อาหารและสารอาหาร

อาหารและสารอาหาร

อาหาร (Food) คือ สิ่งที่นําเขาสูรางกายแลวมีประโยชนทําใหรางกายเจริญเติบโต มีพลังงานในรางกายและชวยซอมแซมสวนที่สึกหรอ

สารอาหาร (Nutrients) คือ โมเลกุลของสารที่สิ่งมีชีวิตนําไปใชในการดํารงชีพไดสารอาหารที่รางกายตองการแบงเปน 6 ประเภทคือ คารโบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน เกลือแร และน้ํา ซึ่งสารอาหารเหลานี้ใหประโยชนตอรางกายตางกันและรางกายตองการในปริมาณที่ไมเทากันดวย » Read more

อาหารเเละสารอาหาร.

อาหารและสารอาหาร↓ อาหาร (food) คือ สิ่งที่เรารับประทานได้โดยปลอดภัยและให้สารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ในประเทศไทยมักจำแนกเป็น 5 หมู่ หรือ 5 กลุ่ม เพื่อเป็นแนวทางให้คนไทยบริโภคอาหารที่หลากหลายและครบส่วน อาหาร 5 หมู่ ได้แก่หมู่ที่ 1 ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน

หมู่ที่ 2 ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ถั่ว ไข่

หมู่ที่ 3 ได้แก่ ไขมันและน้ำมัน

หมู่ที่ 4 ได้แก่ ผัก

หมู่ที่ 5 ได้แก่ ผลไม้ 

 

» Read more

อาหารและสารอาหาร

อาหาร…ยาวิเศษเพิ่มพลังสมอง

   ความหมายของอาหาร 


อาหาร หมายถึง สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ไม่ทำให้เกิดโทษ เช่น เนื้อสัตว์ ข้าว แป้ง ผัก ผลไม้ นม ฯลฯ ยกเว้นยารักษาโรค 

อาหารที่เรารับประทาน ได้แก่   เนื้อสัตว์  ข้าว แป้ง  ผัก  ผลไม้้  และไขมัน

 ความหมายของอาหาร

       อาหาร หมายถึง สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ไม่ทำให้เกิดโทษ เช่น เนื้อสัตว์ ข้าว แป้ง ผัก ผลไม้ นม ฯลฯ ยกเว้นยารักษาโรค

ความหมายของอาหาร ( มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 )

 อาหาร คือ วัตถุทุกชนิดที่คนกิน ดื่ม ดม หรือนำเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีการใดๆ หรือรูปลักษณะใดๆ แต่ไม่รวมถึงยา วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หรือเสพย์ติดให้โทษตามกฎหมาย

 อาหาร คือ วัตถุประสงค์ที่มุ่งหมายสำหรับใช้หรือใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหารรวมถึงวัตถุเจือปนอาหาร สีและเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส

 สารอาหาร หมายถึง สารที่ได้รับจากอาหาร ที่รับประทานเข้าไปในร่างกายแล้ว จะนำไปใช้ประโยชน์ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ให้พลังงานในการดำรงชีวิต เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆของ ร่างกาย

 

การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการ สามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ คือ

1 คาร์โบไฮเดรท

2 โปรตีน

3 ไขมัน

4 เกลือแร่

5 วิตามิน

การ แบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

  • กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน ได้แก่ คาร์โบไฮเดรท โปรตีน และไขมัน
  • กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน ได้แก่ เกลือแร่ และ วิตามิน

     สารอาหาร คือ “ องค์ประกอบของสารประกอบทางเคมีของธาตุต่างๆ ที่มีอยู่ในอาหารที่เรากินเข้าไป สารอาหารมีโครงสร้างโมเลกุลเฉพาะตัว เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาหารแต่ละชนิดประกอบด้วยโมเลกุลของสารอาหารหลายๆ ตัว ” ร่างกายเราต้องการสารอาหารกว่า 40 ชนิด และเพื่อให้ง่ายอีกเช่นกัน เราจึงจัดเป็นสารอาหารออกเป็นพวกๆ ที่สำคัญมี 6 จำพวก ได้แก่ สารอาหาร คาร์โบไฮเดรท , โปรตีน , ไขมัน , วิตามิน , เกลือแร่ , และน้ำ สารอาหารแต่ละชนิดมีหน้าที่เด่นเฉพาะแตกต่างกัน

