อาหารและสารอาหาร

อาหารและสารอาหาร

 images (3)

สารอาหาร

สารอาหาร

อาหาร หมายถึง สิ่งที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่เป็นโทษต่อร่างกายและมีประโยชน์โดยทำให้ร่างกายดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข และให้พลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งพลังงานเหล่านี้นำมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ประกอบด้วยสารอาหารหลายประเภท คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่

สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบในอาหารนั้นมีมากมายหลายชนิด จะรวมเรียกว่า “สารอาหาร” การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการจะพิจารณาจากปริมาณของสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารนั้นๆ มากที่สุดเป็นหลัก ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ ดังนี้ คือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เหล่านี้เมื่อรับประทานเข้าไปจะถูกเผาผลาญให้เกิดเป็นพลังงานและความร้อนเพื่อนำไปใช้ควบคุมการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น การเดิน การวิ่ง การยืน การนอน การหายใจ เป็นต้น ซึ่งหากแบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร

จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

– กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน
– กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน

สารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน อาหารทั้งหมดในกลุ่มนี้จัดเป็นสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อร่างกาย และจะขาดไม่ได้

1. คาร์โบไฮเดรต สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เป็นสารอินทรีย์ที่ให้พลังงานที่สำคัญแก่ร่างกาย มักพบอยู่ในรูปของแป้ง และน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ พบมากในข้าว แป้ง ขนมปัง ผัก ผลไม้ นม และผลิตภัณฑ์จากนม คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี หากปริมาณคาร์โบไฮเดรตในร่างกายมีมากเกินความต้องการ ร่างกายจะเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินนี้ให้อยู่ในรูปของไกลโคเจนและเก็บสะสมไว้ในร่างกาย

2. ไขมัน สารอาหารประเภทไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง ประกอบด้วยกรดไขมันและกลีเซอรอล พบมากในไขมันจากพืช มันสัตว์ นม เนย ถั่ว กรดไขมันแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ                                                         2.1 กรดไขมันอิ่มตัว เป็นไขมันที่พบมากในเนื้อสัตว์ มันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง กุ้ง ปู นม และผลิตภัณฑ์จากนม ไขมันประเภทนี้ หากมีมากเกินไปจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน                       2.2 กรดไขมันไม่อิ่มตัว เป็นไขมันที่พบมากในถั่ว เต้าหู้ เห็ด น้ำมันพืช (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม) ช่วยลดการดูดซึมไขมันอิ่มตัว ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน                                                                     สำหรับไขมัน 1 กรัม จะให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี สารอาหารประเภทไขมันช่วยให้อาหารมีรส กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่ดีขึ้น ช่วยในการดูดซึมวิตามิน เอ ดี อี และ เค ไขมันที่มีมากเกินความต้องการของร่างกายจะถูกสะสมเป็นชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายใน ป้องกันการสูญเสียความร้อนของร่างกาย

 

5497

 

3. โปรตีน สารอาหารประเภทโปรตีน เป็นสารอาหารที่มีในร่างกายมากเป็นที่สองรองจากน้ำ มี
หน่วยย่อยที่เล็กที่สุด คือกรดอะมิโน ซึ่งมีประมาณ 12 -22 ชนิด แบ่งเป็น กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย                                                                                                                           สารอาหารประเภทโปรตีนมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างสารควบคุมการทำงานของร่างกาย เช่น ฮอร์โมน และเอนไซม์ รักษาดุลยภาพของสารต่างๆ ในร่างกาย ให้พลังงานและความร้อน เช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตัน และสร้างภูมิคุ้มกันโรค โปรตีนจะพบมากในไข่ นม เนื้อสัตว์ ถั่ว ข้าว ข้าวโพด ผักและผลไม้บางชนิด โปรตีนในเนื้อสัตว์เป็นโปรตีนที่สมบูรณ์เพราะมีกรดอะมิโนครบตามความต้องการของร่างกาย แต่หากผู้ใดไม่รับประทานเนื้อสัตว์ก็สามารถรับประทานอาหารประเภทถั่ว ข้าวโพด ผัก และผลไม้ชดเชยได้ แต่อาหารประเภทนี้ก็จะมีกรดอะมิโนไม่ครบตามที่ร่างกายต้องการ โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี

 

26_20120426145914.

การตรวจสอบหาสารอาหารประเภทต่างๆ ที่มีอยู่ในอาหาร มีวิธีการตรวจสอบอย่างง่ายๆ ดังนี้

1. การตรวจสอบหาคาร์โบไฮเดรต มี 2 วิธี คือ
1.1 การทดสอบแป้ง จะใช้สารละลายไอโอดันหยดลงบนอาหารที่ต้องการทดสอบ ถ้าอาหารที่ทดสอบมีแป้งเป็นส่วนประกอบจะเปลี่ยนสีของสารละลายไอโอดีนจากสีน้ำตาลเป็นสีม่วงเข้มเกือบดำ หรือม่วงแกมน้ำเงิน
1.2 การทดสอบน้ำตาล จะใช้สารละลายเบเนดิกต์หยดลงไปในอาหาร แล้วนำไปต้มในน้ำเดือด ถ้าเกิดตะกอนสีส้ม สีเหลือง หรือสีอิฐ แสดงว่าอาหารนั้นมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ

2. การตรวจสอบหาโปรตีน จะใช้การทดสอบที่เรียกว่า การทดสอบไบยูเร็ต คือการเติมสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ และสารประกอบคอปเปอร์ซัลเฟตลงในอาหาร ถ้าสีของสารละลายเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีม่วง หรือสีชมพูอมม่วง หรือสีน้ำเงิน แสดงว่าอาหารนั้นมีโปรตีน

3. การตรวจสอบหาไขมัน เป็นการตรวจสอบที่สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากเหมือนกับวิธีการตรวจสอบสารอาหารประเภทอื่น คือการนำอาหารไปแตะหรือถูกับกระดาษสีขาว แล้วให้แสงส่องผ่าน ถ้ากระดาษเป็นมันและมีลักษณะโปร่งแสงแสดงว่าอาหารนั้นมีไขมันอยู่
กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน

วิตามิน

เป็นสารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้ ถ้าขาดจะทำให้ระบบร่างกายของเราผิดปกติ หรือเกิดโรคต่างๆได้ วิตามินแบ่งออกเป็น 2 พวก ได้แก่

1. วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค

2. วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบีรวม
วิตามินมีดังต่อไปนี้
วิตามินเอ ค้นพบโดย ดร. อี.วี. แมคคอลลัม (E.V. McCollum) นักวิทยาศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกา ประโยชน์ของวิตามินเอมีดังนี้

