุบัน ประเพณีการใช้ผ้าที่สวยงามห่อพระคัมภีร์นี้สะท้อนถึงความศรัทธาในพระศาสนาของชาวมอญได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับ ธรรมาสน์วัดม่วง คือ ธรรมมาสน์แบบมอญ สะท้อนถึงการนับถือและปฏิบัติทางศาสนาแบบคนมอญดั้งเดิมอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

ธรรมาสน์วัดม่วง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

สวัสดิ์  เจิงเครือ ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์

พิธีงานบวชของชาวมอญ การแต่งกายจะแตกต่างจากชาวไทย โดยวันแห่เที่ยว ยังไม่โกนผม นากห่มสะไบ นุ่งผ้ายก  ตัดผมทรงดอกกะทุ่ม ใส่กำไลข้อเท้า  ส่วนชุดสีขาวจะใส่ตอนเข้าโบสถ์

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

เครื่องแต่งกายของนากชาวมอญ

ประเพณี 12 เดือน ของคนมอญในประเทศไทย มีธรรมเนียมปฏิบัติอยู่บนหลักความเชื่อทางพุทธศาสนาและการนับถือผี โดยจัดแบ่งช่วงเวลาประกอบพิธีกรรมสัมพันธ์กับการทำกสิกรรมในรอบปี

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

ตารางประเพณี 12 เดือน ของชาวมอญ

ยังมีภาพวาดและเรื่องราวของพระเจ้าราชาธิราช กษัตริย์มอญผู้ทรงความสามารถด้านการทำมหายุทธสงครามกับพม่ายาวนาน พระนามของพระองค์จึงยิ่งใหญ่ทั้งในชาวพม่าและชาวมอญ ในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้มีปัญญาบารมีในการศึกและการปกครอง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

ภาพพระเจ้าราชาธิราช

นอกจากนี้ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ยังจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับความสำคัญของลุ่มน้ำแม่กลองในอดีต  และจัดแสดงภาพถ่ายที่บอกเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่น ความสัมพันธ์ในด้านเศรษฐกิจ  สังคม วัฒนธรรมของชุมชนบ้านม่วง กับชุมชน ตั้งแต่เขตอำเภอบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม  และชุมชนใกล้เคียง จัดแสดงเอกลักษณ์ของชาวมอญและเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน  ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.

สอบถามเพิ่มเติมที่โทร  089 – 885  8817 หรือ โทร 086- 809 4114  และ  www.monstudies.org

การเดินทาง จากตัวเมืองราชบุรี ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 แล้วแยกเข้าไปอำเภอบ้านโป่ง  ผ่านทางหลวงหมายเลข 3089  (โคกสูง – เบิกไพร) และข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลองไปเพียงเล็กน้อยก็จะถึงพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

– See more at: http://www.truelife.com/old/detail/820886#sthash.FHD65XxG.dpuf

 

1 2 3