 

» Read more

อาหารและสารอาหาร

สารอาหาร เป็น สารเคมีที่ สิ่งมีชีวิต ต้องการเพื่อการดำรงชีพ และ เติบโต หรือ เป็น สารที่ที่ใช้ในกระบวนการสร้างและสลาย โดยที่สิ่งมีชีวิตนั้นจะรับสารอาหารจากสิ่งแวดล้อมของมัน[1]

การนำเข้า สารอาหาร นั้นต่างกันกับสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ กัน สัตว์ และ โพรทิสต์ จะนำเข้าสารอาหารโดยระบบการย่อยภายใน ส่วนพืชนั้นจะนำเข้าสารอาหารได้โดยตรงจากดิน ผ่านทางราก หรือนำเข้าสารอาหารจากบรรยากาศ

                                                           

 

อาหาร หมายถึง สิ่งที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่เป็นโทษต่อร่างกายและมีประโยชน์โดยทำให้ร่างกายดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข และให้พลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งพลังงานเหล่านี้นำมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ประกอบด้วยสารอาหารหลายประเภท คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร

 

 

สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบในอาหารนั้นมีมากมายหลายชนิด จะรวมเรียกว่า “สารอาหาร” การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการจะพิจารณาจากปริมาณของสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารนั้นๆ มากที่สุดเป็นหลัก ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ ดังนี้ คือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เหล่านี้เมื่อรับประทานเข้าไปจะถูกเผาผลาญให้เกิดเป็นพลังงานและความร้อนเพื่อนำไปใช้ควบคุมการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น การเดิน การวิ่ง การยืน การนอน การหายใจ เป็นต้น ซึ่งหากแบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร

 

 

อาหารและสารอาหาร

สารอาหาร หมายถึง สารท่ีเป็นส่วนประกอบอยู่ในอาหาร ที่รับประทานเข้าไปในร่างกายแล้วร่างกายนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตของร่างกาย เช่น ให้พลังงานในการดำรงชีวิต เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อ ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
 

http://www.thaigoodview.com/files/u1/pyramidforolder50.jpg

การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการ สามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ คือ

1. คาร์โบไฮเดรต

2. โปรตีน

3. ไขมัน

4. เกลือแร่

5. วิตามิน

การแบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate)
คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานและความร้อน เช่นเดียวกับโปรตีน และไขมัน โดย คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี (calorie) หน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของคาร์โบไฮเดรต คือน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (monosaccharide) ซึ่งเชื่อมต่อกัน ด้วยพันธะไกลโคไซด์ (glycosidic linkage) ทำให้โมเลกุลใหญ่ขึ้น เกิดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่หลากหลายชนิด ได้แก่

  • น้ำตาลโมเลกุลคู่ (disaccharide) ประกอบด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 โมเกลุกล เช่น น้ำตาลซูโครส (sucrose) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าน้ำตาลทราย
    น้ำตาลมอลโทส (maltose) ซึ่งพบในมอลต์ (malt) และ น้ำตาลแล็กโทส (lactose) ซึ่งพบในน้ำนม เป็นต้น
  • โอลิโกแซ็กคาไรด์ (oligosaccharide)
  • พอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide) เช่น สตาร์ซ (starch) เซลลูโลส ไกลโคเจน

คาร์โบไฮเดรตบางชนิดเชื่อมต่อกันด้วยพันธะไกลโคไซด์ ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ จะเป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน เช่น เซลลูโลส (cellulose)

โปรตีน
โปรตีน เป็นสารอาหารที่มีในร่างกายมากเป็นที่สองรองจากน้ำ เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานและความร้อน เช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรตและไขมัน โดย โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี (calorie) หน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของโปรตีน คือกรด อมิโน (amino acid) แบ่งเป็น กรดแอมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย (essential amino acid) และกรดแอมิโนที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย (non essential amino acid)

 

โปรตีนมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างสารควบคุมการทำงานของร่างกาย เช่น ฮอร์โมน และเอนไซม์ สร้างภูมิคุ้มกันโรค รักษาดุลยภาพของสารต่างๆ ในร่างกาย

