โรคปอดบวม

โรคปอดบวมคืออาการที่เนื้อเยื่อปอดอักเสบหรือบวมเนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส มีแบคทีเรีย 3 หรือ 4 ชนิดที่มักทำให้เราเป็นโรคปอดบวม แต่ที่พบได้บ่อยที่สุดคือสเตรปโตค็อกคัสนิวโมเนีย เด็กๆ มักจะเป็นโรคปอดบวมจากไวรัสมากกว่า บางครั้ง จุลินทรีย์อื่นๆ เช่น รา ยีสต์ หรือสัตว์เซลล์เดียวก็อาจทำให้เป็นโรคปอดบวมได้เช่นกัน

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคปอดบวม

ทุกคนเป็นโรคปอดบวมได้ทั้งนั้น แต่คนบางกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มากกว่าคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

เด็กทารกและเด็กในวัยหัดเดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่คลอดก่อนกำหนด

คนที่เพิ่งติดเชื้อไวรัส เช่น หวัดหรือไข้หวัด

คนที่สูบบุหรี่

คนที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง (ระยะยาว)

คนที่ต้องกดระบบภูมิคุ้มกันเอาไว้

คนที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

ผู้ป่วยในโรงพยาบาล

สัญญาณแและอาการของโรคปอดบวมมีอะไรบ้าง

อาการทั่วไป ได้แก่ ไอ เป็นไข้ เหงื่อออก หนาวสั่น ไม่อยากอาหาร และรู้สึกไม่สบายตัว ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดหัวและปวดเมื่อยตามตัว นอกจากนี้ คุณจะมีเสมหะ (เสลด) ร่วมด้วย เสมหะอาจจะเป็นสีเหลือง/เขียว และอาจมีเลือดปน คุณอาจจะหายใจลำบาก หายใจหอบถี่ และแน่นหน้าอก และอาจปวดแปลบหน้าอกด้านข้างถ้าติดเชื้อที่เยื่อหุ้มปอด (เนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างปอดกับผนังหน้าอก) แพทย์อาจจะได้ยินเสียงแซมหายใจในหน้าอกเมื่อตรวจด้วยหูฟัง

โรคปอดบวมที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสจะใช้เวลาหลายวันกว่าจะแสดงอาการ ส่วนโรคปอดบวมที่เกิดจากแบคทีเรียจะแสดงอาการอย่างรวดเร็ว มักจะใช้เวลาแค่วันเดียว

ในเด็กและทารก อาการจะไม่ค่อยเจาะจงเท่าผู้ใหญ่ โดยอาจจะไม่มีสัญญาณบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาติดเชื้อในช่องอก โดยทั่วไปแล้ว พวกเขาจะมีไข้สูง รู้สึกไม่สบายตัว เซื่องซึม เหนื่อยล้า หายใจเสียงดัง ไม่ค่อยรับประทานอาหาร และหายใจโดยมีเสียงคราง

ผิวหนัง ริมฝีปาก และโคนเล็บจะมีสีขุ่นหรือเป็นสีม่วง ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกว่าปอดไม่สามารถส่งออกซิเจนไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ควรไปพบแพทย์ทันที

สัญญาณแและอาการของโรคปอดบวมมีอะไรบ้าง

อาการทั่วไป ได้แก่ ไอ เป็นไข้ เหงื่อออก หนาวสั่น ไม่อยากอาหาร และรู้สึกไม่สบายตัว ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดหัวและปวดเมื่อยตามตัว นอกจากนี้ คุณจะมีเสมหะ (เสลด) ร่วมด้วย เสมหะอาจจะเป็นสีเหลือง/เขียว และอาจมีเลือดปน คุณอาจจะหายใจลำบาก หายใจหอบถี่ และแน่นหน้าอก และอาจปวดแปลบหน้าอกด้านข้างถ้าติดเชื้อที่เยื่อหุ้มปอด (เนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างปอดกับผนังหน้าอก) แพทย์อาจจะได้ยินเสียงแซมหายใจในหน้าอกเมื่อตรวจด้วยหูฟัง

โรคปอดบวมที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสจะใช้เวลาหลายวันกว่าจะแสดงอาการ ส่วนโรคปอดบวมที่เกิดจากแบคทีเรียจะแสดงอาการอย่างรวดเร็ว มักจะใช้เวลาแค่วันเดียว

ในเด็กและทารก อาการจะไม่ค่อยเจาะจงเท่าผู้ใหญ่ โดยอาจจะไม่มีสัญญาณบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาติดเชื้อในช่องอก โดยทั่วไปแล้ว พวกเขาจะมีไข้สูง รู้สึกไม่สบายตัว เซื่องซึม เหนื่อยล้า หายใจเสียงดัง ไม่ค่อยรับประทานอาหาร และหายใจโดยมีเสียงคราง

ผิวหนัง ริมฝีปาก และโคนเล็บจะมีสีขุ่นหรือเป็นสีม่วง ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกว่าปอดไม่สามารถส่งออกซิเจนไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ควรไปพบแพทย์ทันที

Comments

comments

ใส่ความเห็น