 หากขาดจะทำให้เป็นโรคมองไม่เห็นในที่มืด
ช่วยป้องกันการแพ้แสงสว่างของบางคน
ผู้ที่ต้องการวิตามินเอมาก คือผู้ที่ต้องใช้สายตามาก
วิตามินเอมีมากในไขมันเนย น้ำมันตับปลา ไข่แดง กะหล่ำปลี พืชตระกูลถั่ว ผักสีแดง ผักสีเหลือง
 วิตามินดี ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย ป้องกันโรคกระดูกอ่อน และควบคุมปริมาณของแคลเซียมในเลือด อาหารที่ให้วิตามินดีมีน้อยมาก จะมีอยู่ในพวกน้ำมันตับปลา ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้จากรังสีอุลตราไวโอเลต ซึ่งมีอยู่ในแสงแดด                                                                                         วิตามินซี (หรือกรดแอสคอร์บิก) ค้นพบเจอในพริกชนิดหนึ่งในปี ค.ศ. 1928 โดยนักชีวเคมีชาวฮังกาเรียนชื่อ อัลเบิร์ต เซนต์ เกอร์กี ประโยชน์ของวิตามินซีคือ ช่วยในการป้องกันจากโรคหวัด สามารถลดระดับของซีรัมคลอเลสเตอรอล(เพราะวิตามินซีจะรวมตัวกับคลอเลสเตอรอลและแคลเซียม ทำให้คลอเลสเตอรอลแตกกระจายในน้ำได้) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อโรคหัด คางทูม และโพลีโอไวรัส หากได้รับวิตามินซีในปริมาณสูงมาก จะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อเซลล์มะเร็ง และสามารถทำลายเซลล์มะเร็งแบบmelanomaได้ มีผลให้สามารถยืดอายุของผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งได้ วิตามินซีที่บริษัทยาผลิตจำหน่ายโดยปกติจะอยู่ในลักษณะเป็นเม็ดฟู่ซึ่งมีแคลเซียมอยู่ด้วย ถ้าหากผู้สูงอายุได้รับแคลเซียมมากเกินไปจะทำให้กระดูกงอก
 วิตามินบีรวม มีดังต่อไปนี้                                                                                                                                   วิตามินบี1 มีมากในเนื้อหมู ข้าวกล้อง เห็ดฟาง ฯลฯ มีหน้าที่เกี่ยวกับการใช้คาร์โบไฮเดรต การทำงานของหัวใจ หลอดอาหารและระบบประสาท
วิตามินบี2 พบมากในตับ ยีสต์ ไข่ นม เนย เนื้อ ถั่ว และผักใบเขียว ปลาและผลไม้จำพวกส้มแทบไม่มีวิตามินบี2เลย ถ้ากินวิตามินบี 2มากเกินไป ไม่มีผลเสียต่อร่างกาย เพราะสามารถถูกขับถ่ายออกมาได้ วิตามินบี2มีความสำคัญต่อร่างกาย ดังนี้                                                                                                                              มีความเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญไขมันที่เรียกกันในทางวิทยาศาสตร์ว่า ลิปิด
ใช้ในการเผาผลาญกรดอะมิโนทริพโตเฟน กรดนี้มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก และมีความจำเป็นต่อการเกิดสมดุลของไนโตรเจนในร่างกาย
เป็นส่วนประกอบสำคัญของสีที่เรตินาของลูกตา ซึ่งช่วยให้สายตาปรับตัวในแสงสว่าง
อาการที่เกิดจากการขาดวิตามินบี2 คือ เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร มีอาการทางประสาทการย่อยอาหารไม่ปกติ ถ้าเป็นมากๆปาก และลิ้นอาจแตก
วิตามินบี3 บางทีเรียกว่า ไนอาซิน ประวัติของไนอาซินเริ่มมาจากการที่ประเทศอังกฤษเกิดโรคที่เรียกว่า เพลากรา(Pellagra) อาการของโรคนี้คือ เป็นโรคผิวหนัง ต่อมามีอาการท้องเดิน ในที่สุดก็จะมีอาการทางประสาทถึงขั้นเสียสติและตายไปในที่สุด ซึ่งในสมัยโบราณโรคนี้ไม่มีทางหายได้ ต่อมานักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ โกลเบอร์เกอร์(Goldberger)ผู้เชี่ยวชาญทางด้านแบคทีเรีย ได้วิจัยโรคนี้ ซึ่งเขาได้สังเกตเห็นว่า ผู้ที่ป่วยโรคนี้ส่วนมากจะเป็นผู้ที่มีฐานะยากจนที่ไม่สามารถกินอาหารจำพวกเนื้อ นม ไข่ ได้เขาจึงสรุปผลออกมาว่า โรคนี้เกิดจากการที่ขาดสารอาหาร ต่อมาเขาทำการทดลองให้อาสาสมัครกินอาหารประเภทเดียวกันกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเพลากรา และเมื่ออาสาสมัครเหล่านั้นเป็นโรคแล้ว เขาก็ทำให้หายโดยให้กินเนื้อสัตว์ นม และยีสต์ เมื่อผลเป็นเช่นนี้ ผู้คนจึงยอมรับว่า ยังมีวิตามินบีอีกชนิดหนึ่งอยู่ในอาหาร ภายหลังเรียกวิตามินนี้ว่า ไนอาซิน สามารถรักษาโรคเพลากราให้หายได้ ไนอาซินมีมากในตับและไต                                                         หน้าที่ของไนอาซิน                                                                                                                                          ช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต                                                                                                          นำไปใช้กับวิตามินชนิดอื่นๆเช่น วิตามินซี รักษาโรคชิโซฟรีเนีย                                                                   สามารถใช้ในการักษาโรคปวดศีรษะแบบไมเกรนไดผล                                                                                     ความต้องการไนอาซินควรได้รับวันละ 20 มิลลิกรัม การได้รับไนอาซินมากเกินไปไม่มีผลเสียต่อร่างกาย เพราะสามารถขับถ่ายออกมาได้ อาหารที่มีไนอาซินได้แก่ ไก่ ยีสต์ ถั่ว ตับ ไต หัวใจ

1. วิตามินบี6 มีชื่อทางเคมีว่า ไพริดอกซิน(Pyridoxin) ความสำคัญของวิตามินบี6 มีดังนี้ คือ                             ใช้ในการผาผลาญกรดอะมิโนทริปโตเฟนในร่างกาย                                                                                     หากขาดจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ง่าย เพราะวิตามินบี6จะช่วยในการเผาผลาญคอเลสเตอรอลอย่างมีประสิทธิภาพ                                                                                                                ช่วยในการเผาผลาญโปรตีน                                                                                                                             ผู้ที่มักขาดวิตามินบี6 ได้แก่ สตรีที่กินยาคุมกำเนิด สตรีที่อยู่ในช่วงของการมีประจำเดือน และหญิงมีครรภ์   อาหารที่มีวิตามินบี6 ไก่ ยีสต์ ถั่ว ตับ ปลา ไก่ กล้วย ข้าวแดง ฯลฯ

2. วิตามินบี12 มีอยู่ในอาหารจากสัตว์ เช่น ตับ(มีวิตามินบี12มากที่สุด) นม ไข่ เนย วิตามินนี้มีอยู่ในพืชน้อยมาก ความสำคัญของ วิตามินบี12 มีดังนี้                                                                                                               มีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง                                                                                                           มีส่วนสำคัญในการทำงานของระบบประสาท                                                                                                 มีส่วนในการสร้างกรดนิวคลีอิค(nucleic acid) ซึ่งเป็นพื้นฐานของกรรมพันธุ์                                                   มีส่วนช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต                                                                                                     มีส่วนช่วยให้ร่างกายนำไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน ไปใช้ได้อย่างสมบูรณ์                                             มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาท                                                                                              ช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กๆ คือ มีความต้านทานต่อโรค มีน้ำหนักและส่วนสูงมากกว่าปกติ

3. วิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก ค้นพบเจอในพริกชนิดหนึ่งในปี ค.ศ. 1928 โดยนักชีวเคมีชาวฮังกาเรียนชื่อ อัลเบิร์ต เซนต์ เกอร์กี ประโยชน์ของวิตามินซีมีดังนี้                                                                                            ช่วยในการป้องกันจากโรคหวัด                                                                                                             สามารถลดระดับของซีรัมคลอเลสเตอรอล(เพราะวิตามินซีจะรวมตัวกับคลอเลสเตอรอลและแคลเซียม ทำให้คลอเลสเตอรอลแตกกระจายในน้ำได้)                                                                                                           ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า                                                                                           ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อโรคหัด คางทูม และโพลีโอไวรัส                                                                                     หากได้รับวิตามินซีในปริมาณสูงมาก จะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อเซลล์มะเร็ง และสามารถทำลายเซลล์มะเร็งแบบmelanomaได้ มีผลให้สามารถยืดอายุของผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งได้                                                     วิตามินซีที่บริษัทยาผลิตจำหน่ายโดยปกติจะอยู่ในลักษณะเป็นเม็ดฟู่ซึ่งมีแคลเซียมอยู่ด้วย ถ้าหากผู้สูงอายุได้รับแคลเซียมมากเกินไปจะทำให้กระดูกงอก