อาหารที่เป็นแหล่งสำคัญของ โปรตีน คือ ไข่ น้ำนม เนื้อสัตว์ ถั่ว

 

Non essential amino acid Essential amino acid
Alanine Arginine
Asparagine Histidine
Aspartate Isoleucine
Cysteine Leucine
Glutamate Lysine

 

 

 

อาหารและสารอาหาร

 อาหารและสารอาหาร

                        อาหาร Food

 

 

อาหาร  คือ สิ่งที่เรารับประทานได้โดยปลอดภัยและให้สารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ในประเทศไทยมักจำแนกเป็น 5 หมู่ หรือ 5 กลุ่ม เพื่อเป็นแนวทางให้คนไทยบริโภค

อาหารที่หลากหลายและครบส่วน อาหาร 5 หมู่ ได้แก่

หมู่ที่ 1 ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน

หมู่ที่ 2 ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ถั่ว ไข่

หมู่ที่ 3 ได้แก่ ไขมัน น้ำมัน

หมู่ที่ 4 ได้แก่ ผักต่างๆ

หมู่ที่ 5 ได้แก่ ผลไม้ต่างๆ

              สารอาหาร Nutrient

สารอาหาร คือ สารที่ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต จำแนกตามองค์ประกอบทางเคมีเป็น 6 ประเภท ได้แก่

ประเภทที่ 1 คาร์โบไฮเดรต

ประเภทที่ 2 โปรตีน

ประเภทที่ 3 ไขมัน

ประเภทที่ 4 วิตามิน

ประเภทที่ 5 แร่ธาตุ

ประเภทที่ 6 น้ำ

แหล่งอ้างอิง

http://www.hlifespirulina.com/nutrition.htm

http://secondsci.ipst.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=104:2010-10-27-03-55-57&catid=19:2009-05-04-05-01-56&Itemid=34

http://www.google.co.th/search?q=สารอาหาร&rlz=2C1CHVO_thTH0537TH0552&espv=2&biw=1366&bih=624&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ei=4TpPVPRrovmYB bKRgJgE&ved=0CAYQ_AUoAQ

อาหารและสารอาหาร

ความหมายของอาหารและสารอาหาร

อาหารคือวัตถุประสงค์ที่มุ่งหมายสำหรับใช้หรือใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหารรวมถึงวัตถุเจือปนอาหาร สีและเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส

» Read more

อาหารและสารอาหาร

ความหมายของอาหาร
อาหารหมายถึง สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ไม่ทำให้เกิดโทษ เช่น เนื้อสัตว์ ข้าว แป้ง ผัก ผลไม้ นม ฯลฯ ยกเว้นยารักษาโรค

ความหมายของอาหาร ( มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 )
อาหาร คือ วัตถุทุกชนิดที่คนกิน ดื่ม ดม หรือนำเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีการใดๆ หรือรูปลักษณะใดๆ แต่ไม่รวมถึงยา วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หรือเสพย์ติดให้โทษตามกฎหมาย

อาหาร คือ วัตถุประสงค์ที่มุ่งหมายสำหรับใช้หรือใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหารรวมถึงวัตถุเจือปนอาหาร สีและเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส » Read more

อาหารและสารอาหาร

อาหารและสารอาหาร

อาหาร (food) คือ สิ่งที่เรารับประทานได้โดยปลอดภัยและให้สารอาหารต่างๆ ที่เป็น

ประโยชน์ต่อร่างกาย ในประเทศไทยมักจ าแนกเป็น 5 หมู่ หรือ 5 กลุ่ม เพื่อเป็นแนวทางให้คนไทย

บริโภคอาหารที่หลากหลายและครบส่วน อาหาร 5 หมู่ ได้แก่

หมู่ที่ 1 ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ าตาล เผือก มัน

หมู่ที่ 2 ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ถั่ว ไข่

หมู่ที่ 3 ได้แก่ ไขมันและน้ ามัน

หมู่ที่ 4 ได้แก่ ผัก

หมู่ที่ 5 ได้แก่ ผลไม้

สารที่เป็นองค์ประกอบในอาหาร เรียกว่า สารอาหาร (nutrient) เป็นสารที่ร่างกาย

สามารถใช้ประโยชน์ในการด ารงชีวิต จ าแนกตามองค์ประกอบทางเคมีเป็น 6 ประเภท คือ

คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ลิพิด วิตามิน แร่ธาตุ และน้ า

