โครงงาน..เเบตสำรองจากถ่านไฟฉาย

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง แบตสำรองจากถ่านไฟฉาย

โรงเรียน โพธาวัฒนาเสนี

จัดทำโดย

ด.ช.ชัยชนะ บุตรเพียร เลขที่ 2

ด.ช.พณิชพล ทองมอญ เลขที่ 9

ด.ช.ภัทรพล ปิ่นทอง เลขที่ 10

ครูที่ปรึกษา

ครู สราวุธ       สุธีรวงศ์

 

ชื่อโครงงานวิทยาศาสตร์   แบตสำรองจากถ่านไฟฉาย

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์   1) ด..ชัยชนะ   บุตรเพียร

                                                      2) ด..พณิชพล  ทองมอญ

                                                      3) ด..ภัทรพล   ปิ่นทอง

                                                     ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๗

ชื่อครูที่ปรึกษาโครงงาน     1)อาจารย์สราวุธ   สุธีรวงศ์

บทคัดย่อ

         การทำโครงงานเเบตสำรองจากถ่านไฟฉายมีวัตถุประสงค์คังนี 1)เป็นต้นเเบบในการพัฒนาเเบตสำรองที่ทำจากถ่านไฟฉาย

2)คนที่สนใจสามารถนำไปประยุกต์ต่อได้

 

 

กิตติกรรมประกาศ

การเขียนโครงงานเรื่องเเบตสำรองจากถ่านไฟฉ่ายฉบับนี้สำเร็จลงด้วยดีคณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณที่ปรึกษาอาจารย์ สราวุธ   สุธีรวงศ์ ที่ได้คำปรึกษาเเนะนำเเนวทางในการเขียนโครงงานครั้งนี้

เเละหวังว่าโครงงานเรื่องเเบตสำรองฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันต่อไป

 

บทที่ 1

ที่มาเเละความสำคัญ

เนื่องจากเพาเวอร์เเบงค์มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะคนเราในตอนนี้ใช้โทรศัพท์ในการสื่อสาร และการติดต่อระหว่างกัน ทำให้สะดวกขึ้น ไม่เหมือนในอดีต ที่จะต้องสื่อสารกันด้วยจดหมาย บางครั้งการส่งจดหมายอาจจะตกหล่นหรือ

หล้าช้า

เมื่อแบตโทรศัพท์หมด เราจึงต้องพี่งแบตสำรอง ราคาของเพาเวอร์มีราคาที่สูงขึ้นตามกำลังของไฟฟ้าที่จุได้ กลุ่มเราคิดที่จะช่วยลดพลังงานไฟฟ้าจึงคิดค้นเพาเวอร์เเบงค์ที่สามารถทำเองไดเเละอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด

  • วัตถุประสงค์ของการศึกษา

1.เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปปฏิบัติตามหรือทำตามได้

2.เพื่อประหยัดเงินในการซื้อเพาเวอร์เเบงค์

3.เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

  • ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงงาน

1.รู้วิธีการประดิษฐ์เพาเวอร์แบงค์ที่สามารถใช้งานได้

2.เป็นต้นแบบในการพัฒนาแบตสำรองที่ใช้ถ่านไฟฉาย

 

บทที่ 2

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ถ่านไฟฉาย

 ถ่านไฟฉาย เป็นเซลล์ไฟฟ้าเคมีที่ไม่ใช้สารละลายที่เป็นของเหลว จึงเรียกว่า เซลล์แห้ง (Dry cell) ผู้ที่สร้างเซลล์ไฟฟ้าเคมีชนิดนี้คือ เลอ คังเช George Leclanché ผู้ที่สร้างถ่านไฟฉาย ดังนั้น จึงอาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เซลล์เลอคังเช ถ่านไฟฉาย 1 ก้อน หรือ 1 เซลล์ มีความต่างศักย์ประมาณ 1.5 โวลต์ เราไม่ควรแกะดูชิ้นส่วนของถ่านไฟฉาย เพราะสารเคมีทีใช้ทำแบตเตอรี่นั้นอันตรายมาก

