การทํากิฟท์

กิ๊ฟท์ (GIFT) คือ การนำเอาไข่และตัวอสุจิไปใส่ไว้ที่ท่อนำไข่เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิหรือรวมตัวกันตามธรรมชาติ หลังจากนั้นหากไข่และอสุจิ
สามารถปฏิสนธิกันได้ก็จะมีการเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนและเดินทางมาฝังตัวในโพรงมดลูก และเกิดเป็นการตั้งครรภ์ในที่สุด ดังนั้น GIFT จึงเป็น
หนึ่งในวิธีการรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้ค่อนข้างสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและเวลาต่างๆ สำหรับการรักษามาก นอกจากนั้น อาจเกิด
ภาวะแทรกซ้อนได้อีกด้วยถึงแม้ว่าจะเป็นส่วนน้อยก็ตาม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทำกิฟท์

ข้อจำกัดการทำกิฟท์

  • ในการทำกิฟท์นั้นฝ่ายหญิงจะต้องมีท่อนำไข่ที่ปกติอย่างน้อย 1 ข้าง และมีโพรงมดลูกที่ปกติ
  • อายุที่มากขึ้นของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายมีผลมากต่อคุณภาพของอสุจิและคุณภาพของรังไข่ รวมไปถึงความสมบูรณ์ของไข่ของฝ่ายหญิงอีกด้วย
  • ในปัจจุบันนิยมใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) แทนการทำกิฟท์ เพราะมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยจะให้ไข่และอสุจินั้นปฏิสนธิกันในหลอดแก้ว ซึ่งจะคล้ายกับวิธีธรรมชาติ
  • การทำกิฟท์มีค่าใช้ค่อนข้างสูง เพราะต้องเข้าห้องผ่าตัด และนอนพักฟื้น 1 วันที่โรงพยาบาลโดยค่าใช้จ่ายควรจะให้เตรียมไว้ประมาณ 100,000 บาท/ครั้ง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทำกิฟท์

 

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

อะไรเป็นตัวกำหนดเพศลูก

ทำไมจึงเกิดเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ? สาเหตุเป็นเพราะภายในเซลล์หรืออณูของร่างกายมนุษย์จะมีโครโมโซม (Chromosome) หรือแท่งพันธุกรรมอยู่ 23 คู่ หรือ 46 แท่ง ซึ่งในจำนวนนี้ 22 คู่ หรือ 44 แท่ง จะเป็นแท่งพันธุกรรมที่เป็นตัวกำหนดลักษณะต่าง ๆ ของร่างกาย ได้แก่ หน้าตา ความสูง ความเตี้ย สีผม สีผิวหนัง ฯลฯ และอีกที่เหลือ 1 คู่ หรือ 2 แท่งนั้นจะเป็นแท่งพันธุกรรมที่เป็นตัวกำหนดเพศ หรือที่เราเรียกกันว่า “โครโมโซมเพศ” ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าเด็กที่เกิดมานั้นจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิง

โดยคุณแม่จะมีโครโมโซมเพศเป็น XX ส่วนคุณพ่อจะมีโครโมโซมเพศเป็น XY หมายความว่า ในน้ำอสุจิของคุณพ่อนั้นจะมีตัวอสุจิอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ อสุจิที่มีโครโมโซมเพศคู่ X ที่เป็นตัวกำหนดให้เป็นลูกสาว และโครโมโซม Y ที่เป็นตัวกำหนดให้เป็นลูกชาย ส่วนเซลล์ไข่ของคุณแม่นั้นจะมีโครโมโซมเพศแบบเดียว คือ โครโมโซม X ในเวลาที่มีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ จำนวนโครโมโซมจะลดลงครึ่งหนึ่งเหลือเพียง 23 แท่ง เซลล์สืบพันธุ์ของพ่อและของแม่จะรวมกันเมื่อเกิดการปฏิสนธิ ทารกจึงเป็นผลรวมทางพันธุกรรมของพ่อและแม่อย่างละครึ่ง ซึ่งอัตราส่วนของอสุจิที่มีโครโมโซม X ต่ออสุจิที่มีโครโมโซม Y จะอยู่ที่ประมาณ 50% ต่อ 50% ดังนั้นในทางธรรมชาติแล้ว โอกาสที่จะได้ลูกชายหรือลูกสาวนั้นจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 50 ถ้าอสุจิของคุณพ่อตัวที่เจาะไข่เป็นตัว X ก็จะได้ลูกสาว แต่ถ้าเป็นตัว Y เจาะไข่ก็จะได้ลูกชาย