สารอาหารที่ให้พลังงาน

คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate)

คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) เป็นสารอาหารหลักประเภทสารอินทรีย์ที่ให้พลังงานแก่

ร่างกาย ส่วนใหญ่ของคาร์โบไฮเดรตที่มนุษย์ได้รับมาจากอาหารจ าพวกน้ าตาลและแป้ง ซึ่งมีมากใน

ธัญพืช ถั่ว และผักผลไม้ คาร์โบไฮเดรตประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจนและออกซิเจน จับตัวกัน

เป็นน้ าตาลโมเลกุลเดี่ยว น้ าตาลโมเลกุลคู่ และคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ การตรวจสอบน้ าตาล

โมเลกุลเดี่ยวใช้สารละลายเบเนดิกต์ส่วนการตรวจสอบคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่พวกแป้งใช้

สารละลายไอโอดีน คาร์โบไฮเดรตที่มีในสารอาหารแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ตามขนาดของโมเลกุล ดังนี้

1) น้ าตาล ได้แก่คาร์โบไฮเดรตที่มีขนาดโมเลกุลเล็ก มีรสหวาน และละลายน้ าได้

ประกอบด้วย

น้ าตาลโมเลกุลเดี่ยว (monosaccharide) เป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีขนาดโมเลกุลเล็กที่สุด

สามารถผ่านเข้าสู่เซลล์ได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย ร่างกายจึงสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที

ตัวอย่างของน้ าตาลชนิดนี้ ได้แก่

– กลูโคส (glucose) พบในผักและผลไม้รสหวาน เป็นสารอาหารที่สิ่งมีชีวิตใช้เป็นแหล่ง

พลังงานที่ส าคัญที่สุด ร่างกายสามารถสลายให้พลังงานได้อย่างรวดเร็ว

– ฟรักโตส (fructose) พบมากในผลองุ่นสุก น้ าผึ้ง และผลไม้ที่มีรสหวาน มีรสหวาน

มากกว่าน้ าตาลทราย

– กาแล็กโตส (galactose) พบในน้ านม (เกิดจากการย่อยนม) โดยจะเป็นองค์ประกอบ

ของวุ้นและน้ าตาลในนม2

น้ าตาลโมเลกุลคู่ (disaccharide) หมายถึงน้ าตาลที่ประกอบด้วยน้ าตาลโมเลกุลเดี่ยว

(monosaccharide) 2 โมเลกุล ซึ่งอาจเป็นชนิดเดียวกัน หรือ ต่างชนิดกันก็ได้เชื่อมต่อกันด้วยพันธะ

ไกลโคซิดิก (glycosidic bond) เมื่อผ่านการไฮโดรไลซีส (hydrolysis) จะให้น้ าตาลโมเลกุลเดี่ยว 2

โมเลกุล ตัวอย่างของน้ าตาลชนิดนี้ ได้แก่

– ซูโครส (sucrose) หรือน้ าตาลทราย ประกอบด้วยกลูโคสและฟรักโทสอย่างละ 1

โมเลกุลพบในอ้อย หัวบีท มะพร้าว และในผลไม้ที่มีรสหวาน

– มอลโทส (maltose) ประกอบด้วยกลูโคส 2 โมเลกุล พบในข้าวมอลต์ที่ก าลัง

เจริญเติบโต ข้าวบาร์เลย์ และในต้นถั่ว ถูกน าไปใช้ในอุตสาหกรรมเบียร์

– แล็กโทส (lactose) ประกอบด้วยกลูโคสและกาแล็กโทสอย่างละ 1 โมเลกุล พบในน้ านม

2) พวกที่ไม่ใช่น้ าตาล เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนขนาดใหญ่ เรียกว่า พอลิแซ็คคาไรด์

(polysaccharide) เป็นคาร์โบไฮเดรตที่ไม่มีรสหวาน แต่เกิดจากน้ าตาลโมลเลกุลเดี่ยวจ านวนมาก