4. วิตามินอี วิตามินอีได้มาจากพืชในธรรมชาติ ประโยชน์ของวิตามินอีมีดังนี้                                                       ช่วยในการลดปริมาณคลอเลสเตอรอลที่ค้างอยู่ในหลอดเลือดในมนุษย์และสัตว์                                          ช่วยบำบัดโรคหัวใจ                                                                                                                                         ช่วยในการป้องกันอันตรายจากโอโซนในบรรยากาศ                                                                                     ใช้ในการรักษาโรคเลือดออกใต้ผิวหนัง

เกลือแร่

1370363603

ร่างกายมีเกลือแร่ 4% ของน้ำหนักร่างกายทั้งหมด เกลือแร่ที่ร่างกายต้องการมีดังต่อไปนี้

5. แคลเซียม เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ และหัวใจ เป็นธาตุที่จำเป็นในการแข็งตัวของเลือด มีอยู่มากในนม และเนื้อสัตว์ประเภทที่กินได้ทั้งกระดูก เช่น กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร และทารกที่กำลังเจริญเติบโตไปจนถึงวัยรุ่นควรกินแคลเซียมมากกว่าปกติ

6. เหล็ก เป็นตัวนำออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย เป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดงในส่วนที่เรียกว่า ฮีโมโกลบินซึ่งเป็นตัวพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย และพาคาร์บอนไดออกไซด์กลับไปยังปอดเพื่อขับถ่ายออกในรูปการหายใจ ในประเทศร้อน เมื่อเหงื่อออกมาก อาจมีการสูญเสียเหล็กออกไปกับเหงื่อได้ อาหารที่มีเหล็กมากได้แก่ เครื่องในสัตว์ ถั่วเมล็ด ผักใบเขียวบางชนิด

7. ไอโอดีน ส่วนใหญ่ไอโอดีนจะอยู่ในต่อมไทรอยด์ ซึ่งอยู่ที่คอส่วนล่าง ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อ มีหน้าที่สังเคราะห์ฮอร์โมนไทรอกซิน ถ้าหากร่างกายมีการขาดไอโอดีนตั้งแต่เด็ก จะทำให้เป็นโรคเอ๋อ ร่างกายแคระแกร็น และเป็นโรคคอพอก อาหารที่มีไอโอดีนได้แก่ อาหารทะเล และเกลืออนามัย วัยรุ่น หญิงมีครรภ์ และหญิงให้นมบุตรต้องการไอโอดีนสูง

8. แมกนีเซียม มีมากในอาหารหลายชนิด เช่น ถั่ว ข้าวแดง ข้าววีท ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ผักใบเขียว(หากหุงต้มนานเกินไปจะทำให้แมกนีเซียมหลุดออกไปหมด) แมกนีเซียมมีประโยชน์ดังนี้                                             ทำงานร่วมกับแคลเซียม หากร่างกายขาดแมกนีเซียม ฟันจะไม่แข็งแรง                                                     การที่ร่างกายมีแมกนีเซียมต่ำ จะทำให้ความดันโลหิตสูง และเป็นโรคหัวใจ                                                 ผู้ใหญ่จะต้องการแมกนีเซียมประมาณ 300-400 มิลลิกรัมต่อวัน

9. ซีลีเนียม เป็นธาตุที่มีสมบัติเหมือนกำมะถัน ร่างกายต้องการซีลีเนียมน้อยมาก หากได้รับมากเกินไปจะเป็นอันตราย                                                                                                                                                                 อาหารที่มีซีลีเนียมมาก ได้แก่ ข้าวสาลี ตับ ไต ปลาทูน่า ประโยชน์ของซีลีเนียมมีดังนี้                               มีการทำงานสัมพันธ์กันกับวิตามินอี ซึ่งมีผลในการป้องกันโรคหัวใจ                                                             เป็นองค์ประกอบของเอนไซม์ชนิดหนึ่งชื่อว่า ซีลีโนโปรตีน เอนไซม์นี้ป้องกันไม่ให้สารพิษชื่อว่า ฟรีแรดิกัล เกิดขึ้นใน                                                                                                                                                               ร่างกายมนุษย์                                                                                                                                                     ช่วยลดการแพ้เคมีภัณฑ์ต่างๆได้                                                                                                                     ช่วยลดการแพ้มลพิษจากอากาศ                                                                                                                   ช่วยป้องกันโรคมะเร็งหลอดอาหาร

10. สังกะสี เป็นธาตุที่เราต้องรับเป็นประจำในปริมาณที่น้อยมาก เพราะถ้ามากเกินไปก็จะก่อให้เกิดอันตราย อาหารที่มีสังกะสีมาก ได้แก่ ตับ ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่ว หอยนางรม ประโยชน์ของสังกะสีมีดังนี้                          หากกินอาหารที่มีสังกะสีในปริมาณต่ำมาก จะทำให้เจริญเติบโตช้า ขนร่วง                                                มีความสำคัญในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน                                                                                  เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์อินซูลิน ซึ่งช่วยในการเผาผลาญน้ำตาลที่เรากินเข้าไป ซึ่งผู้ป่วยโรคเบาหวาน ร่างกายจะมีสังกะสีต่ำกว่าคนปกติ                                                                                                                    หากขาดจะเป็นโรคตาบอดสี(เรตินาในตาของคนจะมีสังกะสีอยู่ในปริมาณสูง)                                                ช่วยเพิ่มให้รู้สึกว่าอาหารหวานยิ่งขึ้น ทำให้คนกินหวานน้อยลง                                                                        บำรุงรักษาผิวหนัง และสิวฝ้า

11. โครเมียม ร่างกายต้องการน้อยมาก ถ้าได้รับมากเกินไปก็จะเกิดอันตราย อาหารที่มีโครเมียมมาก ได้แก่ ไข่แดง ตับ หอย มันเทศ ยีสต์หมักเหล้า ประโยชน์ของโครเมียมมีดังนี้                                                              ช่วยในการเผาผลาญน้ำตาล                                                                                                                          ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

แหล่งอ้างอิง:http://www.mu.ac.th/e-quizmarie/html/1098/science.htm

โครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง โอเอซิสจากวัสดุธรรมชาติ

1.ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

ปัจจุบันในการจัดงานพิธีการต่างๆส่วนใหญ่จะใช้โอเอชีสในการจัดดอกไม้ประดับตกแต่งเพื่อทำให้

ดอกไม้มีความสดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งโอเอซีสที่ชื้อมีราคาค่อนข้างแพงหาซื้อได้ยาก และเป็นวัสดุสิ้นเปลือง

ประกอบกับที่ตั้งชุมชนมีความห่างไกลจากแหล่งซื้อขาย

ผู้จัดท าโครงงานมีความคิดว่าควรจะหาวัสดุที่สามารถใช้แทนโอเอซีสจึงได้มีการจัดท าโอเอซีสที่ท า

จากขี้เลื่อยเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้งานของโอเอซีสที่จ าหน่ายตามท้องตลาดกับโอเอซีสที่ท าจาก

ขี้เลื่อย เพราะในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพธุรกิจค้าขายไม้และสร้างศาลาไทยจึงท าให้มีเศษขี้เลื่อย

เหลือเป็นจ านวนมาก ซึ่งสามารถน ามาใช้ท าโอเอซีสได้

1.1วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเปรียบเทียบการอุ้มน้ าของโอเอซีสจากขี้เลื่อยและโอเอซีสจากท้องตลาด
  2. เพื่อเปรียบเทียบความสดของดอกไม้ที่ปักในโอเอซีสที่จ าหน่ายตามท้องตลาดกับโอเอ ซีสที่ท า