ส่วนประกอบของไฟฉาย
ถ่านไฟฉายประกอบด้วยแท่งแกรไฟต์ตรงกลางเป็นขั้วแคโทดมีอิเล็กโทรไลต์เป็นส่วนผสมของแมงกานีส (IV) ออกไซด์ (MnO2) แอมโมเนียมคลอไรด์ (NH4Cl) ซิงค์คลอไรด์ (ZnCl2) แป้งเปียก ผงคาร์บอน และน้ำคลุกเคล้าอยู่ด้วยกันในลักษณะเป็นอิเล็กโทรไลต์ชื้น สารทั้งหมดบรรจุอยู่ในกล่องสังกะสีอาจหุ้มด้วยกระดาษ แผ่นพลาสติกหรือโลหะสแตนเลส เพื่อป้องกันไม่ให้สารภายในรั่วออกมา ด้านบนของแท่งแกรไฟต์ครอบด้วยโลหะสังกะสีอีกชิ้นหนึ่ง ส่วนด้านล่างมีแผ่นสังกะสีทำหน้าที่เป็นขั้วแอโนด

ถ่านคาร์บอนเคลือบสังกะสี (Carbon-zinc cells) เป็นถ่านไฟฉายรุ่นแรกๆ ที่ไม่สามารถรีชาร์จได้ และในปัจจุบันก็ได้มีถ่านประเภทอื่นๆ ออกมาแทนที่จำนวนมาก

ถ่านอัลคาไลน์แบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable alkaline cells) ถ่านประเภทนี้เริ่มมีใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ.2501 ซึ่งเมื่อแรกเริ่มนั้นเป็นที่นิยมกันมากเพราะสามารถให้พลังงานได้มากกว่า ถ่านไฟฉายแบบเก่า แต่ในระยะหลังเริ่มตระหนักกันถึงปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากการใช้ถ่านอัลคาไลน์แบบใช้แล้วทิ้งกันมากขึ้น โดยที่ถ่านไฟฉายประเภทนี้มีสารปรอทเป็นส่วนประกอบ ปริมาณการใช้งานที่นิยมกันมากทำให้เกิดปัญหาขยะมีพิษเพิ่มมากขึ้นทั่วโลกถ่านอัลคาไลน์รีชาร์จ (Rechargeable alkaline) เริ่มมีใช้เมื่อ พ.ศ.2536 ให้พลังงาน 1.5 โวลต์ เท่ากับถ่านอัลคาไลน์แบบใช้แล้วทิ้ง แต่เมื่อมีการชาร์จไปเรื่อยๆ ประสิทธิภาพของถ่านจะลดลงตามจำนวนการชาร์จ ถึงแม้จะดูแลรักษาและชาร์จอย่างดีก็ตาม ดังนั้น เพื่อให้ถ่านอัลคาไลน์รีชาร์จมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด จึงควรรีชาร์จถ่านอย่างสม่ำเสมอและอย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง และจำเป็นจะต้องใช้เครื่องชาร์จเฉพาะด้วย

ถ่านลิเธียม (Lithium cells) มีการเริ่มใช้ถ่านลิเธียมครั้งแรกกับไฟฉายติดศีรษะที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรม ซึ่งในขณะนั้นมีราคาแพงมากถึง 20 เหรียญสหรัฐ มีอายุการใช้งานยาวนานมาก และยังสามารถใช้งานในสภาพอากาศที่หนาวเย็นมากๆ ได้อีกด้วย แต่เนื่องจากมันมีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นส่วนประกอบ จึงถูกห้ามนำขึ้นเครื่องบินไม่ว่าจะติดตัวขึ้นไปหรือใส่ในกระเป๋าเดินทางที่โหลดไว้ใต้เครื่อง