มาต่อกันเป็นสายยาว ประกอบด้วย

– แป้ง (starch) เป็นคาร์โบไฮเตรดที่พบในพืชที่เก็บสะสมอาหารไว้ในส่วนต่างๆ เช่น

เมล็ด ราก หัว และผลไม้ต่างๆ แป้งที่สะสมอยู่ในพืชและผลไม้จะเกิดจากกลูโคสมา

รวมตัวกัน แบบแตกกิ่งก้านสาขาเล็กน้อย เมื่อผลไม้สุก แป้งจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ าตาล

ซูโครส ท าให้ผลไม้มีรสหวานได้

– เซลลูโลส (cellulose) เป็นพอลิแซกคาไรด์ ที่เกิดจากกลูโคส จ านวนประมาณ 50,000

โมเลกุล เชื่อมต่อกันเป็นโซ่ยาว และมีลักษณะคล้ายตาข่าย มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโซ่

เซลลูโลสจึงมีโครงสร้างเป็นเส้นใย มีในไม้และล าต้นพืช ร้อยละ 50 มีคุณสมบัติไม่

ละลายน้ า ย่อยสลายยาก กระเพาะอาหารคนเราไม่สามารถย่อยเซลลูโลสได้ ยกเว้นใน

สัตว์ประเภทกินพืช เช่น วัว ควาย ม้า ซึ่งมีแบคทีเรียบางชนิดที่สามารถย่อยสลาย

เซลลูโลสได้

– ไกลโคเจน (glycogen) เป็นคาร์โบไฮเดรตสะสมที่พบมากในตับและกล้ามเนื้อของคน

และสัตว์ใช้ส าหรับเป็นแหล่งของพลังงาน เพราะเมื่อร่างกายต้องการก็สามารถเปลี่ยน

กลับมาเป็นกลูโคสได้อีก นอกจากนั้นไกลโคเจนในตับยังมีประโยชน์ในการมีไว้เพื่อปรับ

ระดับกลูโคสในเลือดให้คงที่ ไกลโคเจนที่อยู่ในตับหรือกล้ามเนื้อสามารถแยกออกได้โดย

การต้มกับสารละลายเบสแก่ เช่น สารละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH)

นอกจากนี้ยังมีคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่นๆอีก เช่น ไคติน วุ้น และเพกตินที่พบได้ในสัตว์และพืช

ชนิดต่างๆ

โปรตีน (protein)

โปรตีน (protein) เป็นส่วนประกอบส าคัญของอวัยวะและเซลล์ทุกเซลล์ ช่วยสร้างเสริมการ

เจริญเติบโตและซ่อมแซมเซลล์ และเป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน โปรตีนมีบทบาทส าคัญโดยเป็น

เอนไซม์ ฮอร์โมน แอนติบอดีอาหารที่พบโปรตีนมากได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นมและถั่ว โปรตีน

ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน และไนโตรเจน เป็นธาตุหลักจับกันเป็นกรดอะมิโน

ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของโปรตีน กรดอะมิโนหลายโมเลกุล จับกันเป็นโปรตีนที่มีโมเลกุลใหญ่ขึ้น

กรดอะมิโนที่พบในธรรมชาติมีมากกว่า 20 ชนิด สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ3

– กรดอะมิโนจ าเป็น (essential amino acid) เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถ

สังเคราะห์ขึ้นเองได้ ต้องได้รับอาหารที่กินเข้าไปเท่านั้น เช่น อาร์จีนีน ฮิสติดีน ลูซีน เม

ไทโอนิน ทรีโอนิน ทริปโตเฟนและเวลีน เป็นต้น

– กรดอะมิโนไม่จ าเป็น (nonessential amino acid) เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถ

สังเคราะห์ขึ้นเองได้ หรือสังเคราะห์ได้จากกรดอะมิโนด้วยกัน เช่น กลูตามิก ไกลซีน ซี

ลติน และไทโรซีน เป็นต้น

ไขมัน (lipid)

ลิพิด (lipid) เป็นสารอาหารที่มีสมบัติไม่รวมตัวกับน้ า ให้พลังงานสูง ช่วยในการดูดซึมวิตามิน

บางชนิด ในร่างกายพบใต้ผิวหนัง และรอบอวัยวะภายในต่างๆ ลิพิดมีหลายประเภท เช่น ไขมัน (fat)

น้ ามัน (oil) คอเลสเทอรอล (cholesterol) เป็นต้น ลิพิดในอาหารมักเป็นสารประกอบประเภทเอ