จากขี้เลื่อย

1.2 สมมติฐาน

1.โอเอซีสจากขี้เลื่อยอุ้มน้ าได้ดีกว่าโอเอซีสจากท้องตลาด

2.โอเอซีสจากขี้เลื่อยรักษาความสดของดอกไม้ได้ดีกว่าโอเอซีสจาก ท้องตลาด

1.3 ตัวแปรที่ศึกษา

ตัวแปรต้น โอเอซีสตามท้องตลาดกับโอเอซีสจากขี้เลื่อย

ตัวแปรตาม การอุ้มน้ ำของโอเอซีสจากขี้เลื่อยและโอเอซีสจากท้องตลาด

ตัวแปรควบคุม พันธุ์ดอกไม้ อุณหภูมิ ขนาดของโอเอซีส ระยะเวลา ปริมาณน้ำที่ใช้ ในการแช่

2. วัสดุอุปกรณ์

1.ขี้เลื่อย (ชนิดละเอียด) จ านวน 600 มิลลิลิตร

2.ดอกไม้สด (ชนิดเดียวกัน) จ านวน 20 ดอก

3.โอเอซีส ขนาด 5 x 5 ซม. จ านวน 1 ก้อน

4.กาวแป้งเปียก จ านวน 200 มิลลิลิตร

5.กระดาษฟอยด์ จ านวน 1 ม้วน

วิธีการด าเนินการ การศึกษาเรื่อง การท าโอเอชิสจากขี้เลื่อยได้ดำเนินการทดลอง ดังนี้

1.นำขี้เลื่อย 600 มิลลิลิตร ผสมกับกาวแป้งเปียกจ านวน 200 มิลลิลิตร

2.ปั้นให้เป็นรูปขนาดเท่ากับโอเอชีส ขนาด 5 x 5 ซม.

3.น าโอเอซีสที่ปั้นขึ้นรูปที่ส าเร็จตากแดด นาน 1 ชั่วโมง

4.โดยน าเอาโอเอซิสจากท้องตลาดและโอเอชิสที่ท าจากขี้เลื่อย มาแช่ในน้ าเปล่าปริมาณ 200 มิลลิลิตร

จ านวน 2 กะละมังสังเกตการอุ้มน้ าของโอเอซิสทั้ง 2 ในเวลา 15 นาที โดยวัดจากน้ าที่เหลือในกะละมัง

5.น าโอเอซีสทั้ง 2 ชนิด ขึ้นจากน้ าแล้วน ามาห่อด้วยกระดาษฟอยด์แล้วน าดอกไม้มาปักอย่างละ 10 ดอก

6.บันทึกผลการทดลองทุกๆ 3 ชั่วโมง เพื่อดูความสดของดอกไม้นาน 6ชั่วโมง

อาหารและสารอาหาร

อาหารและสารอาหาร

1. อาหาร

อาหาร หมายถึง สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ไม่ทำให้เกิดโทษ เช่น เนื้อสัตว์ ข้าว แป้ง ผัก ผลไม้ นม ฯลฯ ยกเว้นยารักษาโรค

ความสำคัญของอาหาร

อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นต่อชีวิต ที่ช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโต แข็งแรง สมบูรณ์ สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆได้

ประโยชน์ของอาหาร

อาหารที่เรารับประทานเข้าไป เมื่อร่างกายย่อยแล้วจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้
1. ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ สมอง กระดูก ผิวหนัง เป็นต้น
2. ให้พลังงานและความอบอุ่นต่อร่างกายในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเดิน การเล่นกีฬาการทำงานบ้าน การใช้ความคิด
3. ช่วยซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่สึกหรอ
4. สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายในการต้านทานโรคต่างๆ ทำให้คนเราไม่เจ็บป่วยง่ายๆ ช่วยทำให้การทำงานของอวัยวะภายในร่างกายทำงานเป็นปกติ

การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการ สามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ คือ

1 คาร์โบไฮเดรท

2 โปรตีน

3 ไขมัน

4 เกลือแร่

5 วิตามิน

2. สารอาหาร

สารอาหาร หมายถึง สารที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในอาหาร ที่รับประทานเข้าไปในร่างกายแล้วร่างกายนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตของร่างกาย เช่น ให้พลังงานในการดำรงชีวิต เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อ ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ประโยชน์ของสารอาหาร สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในอาหารมีประโยชน์ ดังนี้

1.ให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้ทำงานได้และให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

2.ป้องกันและต้านทานโรค

3.สร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ และทำให้ร่างกายเจริญเติบโต

4.ช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานเป็นปกติ

การแบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน ได้แก่ คาร์โบไฮเดรท โปรตีน และไขมัน
กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน ได้แก่ เกลือแร่ และ วิตามิน
2.1 สารอาหารที่ให้พลังงาน

2.1.1 คาร์โบไฮเดรต ( carbohydrate)

 

 

อาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรต อาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรตมีอยู่ ๕ ประเภท คือ ธัญพืช ผลไม้ ผัก นม ขนมหวานและน้ำหวานชนิดต่างๆ แม้ว่าโปรตีนและไขมันให้กำลังงานได้เช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรตก็จริง แต่อย่างน้อยที่สุด ผู้ใหญ่แต่ละคนควรกินคาร์โบไฮเดรตไม่ต่ำกว่า ๕๐-๑๐๐ กรัม เพื่อหลีกเลี่ยงผลร้ายจากการเผาผลาญโปรตีนและไขมัน ถ้าจะให้ดีร้อยละ ๕๐ ของกำลังงานที่ได้รับในแต่ละวันควรด้มาจากคาร์โบไฮเดรต

องค์ประกอบทางเคมี คือ สารอินทรีย์ที่ประกอบด้วยธาตุ C, H และ O อัตราส่วนโดยอะตอมของ H : O = 2:1 เช่น C3H6O3 /C6H12O6 /(C6H10O5)n

ประเภทของคาร์โบไฮเดรต

คาร์โบไฮเดรตสามารถจำแนกตามสมบัติทางกายภาพและ ทางเคมี ได้ 2 พวก คือ

พวกที่เป็นน้ำตาล
พวกที่ไม่ใช่น้ำตาล (แป้ง และเซลลูโลส)
คาร์โบไฮเดรตสามารถจำแนกตามขนาดโมเลกุล สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

1.น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว หรือ โมโนแซ็กคาไรด์ (monosaccharide) จัดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีโมเลกุลเล็กที่สุด เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะดูดซึมจากลำไส้ได้เลย โดยไม่ต้องผ่านการย่อย ที่พบทั่วไปมีคาร์บอน 6 อะตอม ตัวอย่างของน้ำตาลประเภทนี้ได้แก่ กลูโคส (glucose), ฟรักโทส (fructose), กาแล็กโทส (galactose) และทั้งกลูโคสและฟรักโทสต่างก็เป็นน้ำตาลที่พบได้ในผัก ผลไม้ และน้ำผึ้ง น้ำตาลส่วนใหญ่ที่พบในเลือด คือ กลูโคส ซึ่งเป็นตัวให้พลังงานที่สำคัญแก่ร่างกาย

2.น้ำตาลโมเลกุลคู่ หรือ ไดแซ็กคาไรด์ (disaccharide) จัดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ประกอบไปด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 ตัวมารวมกัน น้ำตาลชนิดนี้เมื่อรับประทานเข้าไป น้ำย่อยในลำไส้เล็กจะย่อยออกเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวก่อน ร่างกายจึงจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่สำคัญทางด้านอาคาร คือ แล็กโทส (lactose) ที่ประกอบด้วยกลูโคสและกาแล็กโทส และซูโครส (sucrose) ที่ประกอบด้วยกลูโคสและฟรักโทส, และมอลโทส (maltose)