  • ถ้าไข่ของคุณแม่ (22 + X) ผสมกับอสุจิของคุณพ่อที่มีโครโซม X (22 + X) ลูกที่เกิดมาก็จะเป็นลูกสาว ซึ่งมีโครโมโซม 44 แท่ง (หรือ 22 คู่) + XX
  • ถ้าไข่ของคุณแม่ (22 + X) ผสมกับอสุจิของคุณพ่อที่มีโครโซม Y (22 + Y) ลูกที่เกิดมาก็จะเป็นลูกชาย ซึ่งมีโครโมโซม 44 แท่ง (หรือ 22 คู่) + XY

ปัจจุบันสามารถเลือกเพศลูกได้แล้วโดยวิธีธรรมชาติและเทคโนโลยี

การเลือกเพศลูกด้วยวิธีทางเทคโนโลยีทำได้โดย   การนำไข่และอสุจิมาปฏิสนธิกันภายนอกร่างกายเสียก่อน แล้วเพาะเลี้ยงไว้เป็นตัวอ่อนในระยะบาลโตซิสท์ (เลี้ยงไว้ภายนอกร่างกายประมาณ 5 วัน) ซึ่งตัวอ่อนในระยะนี้จะมีการแบ่งเซลล์ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเซลล์เด็กและกลุ่มเซลล์รกเด็ก ทำให้เราสามารถนำเซลล์บางส่วนจากกลุ่มเซลล์รกจากตัวอ่อนที่ได้ไปทำการตรวจ PGD หรือตรวจโครโมโซมได้ โดยไม่มีผลกระทบต่อเซลล์ที่เจริญเติบโตไปเป็นเด็ก และเนื่องจากเพาะเลี้ยงตัวอ่อนจนมีโครโมโซมครบ 23 คู่ (มาจากอสุจิ 23 แท่ง และไข่ 23 แท่ง) จึงทำให้ทราบได้ว่าตัวอ่อนนั้นเป็นเพศชายหรือเพศหญิง เมื่อเราคัดเลือกตัวอ่อนได้เพศที่ต้องการและไม่มีความผิดปกติแล้ว ก็จะนำตัวอ่อนนั้นย้ายกลับเข้าไปในมดลูกให้เจริญเติบโตต่อไป นอกจากจะเลือกเพศที่ต้องการได้อย่าง 100% (หากตั้งครรภ์สำเร็จ) เรายังสามารถตรวจหาความผิดปกติอื่น ๆ ของทารกได้อีกด้วย เช่น Down’s syndrome, Edward’s syndrome เป็นต้น วิธีนี้จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าจะได้ลูกตามเพศที่ต้องการและไม่เป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เช่น โรคที่เกิดจากโครโมโซมผิดปกติ หรือ Hemophilia เพราะเราสามารถทำการตรวจหาโครโมโซมที่ผิดปกติก่อนที่จะมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้ครับ โดยอัตราการตั้งครรภ์ต่อการทำ 1 รอบ จะอยู่ที่ประมาณ 60% มีความแม่นยำในการเลือกเพศบุตรได้ตรงความต้องการ 100% และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาต่อรอบประมาณ 150,000 – 200,000 บาทขึ้นไป

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทำกิฟท์

 

 

ตัวอย่างการทำกิฟท์

 

 

 

 

 

Comments

comments

ใส่ความเห็น