สเตอร์ เช่น ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ประกอบด้วยกลีเซอรอลและกรดไขมัน กรดไขมัน

ประกอบด้วยธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจน กรดไขมันแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

– กรดไขมันอิ่มตัว (saturated fatty acid) คือ กรดไขมันที่มีคาร์บอนอะตอมทุกตัวจับกัน

ด้วยพันธะเดี่ยวระหว่างคาร์บอนในสาย ได้แก่ กรดปาล์มิติกและกรดสเตียริก ซึ่งพบได้ในเนื้อสัตว์ มัน

สัตว์ หนังสัตว์ และเครื่องในสัตว์

– กรดไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fatty acid) คือ กรดไขมันที่มีคาร์บอนอะตอมบางตัวจับ

กันด้วยพันธะคู่ระหว่างอะตอมของคาร์บอนในสาย กรดไขมันชนิดนี้พบในถั่วเหลือง เต้าหู้ และน้ ามัน

พืช

สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน

วิตามิน (vitamin)

วิตามิน (vitamin) เป็นสารอินทรีย์ที่มีความส าคัญต่อการท างานของระบบต่างๆ ร่ายกาย

ต้องการปริมาณไม่มาก แต่เมื่อขาดวิตามิน จะส่งผลให้เกิดภาวะผิดปกติเนื่องจากความบกพร่องของ

กระบวนการเคมีในร่างกาย แหล่งที่พบ ความส าคัญ ตลอดจนผลจากการขาดวิตามินชนิดต่างๆ ศึกษา

ได้จากตารางต่อไปนี้

 

ที่มา: http://113.53.232.212/~sci20/files/1food.pdf

อาหารและสารอาหาร

 

 

 😳 ความหมายของอาหารและสารอาหาร 😳 

 ความหมายของอาหาร

       อาหาร หมายถึง สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ไม่ทำให้เกิดโทษ เช่น เนื้อสัตว์ ข้าว แป้ง ผัก ผลไม้ นม ฯลฯ ยกเว้นยารักษาโรค

 

        สารอาหาร หมายถึง สารที่ได้รับจากอาหาร ที่รับประทานเข้าไปในร่างกายแล้ว จะนำไปใช้ประโยชน์ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ให้พลังงานในการดำรงชีวิต เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆของ ร่างกาย

nutrient

การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการ สามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ คือ

1 คาร์โบไฮเดรท

2 โปรตีน

3 ไขมัน

4 เกลือแร่

5 วิตามิน

  • อาหารหลัก 5 หมู่ หมู่ที่ 1 โปรตีน เนื้อสัตว์ ไข่ นม

 

โปรตีน

 

โปรตีน เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โปรตีน ถือว่าเป็นธาตุอาหารที่สำคัญที่สุดในร่างกาย โปรตีน เป็นสารอินทรีย์ ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ของ สายยาวของกรดอะมิโน (amino acid) ในแง่โภชนาการ โปรตีนเป็นสารอาหาร ที่ให้พลังงาน โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี (calorie) โปรตีนเป็นส่วนประกอบของร่างกาย ที่มีปริมาณมากเป็นอันดับสองรองจากน้ำ โดยเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของเซลสิ่งมีชีวิต เช่น เอนไซม์ (enzyme) ฮอร์โมน ซึ่งจำเป็นต่อการทำงาน และการดำรงชีวิต มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการเสริมสร้างเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอของสัตว์