3. น้ำตาลโมเลกุลใหญ่ หรือ โพลีแซ็กคาไรด์ (polysaccharide) จัดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีโมเลกุลใหญ่และมีสูตรโครงสร้างที่ซับซ้อน ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวจำนวนมากกว่า 10 หน่วยขึ้นไปมารวมตัวกันอยู่ โดยเชื่อมต่อกันด้วยพันธะไกลโคซิติกชนิดต่างๆ โพลีแซ็กคาไรด์ที่สำคัญทางอาหาร คือ แป้ง (starch), ไกลโคเจน (glycogen), เซลลูโลส (cellulose), ไคติน (chitin), ลิกนิน (lignin), เพกติน (pectin), อินนูลิน (inulin), เฮปาริน (heparin) ฯลฯ โดยไกลโคเจนจะพบได้ในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์และเครื่องในสัตว์ ส่วนแป้งและเซลลูโลสจะพบได้ในพืช แม้ว่าทั้งแป้ง ไกลโคเจน และเซลลูโลสจะประกอบไปด้วยกลูโคสเหมือนกัน แต่ลักษณะของการเรียงตัวของกลูโคสจะต่างกัน ทำให้สูตรโครงสร้างต่างกัน และเฉพาะแป้งและไกลโคเจนเท่านั้นที่น้ำย่อยในลำไส้สามารถย่อยได้

ประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต

ช่วยให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวเพื่อทำงานหรือประกอบกิจกรรมต่างๆ ได้ (คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม จะให้พลังงาน 4 แคลอรี่)
คาร์โบไฮเดรตจัดเป็นส่วนประกอบของสารที่ทำหน้าที่สำคัญในร่างกายหลายชนิด เช่น สารจำพวกไกลโคโปตีน (glycoprotein), ไกลโคไลปิด (glycolipid), กรดนิวคลิอิค (nucleic acid) เป็นต้น
คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งงานที่เรียกว่าโพลีแซ็กคาไรด์สะสม (Storage polysaccharide) เช่น ไกลโคเจนและแป้ง ซึ่งเป็นเสมือนแหล่งเสบียงที่เก็บตุนพลังงานไว้ เมื่อร่างกายต้องการใช้พลังงานก็จะถูกย่อยให้เป็นกลูโคสเพื่อใช้เผาผลาญให้ได้พลังงานต่อไป
คาร์โบไฮเดรตมีความจำเป็นต่อการช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายให้เป็นไปตามปกติ หากร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอร่างกายจะเผาผลาญไขมันเป็นพลังงานมากขึ้น ทำให้เกิดสารประเภทคีโทนมาคั่ง (ketone bodies) ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
คาร์โบไฮเดรตจะช่วยสงวนคุณค่าของโปรตีนไว้ไม่ให้เผาผลาญเป็นพลังงาน หากได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเพียงพอ
คาร์โบไฮเดรตที่เหลือใช้จากการเปลี่ยนไปเป็นพลังงานและสร้างไกลโคเจน ร่างกายจะนำไปใช้ในการสังเคราะห์ไขมันและกรดอะมิโน
การทำงานของสมองจะต้องพึ่งกลูโคส (glucose) ซึ่งเป็นตัวให้พลังงานที่สำคัญ
กรดกลูคูโรนิก (glucuronic acid) (อนุพันธ์ของกลูโคส) มีหน้าที่เปลี่ยนสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายเมื่อผ่านไปที่ตับ ทำให้มีพิษลดลงและอยู่ในสภาพที่ร่างกายจะสามารถขับถ่ายออกมาได้
ช่วยทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของผนังเซลล์ในแบคทีเรีย เซลล์พืชและสัตว์ เช่น ไคตินในกระดองปู วุ้นในสาหร่ายทะเล และยังทำหน้าที่ทางชีวภาพอื่นๆ เช่น เฮปาริน จะช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือด เป็นต้น
อาหารจำพวกธัญพืชนอกจากจะมีคาร์โบไฮเดรตแล้ว ยังเป็นแหล่งที่ให้โปรตีน เกลือแร่ และวิตามินอีกด้วย
2.1.2 โปรตีน (Protein)

อาหารที่ให้โปรตีน

พืชสังเคราะห์โปรตีนได้จากไนโตรเจน ส่วนคนและสัตว์ชั้นสูงอาศัยกรดแอมิโนที่ได้รับจากอาหาร แหล่งอาหารโปรตีนที่มีคุณภาพดีและสำคัญของมนุษย์และสัตว์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ (meat) น้ำนม (milk) ไข่ (egg) ถั่ว (legume) เช่น ถั่วเหลือง เมล็ดธัญพืช (cereal grain) นอกจากนี้ จุลินทรีย์ เช่น ยีสต์ สาหร่ายเห็ด หนอน แมลงที่กินได้ก็เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี

องค์ประกอบทางเคมี

โปรตีน คือ สารชีวโมเลกุลประเภทสารอินทรีย์ที่ประกอบด้วยธาตุ คาร์บอน(C), ไฮโดรเจน(H), ออกซิเจน(O), ไนโตรเจน(N )เป็นองค์ประกอบสำคันอกจากนั้นยังมีธาตุอื่น ๆ เช่น S, P, Fe, Zn ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของโปรตีน โปรตีน เป็นสารพวกพอลิเมอร์ ประกอบด้วยกรดอะมิโนจำนวนมากมาย

กรดอะมิโน (Amino acid) คือ หน่วยเล็กๆของ โปรตีน ถ้าไม่มีกรดอะมิโนก็จะไม่มีโปรตีน

ชนิดกรดอะมิโน ในคนพบประมาณ 20 ชนิด แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

กรดอะมิโนจำเป็น ร่างกายต้องการสังเคราะห์ขึ้นไม่ได้ต้องได้รับจากอาหาร เช่น ไลชีน, วาลีน, ไอโชลิวชีน,ทรีโอนีน เป็นต้น

กรดอะมิโนที่ไม่จำเป็น ร่างกายสังเคราะห์ได้เอง เช่น ชีสเทอีน,อาร์จินิน,กลูตามีน,เซรีน เป็นต้น

ประโยชน์ของโปรตีน

ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย
ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอภายในร่างกาย
ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกายในกรณีร่างกายขาดพลังงาน
ช่วยสร้างน้ำย่อย ฮอร์โมน และน้ำนม รวมไปถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วย
ช่วยรักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือด เนื้อเยื่อ และเซลล์ต่างๆในร่างกาย รวมไปถึงความเป็นกรดด่างของร่างกายด้วย
ช่วยกระตุ้นการผลิตกลูโคส จากนั้นกลูโคสจะเดินทางไปที่ตับ และทำให้ร่างกายของเรารู้สึกอิ่ม ก่อนจะส่งสัญญาณไปยังสมองว่าหยุดรับประทานอาหารได้แล้ว
2.1.3 ไขมัน (Fat)

อาหารที่ให้ไขมัน

น้ำมัน กะทิ เนย น้ำมันจากพืชและสัตว์

องค์ประกอบทางเคมี

ไขมันเป็นสารอินทรีย์ ประกอบด้วยหน่วยย่อย 2 ชนิด คือ กลีเซอรอล(Glycerol) และ กรดไขมัน (Fatty acid) โดยทั่วไปไขมันจะมีธาตุคาร์บอน (C) ไฮโดรเจน (H) และออกซิเจน (O) เป็นองค์ประกอบ ไขมันที่พบมากที่สุดสัตว์และพืช คือ ไขมันที่เรียกว่า ไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเกิดจากกลีเซอรอล 1 โมเลกุลกับกรดไขมัน 3 โมเลกุล

ไขมันสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ

1. กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated Fatty Acids) คือเป็นไขมันเต็มตัวแล้ว คือ ธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจนและออกซิเจนจับกันเป็นลูกโซ่โดยสมบูรณ์ และไม่มีช่องว่างเหลือที่จะทำปฏิกิริยากับสารใดๆ ในร่างกายได้ ดังนั้น ไขมันชนิดนี้จะอยู่ในรูปของแข็งในอุณหภูมิปกติ ไขมันจำพวกนี้จะพบมากใน ไขมันสัตว์ เช่น เนื้อหมู วัว และไขมันจากกะทิ มะพร้าว เนย ไข่แดงและอื่นๆ

2. กรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acids) คือไขมันที่ธาตุ คาร์บอน ไฮโดรเจนและออกซิเจน จับกันยังไม่สมบูรณ์ นั่นคือ ยังมีช่องว่างในลูกโซ่เหลืออยู่ และพร้อมที่จะทำปฏิกิริยาและจับกับสารอื่นๆ ในร่างกายได้และพร้อมจะเปลี่ยนแปรสภาพเป็นสารอื่นๆ ได้ พบมากในน้ำมันปลาแซลมอน น้ำมันเมล็ดพันธุ์บอเรจ น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส น้ำมันจมูกข้าวสาลี และอื่นๆ

ประโยชน์ของไขมัน

1. ไขมันเป็นอาหารสำคัญที่มีความจำเป็นต่อร่างกายและเป็น 1 ในอาหาร 5 หมู่ ที่มีประโยชน์ นอกเหนือจากโปรตีน คาร์โบไฮเดรท วิตามินและเกลือแร่
2. ไขมันช่วยในการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน (Fat soluble Vitamins) เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
3. ไขมันให้พลังงานแก่ร่างกายที่สูงที่สุดคือ 9 แคลอรี่ต่อ 1 กรัมของไขมัน ช่วยทำให้ร่างกายมีพลังงานที่จะทำงานและประกอบกิจวัตรประจำวัยได้ตามปกติ
4. ไขมันช่วยปกป้องและกันความร้อน รวมทั้งคอยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน (Thermal Insulator) ของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกาย
5.ไขมันช่วยเป็นเสมือนกันชนให้ร่างกาย คือช่วยป้องกันการกระเทือนของอวัยวะภายในร่างกาย ที่เกิดจากแรงกระแทกหรือการเคลื่อนไหวอย่างแรงของร่างกาย ซึ่งคอยป้องกันการบาดเจ็บของอวัยวะภายในร่างกาย
6. ไขมันเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อประสาทนั่นคือ เส้นประสาทของคนเราจะมีไขมันเป็นส่วนประกอบในอัตราที่สูง โดยเฉพาะจะหุ้มเส้นประสาท ช่วยในการป้องกันเส้นประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อถูกสั่งจากสมองไปยังกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
7. ไขมันเมื่อรวมกับโปรตีนก็คือ ไลโปโปรตีน (Lipoproteins) จะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะผนังเซลล์และไมโตคอนเดรีย ส่วนนี้มีประโยชน์สำหรับคนเรามาก เพราะร่างกายของเราประกอบเป็นตัวตนด้วยเซลล์หลายๆ ล้านเซลล์ และเซลล์ของร่างกายเรา จะผลิตทุกวันเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นั่นคือ ถ้าขาดไขมัน ผนังเซลล์ของร่างกายเราก็จะอ่อนแอ เซลล์ที่ตายไปก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้

2.2 สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน

2.2.1 วิตามิน (Vitamin)

วิตามินเป็นสารอินทรีย์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก แต่มีโครงสร้างค่อนข้างซับซ้อนจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต ซึ่งร่างกายต้องการน้อยมากแต่ถ้าขาดไปจะทำให้ร่างกายผิดปกติ วิตามินมีหน้าที่ควบคุมการทำงานต่างๆ ในร่างกายให้เป็นปกติ โดยมีบทบาทในปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์ทำงานร่วมกันเอนไซม์ วิตามินส่วนใหญ่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นเองไม่ได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารที่มีวิตามินหรือสารตั้งต้นในการสังเคราะห์วิตามิน

วิตามินจำแนกตามสมบัติการละลาย ได้ 2 กลุ่ม คือ

1.วิตามินที่ละลายในน้ำมัน (Fat-soluble vitamin) ได้เเก่ วิตามินเอ ดี อี และเค

2.วิตามินที่ละลายในน้ำ (Water-soluble vitamins) ได้เเก่ บี1,บี2,บี3,บี6,บี12 และวิตามิน 16

2.2.2 แร่ธาตุ (Mineral)

องค์ประกอบทางเคมี

แร่ธาตุเป็นสารอินทรีย์ โดยร่างกายจะได้รับมาพร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะของไอออนที่ละลายน้ำได้

ความสำคัญของแร่ธาตุ

1.เกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อและเซลล์ประสาท

2.รักษาสมดุลของสารละลายและน้ำในร่างกาย

3.เป็นส่วนประกอบหลักของเนื้อเยื่อต่างๆ และโปรตีนหลายชนิก

4.เป็นส่วนประกอบหลักของสารละลายภายนอกและภายในเซลล์

2.2.3 น้ำ (Water)

องค์ประกอบทางเคมี

น้ำเป็นสารอาหารประเภทอนินทรีย์ ประกอบด้วยธาตุไฮโดรเจน(H) และธาตุออกวิเจน (O) มีสูตรโมเลกุล คือ H2O

ความต้องการน้ำของร่างกาย

ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำประมาณร้อยละ 60-70 ของน้ำหนักตัว น้ำที่ร่างกายได้รับมาจากน้ำ เครื่องดื่ม อาหาร และผักผลไม้ ซึ่งบางชนิดที่มีน้ำมากกว่าร้อยละ 90 เช่น กะหล่ำปลี มะเขือเทศ แตงโม โดยทั่วไปผู้ใหญ่ควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร หรือประมาณ 6-8 แก้ว

เป็นส่วนประกอบที่มีมากที่สุดในร่างกาย มีอยู่ 2 ใน 3 ของน้ำหนักตัว โดยส่วนประกอบของส่วนต่างๆ ในร่างกาย เช่น เลือด น้ำเหลือง ตับ ไต เนื้อ
ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่
เป็นสารที่ช่วยให้กระบวนการทางเคมีในร่างกายดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เช่น การย่อยอาหาร ทั้งประเภทคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ได้อาหารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กลงที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้
ช่วยในการลำเลียงสารต่างๆ ในร่างกาย เช่น การลำเลียงอาหาร การไหลเวียนของเลือด และยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย เช่น ปัสสาวะ เหงื่อ
5.มีความเกี่ยวข้องกับสมดุลของความเข้มข้นของสารละลายในร่างกาย

6.ช่วยในการขับถ่ายกากอาหารและของเสีย เช่น การขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ

แหล่งอ้างอิง : http://frynn.com

http://thunyalak.wordpress.com/

http://www.vistra.co.th

อาหารและสารอาหาร

                                                                                                   health4
อาหาร  หมายถึง สิ่งที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่เป็นโทษต่อร่างกายและมีประโยชน์โดยทำให้ร่างกายดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข และให้พลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งพลังงานเหล่านี้นำมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ประกอบด้วยสารอาหารหลายประเภท คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่
สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบในอาหารนั้นมีมากมายหลายชนิด จะรวมเรียกว่า “สารอาหาร” การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการจะพิจารณาจากปริมาณของสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารนั้นๆ มากที่สุดเป็นหลัก ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ ดังนี้ คือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เหล่านี้เมื่อรับประทานเข้าไปจะถูกเผาผลาญให้เกิดเป็นพลังงานและความร้อนเพื่อนำไปใช้ควบคุมการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น การเดิน การวิ่ง การยืน การนอน การหายใจ เป็นต้น ซึ่งหากแบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
 – กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน
   – กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน
กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน
สารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน อาหารทั้งหมดในกลุ่มนี้จัดเป็นสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อร่างกาย และจะขาดไม่ได้
                                                                                                                                 1. คาร์โบไฮเดรต
ธัญพืช (Small)
สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เป็นสารอินทรีย์ที่ให้พลังงานที่สำคัญแก่ร่างกาย มักพบอยู่ในรูปของแป้ง และน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ พบมากในข้าว แป้ง ขนมปัง ผัก ผลไม้ นม และผลิตภัณฑ์จากนม คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี หากปริมาณคาร์โบไฮเดรตในร่างกายมีมากเกินความต้องการ ร่างกายจะเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินนี้ให้อยู่ในรูปของไกลโคเจนและเก็บสะสมไว้ในร่างกาย
                                                                                                                                                  2.ไขมัน
5497
สารอาหารประเภทไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง ประกอบด้วยกรดไขมันและ
กลีเซอรอล พบมากในไขมันจากพืช มันสัตว์ นม เนย ถั่ว กรดไขมันแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
2.1 กรดไขมันอิ่มตัว เป็นไขมันที่พบมากในเนื้อสัตว์ มันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง กุ้ง ปู นม และผลิตภัณฑ์จากนม ไขมันประเภทนี้ หากมีมากเกินไปจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน
2.2 กรดไขมันไม่อิ่มตัว เป็นไขมันที่พบมากในถั่ว เต้าหู้ เห็ด น้ำมันพืช (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม) ช่วยลดการดูดซึมไขมันอิ่มตัว ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน
สำหรับไขมัน 1 กรัม จะให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี สารอาหารประเภทไขมันช่วยให้อาหารมีรส กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่ดีขึ้น ช่วยในการดูดซึมวิตามิน เอ ดี อี และ เค ไขมันที่มีมากเกินความต้องการของร่างกายจะถูกสะสมเป็นชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายใน ป้องกันการสูญเสียความร้อนของร่างกาย
    3. โปรตีน
                                                                                      7155_1
สารอาหารประเภทโปรตีน เป็นสารอาหารที่มีในร่างกายมากเป็นที่สองรองจากน้ำ มี
หน่วยย่อยที่เล็กที่สุด คือกรดอะมิโน ซึ่งมีประมาณ 12 -22 ชนิด แบ่งเป็น กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย
สารอาหารประเภทโปรตีนมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างสารควบคุมการทำงานของร่างกาย เช่น ฮอร์โมน และเอนไซม์ รักษาดุลยภาพของสารต่างๆ ในร่างกาย ให้พลังงานและความร้อน เช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตัน และสร้างภูมิคุ้มกันโรค โปรตีนจะพบมากในไข่ นม เนื้อสัตว์ ถั่ว ข้าว ข้าวโพด ผักและผลไม้บางชนิด โปรตีนในเนื้อสัตว์เป็นโปรตีนที่สมบูรณ์เพราะมีกรดอะมิโนครบตามความต้องการของร่างกาย แต่หากผู้ใดไม่รับประทานเนื้อสัตว์ก็สามารถรับประทานอาหารประเภทถั่ว ข้าวโพด ผัก และผลไม้ชดเชยได้ แต่อาหารประเภทนี้ก็จะมีกรดอะมิโนไม่ครบตามที่ร่างกายต้องการ โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี
การตรวจสอบหาสารอาหารประเภทต่างๆ ที่มีอยู่ในอาหาร มีวิธีการตรวจสอบอย่างง่ายๆ ดังนี้
1. การตรวจสอบหาคาร์โบไฮเดรต มี 2 วิธี คือ
1.1 การทดสอบแป้ง จะใช้สารละลายไอโอดันหยดลงบนอาหารที่ต้องการทดสอบ ถ้าอาหารที่ทดสอบมีแป้งเป็นส่วนประกอบจะเปลี่ยนสีของสารละลายไอโอดีนจากสีน้ำตาลเป็นสีม่วงเข้มเกือบดำ หรือม่วงแกมน้ำเงิน
1.2 การทดสอบน้ำตาล จะใช้สารละลายเบเนดิกต์หยดลงไปในอาหาร แล้วนำไปต้มในน้ำเดือด ถ้าเกิดตะกอนสีส้ม สีเหลือง หรือสีอิฐ แสดงว่าอาหารนั้นมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ
2. การตรวจสอบหาโปรตีน จะใช้การทดสอบที่เรียกว่า การทดสอบไบยูเร็ต คือการเติมสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ และสารประกอบคอปเปอร์ซัลเฟตลงในอาหาร ถ้าสีของสารละลายเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีม่วง หรือสีชมพูอมม่วง หรือสีน้ำเงิน แสดงว่าอาหารนั้นมีโปรตีน
3. การตรวจสอบหาไขมัน เป็นการตรวจสอบที่สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากเหมือนกับวิธีการตรวจสอบสารอาหารประเภทอื่น คือการนำอาหารไปแตะหรือถูกับกระดาษสีขาว แล้วให้แสงส่องผ่าน ถ้ากระดาษเป็นมันและมีลักษณะโปร่งแสงแสดงว่าอาหารนั้นมีไขมันอยู่
กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน
                                                                                                                        วิตามิน
                                                                                       1370363603
เป็นสารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้ ถ้าขาดจะทำให้ระบบร่างกายของเราผิดปกติ หรือเกิดโรคต่างๆได้ วิตามินแบ่งออกเป็น 2 พวก ได้แก่
1. วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค
2. วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบีรวม
                                                                                                         ตารางวิตามินที่ละลายในไขมัน
                                          
                                                                                 
                                                                                                                 
                                                                                                                    ตารางวิตามินที่ละลายในน้ำ      
                                                                       
  แร่ธาตุ
           แร่ธาตุหรือเกลือแร่เป็นสารอาหารอีกประเภทหนึ่งที่ร่างกายต้องการและขาดไม่ได้เพราะแร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนประกอบของอวัยวะและกล้ามเนื้อบางอย่าง  เช่น  กระดูก  ฟัน  เลือด  บางชนิดเป็นส่วนของสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน  เฮโมโกลบิน  เอนไซม์  เป็นต้น  นอกจากนี้แร่ธาตุยังช่วยในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำหน้าที่ปกติ  เช่น  ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท  การแข็งตัวของเลือด  และช่วยควบคุมสมดุลของน้ำในการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย  เป็นต้น
                                                                                                 
                                                                                                                                      ตารางเเสดงเเร่ธาตุต่างๆ
                                                    

อาหารและสารอาหาร

 

อาหาร (food) คือ สิ่งที่เรารับประทานได้โดยปลอดภัยและให้สารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ในประเทศไทยมักจำแนกเป็น 5 หมู่ หรือ 5 กลุ่ม เพื่อเป็นแนวทางให้คนไทยบริโภคอาหารที่หลากหลายและครบส่วน อาหาร 5 หมู่ ได้แก่

หมู่ที่ 1 ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน

หมู่ที่ 2 ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ถั่ว ไข่

หมู่ที่ 3 ได้แก่ ไขมันและน้ำมัน

หมู่ที่ 4 ได้แก่ ผัก

หมู่ที่ 5 ได้แก่ ผลไม้

สารที่เป็นองค์ประกอบในอาหาร เรียกว่า สารอาหาร (nutrient) เป็นสารที่ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต จำแนกตามองค์ประกอบทางเคมีเป็น 6 ประเภท คือ คาร์โบไฮเดรต  โปรตีน ลิพิด วิตามิน  แร่ธาตุ และน้ำ

        คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) เป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ส่วนใหญ่ของคาร์โบไฮเดรตที่มนุษย์ได้รับมาจากอาหารจำพวกน้ำตาลและแป้ง ซึ่งมีมากในธัญพืช ถั่ว และผักผลไม้ คาร์โบไฮเดรตประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจนและออกซิเจน  จับตัวกันเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว  น้ำตาลโมเลกุลคู่ และคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ การตรวจสอบน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวใช้สารละลายเบเนดิกต์ส่วนการตรวจสอบคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่พวกแป้งใช้สารละลายไอโอดีน

       ประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต
– ให้พลังงานและความร้อน  (  1  กรัม  ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ )
– ช่วยสงวนโปรตีนให้ร่างกายนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์มากที่สุด
– คาร์โบไฮเดรตที่เหลือใช้   เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้

ตัวอย่างอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรต
ได้แก่ เมล็ดธัญพืชแป้ง สตาร์ซ น้ำตาลข้าว ขนมปัง ข้าว