ผู้ผลิตจึงได้พัฒนาถ่านลิเธียมประเภทนี้ออกมาใหม่ เป็นลิเธียมธิโอนีลคลอไรด์ ใช้ได้ดีกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานต่ำ เช่น หลอด LED-Light-emitting diode สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ มีการผลิตออกมาในขนาด AA และยังมีราคาที่ถูกลงอีกด้วย (ประมาณ9-11 เหรียญสหรัฐ) เมื่อเทียบกับว่าถ่านก้อนหนึ่งสามารถใช้ได้นานหลายเดือน
ถ่านนิกเกิลแคดเมียมหรือนิแคด (Nickel-cadmium cells, Nicads) เป็นถ่านที่สามารถรีชาร์จได้ เริ่มมีใช้ครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1950 (พ.ศ.2493) และสามารถจะรีชาร์จใหม่ได้นับร้อยครั้ง แต่มีปัญหากระทั่งนำสู่การพัฒนาเป็น ถ่านนิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ (Nickel-metal hydride, NiMH) มีประสิทธิภาพอยู่ตรงกลางระหว่างถ่านนิแคดและถ่านอัลคาไลน์รีชาร์จ ให้พลังงาน 1.2 โวลต์ เหมือนถ่านนิแคด และสามารถชาร์จใหม่ได้หลายร้อยครั้งเช่นกัน แต่การชาร์จถ่าน NiMH จะไม่เกิดเมโมรี่เอฟเฟ็กต์เหมือนถ่านนิแคด ตัวถ่าน NiMH สามารถรีชาร์จด้วยตัวเอง ประมาณ 1-4% ของพลังงานที่เหลืออยู่ทุกวัน อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถเก็บถ่าน NiMH เอาไว้ได้นานเท่ากับถ่านอื่นๆ

 

บทที่ 3

วัสดุ อุปกรณ์และวิธีทำการทดลอง

  • วัสดุอุปกรณ์ในการประดิษฐ์

1.แบตเตอร์รี่

2.หัวแปลง

3.สาย USB

4.ตัวช็าตแบตโทรศัพท์บนรถยนต์

5.กระป๋องแป้ง

  • ขั้นตอนการประดิษฐ์

1.นำถ่านมาติดกับหัวแปลง

2.ทำการบัดกรีสายไฟเข้ากับตัวช็าตไฟบนรถ

3.จากนั้นเจาะรูกระป๋องแป้งให้เท่ากันช่องUSB

4.ติดตัวช็าตแบตบนรถให้ช่องUSBตรงกันด้วยกาวร้อนหรือกาวตราช้าง

5.ลองช็าตโทรศัพท์ถ้าช็าตได้ก็ถือว่าสำเร็จ

โครงงานวิทยาศาสตร์ ว่าวไอพ่นจากถุงพลาสติก (งานเดี่ยว)

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง ว่าวไอพ่นจากถุงพลาสติก

หลังจากไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต แล้วมาเอาของออกจากถุงที่บ้าน ก็พบว่ามีถุงพลาสติกเหลือเยอะแยะเลยครับ เก็บใว้ใช้ใส่ขยะบ้าง ใส่ของอย่างอื่นบ้าง ก็ยังเหลืออีกหลายถุง ช่วงนี้ลมค่อนข้างแรง มาทำว่าวไร้โครงเล่นกันดีกว่าครับว่าวไอพ่นนี้เป็นว่าวที่ทำจากถุงพลาสติก ที่สามารถบินได้ในกระแสลมเบาๆ หรือแม้ขณะที่ไม่มีลม ก็สามารถเล่นได้ เพียงแค่การเดินลากเท่านั้น ถ้าเล่นว่าวนี้ในกระแสลมที่แรงกว่า 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจต้องใช้ตัวต้านลม (drogue) หรือ หางว่าว ช่วยเพื่อให้มีเสถียรภาพ ว่าวไอพ่น เป็นว่าวประเภทอ่อน (soft kite) ที่ไม่มีโครงใดๆ ลอยได้และคงรูปร่างได้ เนื่องจากอากาศที่วิ่งผ่านท่อทั้งสองด้าน คล้ายไอพ่นของเครื่องบิน

อุปกรณ์ที่ใช้……..