ประโยชน์ของโปรตีน : เจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างกระดูก กล้ามเนิื้อ น้ำย่อย ฮอร์โมน
1. ประโยชน์ต่อเซลล์ผิว มีหน้าที่สร้างใยคลอลาเจนใต้ชั้นผิวหนังในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น และช่วยเชื่อมประสานแต่ละเซลล์ให้ยืดติดกันเป็นเนื้อเดียว ทั้งช่วยปกป้องริ้วรอยก่อนวัยได้ และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์ผมและเล็บของเราอีกด้วย
2. ประโยชน์ต่อระบบกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อทุกมัดมีโครงสร้างพื้นฐานจากกรดอะมิโนหลากหลายชนิดเรียงร้อยกันเป็นมัดกล้าม ดังนั้นโปรตีนคุณภาพจึงมีความสำคัญในการสร้ามเนื้อให้แข็งแรง
3. ประโยชน์ต่อการฟื้นตัวของร่างกายและระบบภูมิต้านทาน โปรตีนคุณภาพมีส่วนช่วยในการทดแทนเซลล์ที่สูญเสียไปในแต่ละวัน ช่วยลดกลไกการแข็งตัวของเลือด รวมทั้งเป็นส่วนประกอบหลักของภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย
4. ประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร เนื่องจากอาหารที่เราทานเข้าไป ต้องใช้เอนไซม์หลายชนิด รวมถึงสารคัดหลั่งจากกระเพาะอาหาร ตับอ่อน และลำไส้เล็ก เพื่อช่วยแปรเปลี่ยนอาหารให้มีหน่วยเล็กลงและสามารถดูดซึมได้ง่าย หากร่างกายได้รับโปรตีนคุณภาพซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะช่วยให้อาหารต่างๆ ถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างอาหารที่ให้โปรตีน
พืชสังเคราะห์โปรตีนได้จากไนโตรเจน ส่วนคนและสัตว์ชั้นสูงอาศัยกรดอะมิโนที่ได้รับจากอาหาร แหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญของมนุษย์และสัตว์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ (meat) นม (milk) ไข่ (egg) ถั่ว (legume) เช่น ถั่วเหลือง เมล็ดธัญพืช (cereal grain) นอกจากนี้ จุลินทรีย์ เช่น ยีสต์ สาหร่าย เห็ดหนอน แมลงที่กินได้ก็เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี

  • อาหารหลัก 5 หมู่ หมู่ที่ 2 คาร์โบไฮเดรต ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน

 

คาร์โบไฮเดรต

 

คาร์โบไฮเดรต ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) คือ สารประกอบอินทรีย์ เป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของมนุษย์ คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงานเท่ากับ 4 แคลอรี (calorie)

ประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต
1.  ให้พลังงานและความร้อน  (  1  กรัม  ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ )
2.  ช่วยสงวนโปรตีนให้ร่างกายนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์มากที่สุด
3.  คาร์โบไฮเดรตที่เหลือใช้   เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้

ตัวอย่างอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรต
ได้แก่ เมล็ดธัญพืชแป้ง สตาร์ซ น้ำตาลข้าว ขนมปัง

  • อาหารหลัก 5 หมู่ หมู่ที่ 3 แร่ธาตุต่างๆ ผักใบเขียวต่าง ๆ

แร่ธาตุหรือเกลือแร่

 

แร่ธาตุหรือเกลือแร่ เป็นสารอาหารอีกประเภทหนึ่งที่ร่างกายต้องการและขาดไม่ได้เพราะแร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนประกอบของอวัยวะและกล้ามเนื้อบางอย่าง  เช่น  กระดูก  ฟัน  เลือด  บางชนิดเป็นส่วนของสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน  เฮโมโกลบิน  เอนไซม์  เป็นต้น  นอกจากนี้แร่ธาตุยังช่วยในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำหน้าที่ปกติ  เช่น  ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท  การแข็งตัวของเลือด  และช่วยควบคุมสมดุลของน้ำในการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย

ประโยชน์ของแร่ธาตุ
ช่วยในเรื่อง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฟัน ช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส ช่วยให้ระบบการย่อย และการขับถ่ายเป็นปกติ

ตัวอย่างอาหารที่ให้แร่ธาตุ
พืช ผัก ชนิดต่างๆ ทั้งผักใบเขียว และสีต่างๆ

  • อาหารหลัก 5 หมู่ หมู่ที่ 4 วิตามิน ผลไม้ต่างๆ

 

วิตามิน

 

วิตามิน เป็นสารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้ ถ้าขาดจะทำให้ระบบร่างกายของเราผิดปกติ หรือเกิดโรคต่างๆได้ วิตามินแบ่งออกเป็น 2 พวก ได้แก่
1. วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค
2. วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบีรวม

ประโยชน์ของวิตามิน
บำรุงสุขภาพของผิวหนังให้สดชื่น  บำรุงสุขภาพปาก  เหงือก  และฟัน ช่วยให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ

ตัวอย่างอาหารที่ให้วิตามิน
ผลไม้ชนิดต่างๆ

  • อาหารหลัก 5 หมู่ หมู่ที่ 5 ไขมัน จากพืชและสัตว์

 

ไขมัน

 

ไขมัน ที่ให้พลังงานที่มีส่วนประกอบหลักคือที่ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ไขมัน 1 กรัมให้พลังงาน 9แคลอรี (calorie) ขณะที่โปรตีน และคาร์โบไฮเดรท ให้พลังงาน 4 แคลอรี

ประโยชน์ของไขมัน
พลังงานและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ช่วยในเรื่องการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน  ได้แก่  วิตามินเอ  วิตามินอี  วิตามินดี  และวิตามินเค  นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการป้องกันการกระทบ กระเทือนของอวัยวะภายในอีกด้วย

ตัวอย่างอาหารที่ให้ไขมัน
1. ไขมันเป็นอาหารสำคัญที่มีความจำเป็นต่อร่างกายและเป็น 1 ในอาหาร 5 หมู่ ที่มีประโยชน์ นอกเหนือจากโปรตีน คาร์โบไฮเดรท วิตามินและเกลือแร่
2. ไขมันช่วยในการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน (Fat soluble Vitamins) เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
3. ไขมันให้พลังงานแก่ร่างกายที่สูงที่สุดคือ 9 แคลอรี่ต่อ 1 กรัมของไขมัน ช่วยทำให้ร่างกายมีพลังงานที่จะทำงานและประกอบกิจวัตรประจำวัยได้ตามปกติ
4. ไขมันช่วยปกป้องและกันความร้อน รวมทั้งคอยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน (Thermal Insulator) ของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกาย
5.ไขมันช่วยเป็นเสมือนกันชนให้ร่างกาย คือช่วยป้องกันการกระเทือนของอวัยวะภายในร่างกาย ที่เกิดจากแรงกระแทกหรือการเคลื่อนไหวอย่างแรงของร่างกาย ซึ่งคอยป้องกันการบาดเจ็บของอวัยวะภายในร่างกาย
6. ไขมันเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อประสาทนั่นคือ เส้นประสาทของคนเราจะมีไขมันเป็นส่วนประกอบในอัตราที่สูง โดยเฉพาะจะหุ้มเส้นประสาท ช่วยในการป้องกันเส้นประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อถูกสั่งจากสมองไปยังกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
7. ไขมันเมื่อรวมกับโปรตีนก็คือ ไลโปโปรตีน (Lipoproteins) จะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะผนังเซลล์และไมโตคอนเดรีย ส่วนนี้มีประโยชน์สำหรับคนเรามาก เพราะร่างกายของเราประกอบเป็นตัวตนด้วยเซลล์หลายๆ ล้านเซลล์ และเซลล์ของร่างกายเรา จะผลิตทุกวันเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นั่นคือ ถ้าขาดไขมัน ผนังเซลล์ของร่างกายเราก็จะอ่อนแอ เซลล์ที่ตายไปก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้

การแบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

  • กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน ได้แก่ คาร์โบไฮเดรท โปรตีน และไขมัน
  • กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน ได้แก่ เกลือแร่ และ วิตามิน

 สารอาหาร คือ “ องค์ประกอบของสารประกอบทางเคมีของธาตุต่างๆ ที่มีอยู่ในอาหารที่เรากินเข้าไป สารอาหารมีโครงสร้างโมเลกุลเฉพาะตัว เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาหารแต่ละชนิดประกอบด้วยโมเลกุลของสารอาหารหลายๆ ตัว ” ร่างกายเราต้องการสารอาหารกว่า 40 ชนิด และเพื่อให้ง่ายอีกเช่นกัน เราจึงจัดเป็นสารอาหารออกเป็นพวกๆ ที่สำคัญมี 6 จำพวก ได้แก่ สารอาหาร คาร์โบไฮเดรท , โปรตีน , ไขมัน , วิตามิน , เกลือแร่ , และน้ำ สารอาหารแต่ละชนิดมีหน้าที่เด่นเฉพาะแตกต่างกัน 

แหล่งที่มา:

http://www.chs.ac.th/new/weerawan/mean.html

http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/nakhonsithamrat/thitira  t_t/lovemyself/sec01p01.html

http://www.foodnetworksolution.com/vocab/wordcap/nutrient

 
1 195 196 197 198 199 200