กรรไกร หรือ มีดคัตเตอร์, ปากกา permanent, ดินสอ

วัสดุที่ใช้….

ถุงพลาสติก, เทปกาว, ด้าย, กระดาษแข็ง

ขั้นตอนการทำ…

ใช้กรรไกร หรือ คัตเตอร์ ตัดขอบถุงพลาสติกด้านบนและล่างทิ้งไป
จะได้ผลออกมาดังภาพ

แผ่ถุงพลาสติกออก ให้ส่วนที่พับอยู่ด้านใน คลี่ออกมาให้สุด แล้วใช้กรรไกรหรือคัตเตอร์ ตัดออกมาเป็น 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งสำหรับด้านหน้าของว่าว อีกชิ้นสำหรับทำท่อไอพ่นด้านหลังว่าว

ถ้าจะให้สวย อาจกำหนดให้โลโก้ของถุง อยู่ตรงกลางว่าวพอดี เป็นชิ้นสำหรับทำหน้าว่าว

ใช้ปากกาเขียนบนถุงพลาสติก ตามขนาดที่ให้มาด้วย

ใช้กรรไกร หรือ คัตเตอร์ ตัดชิ้นส่วนของตัว 1 ชิ้น และชิ้นส่วนของไอพ่น 2 ชิ้น

วางแผ่นว่าวด้านหน้าให้คว่ำลง ใช้เทปกาวติดไอพ่นทั้ง 2 ชิ้น เข้ากับตัวว่าว โดยให้ เส้น C ของปีกว่าว ทาบกับ เส้น A ด้านหลังของตัวว่าว

ลิกว่าวให้ด้านหน้าอยู่บน ใช้เทปกาวติดขอบด้้านนอกของตัวว่าว (เส้น B) เข้ากับ เส้น D ของปีก ทั้งสองด้าน (เนื่องจากความยาวของ D จะยาวกว่า B อยู่เล็กน้อย ให้ยึดจุดด้านล่างให้ตรงกันครับ จะทำให้ด้านบนเลยออกมานิดหน่อย จะทิ้งไว้อย่างนั้น หรือจะตัดแต่งทิ้งไปก็ได้ครับ

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง แบตสำรองพลังงนแสงอาทิตย์ (งานกลุ่ม)

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง แบตสำรองพลังงานแสงอาทิตย์

โรงเรียน โพธาวัฒนาเสนี

จัดทำโดย

ด.ช.ชัยชนะ บุตรเพียร เลขที่ 2

ด.ช.พณิชพล ทองมอญ เลขที่ 9

ด.ช.ภัทรพล ปิ่นทอง เลขที่ 10

ครูที่ปรึกษา

อ.สราวุธ สุธีรวงศ์

  • ที่มาเเละความสำคัญ

     เนื่องจากเพาเวอร์เเบงค์มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เเละราคาของเพาเวอร์มีราคาที่สูงขึ้นตามกำลังของไฟฟ้าที่จุได้ กลุ่มเราคิดที่จะทำเพาเวอร์เเบงค์ที่จะสามารถทำเองได้ ง่ายๆ เเละอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด

  • วัตถุประสงค์ของการศึกษา

1.เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปปฏิบัติตามหรือทำตามได้

2.เพื่อประหยัดเงินในการซื้อเพาเวอร์เเบงค์

3.เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

  • ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงงาน

1.รู้วิธีการและประดิษฐ์เพาเวอร์แบงค์ใช้เองได้

  • ปัญหา

1.เพาเวอร์แบงค์มีราคาเเพง

2.กระป๋องมีจำนวนมากในท้องถิ่น

  • วัสดุอุปกรณ์ในการประดิษฐ์