       โปรตีน (protein) เป็นส่วนประกอบสำคัญของอวัยวะและเซลล์ทุกเซลล์ ช่วยสร้างเสริมการเจริญเติบโตและซ่อมแซมเซลล์ และเป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน โปรตีนมีบทบาทสำคัญโดยเป็นเอนไซม์  ฮอร์โมน แอนติบอดี  อาหารที่พบโปรตีนมากได้แก่ เนื้อสัตว์  ไข่ นมและถั่ว โปรตีนประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน  ออกซิเจน และไนโตรเจน เป็นธาตุหลักจับกันเป็นกรดอะมิโน ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของโปรตีน กรดอะมิโนหลายโมเลกุล จับกันเป็นโปรตีนที่มีโมเลกุลใหญ่ขึ้น

        ประโยชน์ของโปรตีน : ช่วนในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างกระดูก กล้ามเนื้อ น้ำย่อย ฮอร์โมน
– ประโยชน์ต่อเซลล์ผิว มีหน้าที่สร้างใยคลอลาเจนใต้ชั้นผิวหนังในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น และช่วยเชื่อมประสานแต่ละเซลล์ให้ยืดติดกันเป็นเนื้อเดียว ทั้งช่วยปกป้องริ้วรอยก่อนวัยได้ และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์ผมและเล็บของเราอีกด้วย
– ประโยชน์ต่อระบบกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อทุกมัดมีโครงสร้างพื้นฐานจากกรดอะมิโนหลากหลายชนิดเรียงร้อยกันเป็นมัดกล้าม ดังนั้นโปรตีนคุณภาพจึงมีความสำคัญในการสร้ามเนื้อให้แข็งแรง
– ประโยชน์ต่อการฟื้นตัวของร่างกายและระบบภูมิต้านทาน โปรตีนคุณภาพมีส่วนช่วยในการทดแทนเซลล์ที่สูญเสียไปในแต่ละวัน ช่วยลดกลไกการแข็งตัวของเลือด รวมทั้งเป็นส่วนประกอบหลักของภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย
– ประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร เนื่องจากอาหารที่เราทานเข้าไป ต้องใช้เอนไซม์หลายชนิด รวมถึงสารคัดหลั่งจากกระเพาะอาหาร ตับอ่อน และลำไส้เล็ก เพื่อช่วยแปรเปลี่ยนอาหารให้มีหน่วยเล็กลงและสามารถดูดซึมได้ง่าย หากร่างกายได้รับโปรตีนคุณภาพซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะช่วยให้อาหารต่างๆ ถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างอาหารที่ให้โปรตีน
พืชสังเคราะห์โปรตีนได้จากไนโตรเจน ส่วนคนและสัตว์ชั้นสูงอาศัยกรดอะมิโนที่ได้รับจากอาหาร แหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญของมนุษย์และสัตว์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ (meat) นม (milk) ไข่ (egg) ถั่ว (legume) เช่น ถั่วเหลือง เมล็ดธัญพืช (cereal grain) นอกจากนี้ จุลินทรีย์ เช่น ยีสต์ สาหร่าย เห็ดหนอน แมลงที่กินได้ก็เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี

         ลิพิด (lipid) เป็นสารอาหารที่มีสมบัติไม่รวมตัวกับน้ำ ให้พลังงานสูง ช่วยในการดูดซึมวิตามินบางชนิด ในร่างกายพบใต้ผิวหนัง และรอบอวัยวะภายในต่างๆ ลิพิดมีหลายประเภท เช่น ไขมัน (fat) น้ำมัน (oil) คอเลสเทอรอล (cholesterol) เป็นต้น ลิพิดในอาหารมักเป็นสารประกอบประเภทเอสเตอร์ เช่น ไตรกลีเซอไรด์  (triglyceride) ประกอบด้วยกลีเซอรอลและกรดไขมัน กรดไขมันประกอบด้วยธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจน

         วิตามิน (vitamin) เป็นสารอินทรีย์ที่มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบต่างๆ ร่ายกายต้องการปริมาณไม่มาก แต่เมื่อขาดวิตามิน จะส่งผลให้เกิดภาวะผิดปกติเนื่องจากความบกพร่องของกระบวนการเคมีในร่างกาย แหล่งที่พบ ความสำคัญ ตลอดจนผลจากการขาดวิตามินชนิดต่างๆ ศึกษาได้จากตารางต่อไปนี้

      ประโยชน์ของวิตามิน
บำรุงสุขภาพของผิวหนังให้สดชื่น  บำรุงสุขภาพปาก  เหงือก  และฟัน ช่วยให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ
ตัวอย่างอาหารที่ให้วิตามิน
ผลไม้ชนิดต่างๆ

      ไขมัน ที่ให้พลังงานที่มีส่วนประกอบหลักคือที่ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ไขมัน 1 กรัมให้พลังงาน 9แคลอรี (calorie) ขณะที่โปรตีน และคาร์โบไฮเดรท ให้พลังงาน 4 แคลอรี

      ประโยชน์ของไขมัน
พลังงานและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ช่วยในเรื่องการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน  ได้แก่  วิตามินเอ  วิตามินอี  วิตามินดี  และวิตามินเค  นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการป้องกันการกระทบ กระเทือนของอวัยวะภายในอีกด้วย

     ตัวอย่างอาหารที่ให้ไขมัน
– ไขมันเป็นอาหารสำคัญที่มีความจำเป็นต่อร่างกายและเป็น 1 ในอาหาร 5 หมู่ ที่มีประโยชน์ นอกเหนือจากโปรตีน คาร์โบไฮเดรท วิตามินและเกลือแร่
– ไขมันช่วยในการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน (Fat soluble Vitamins) เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
– ไขมันให้พลังงานแก่ร่างกายที่สูงที่สุดคือ 9 แคลอรี่ต่อ 1 กรัมของไขมัน ช่วยทำให้ร่างกายมีพลังงานที่จะทำงานและประกอบกิจวัตรประจำวัยได้ตามปกติ
– ไขมันช่วยปกป้องและกันความร้อน รวมทั้งคอยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน (Thermal Insulator) ของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกาย
– ไขมันช่วยเป็นเสมือนกันชนให้ร่างกาย คือช่วยป้องกันการกระเทือนของอวัยวะภายในร่างกาย ที่เกิดจากแรงกระแทกหรือการเคลื่อนไหวอย่างแรงของร่างกาย ซึ่งคอยป้องกันการบาดเจ็บของอวัยวะภายในร่างกาย
– ไขมันเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อประสาทนั่นคือ เส้นประสาทของคนเราจะมีไขมันเป็นส่วนประกอบในอัตราที่สูง โดยเฉพาะจะหุ้มเส้นประสาท ช่วยในการป้องกันเส้นประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อถูกสั่งจากสมองไปยังกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
– ไขมันเมื่อรวมกับโปรตีนก็คือ ไลโปโปรตีน (Lipoproteins) จะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะผนังเซลล์และไมโตคอนเดรีย ส่วนนี้มีประโยชน์สำหรับคนเรามาก เพราะร่างกายของเราประกอบเป็นตัวตนด้วยเซลล์หลายๆ ล้านเซลล์ และเซลล์ของร่างกายเรา จะผลิตทุกวันเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นั่นคือ ถ้าขาดไขมัน ผนังเซลล์ของร่างกายเราก็จะอ่อนแอ เซลล์ที่ตายไปก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้

       เกลือแร่หรือแร่ธาตุ เป็นสารอาหารอีกประเภทหนึ่งที่ร่างกายต้องการและขาดไม่ได้เพราะแร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนประกอบของอวัยวะและกล้ามเนื้อบางอย่าง  เช่น  กระดูก  ฟัน  เลือด  บางชนิดเป็นส่วนของสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน  เฮโมโกลบิน  เอนไซม์  เป็นต้น  นอกจากนี้แร่ธาตุยังช่วยในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำหน้าที่ปกติ  เช่น  ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท  การแข็งตัวของเลือด  และช่วยควบคุมสมดุลของน้ำในการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย

อาหารและสารอาหาร

ความหมายของอาหารและสารอาหาร

 ความหมายของอาหาร

       อาหาร หมายถึง สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ไม่ทำให้เกิดโทษ เช่น เนื้อสัตว์ ข้าว แป้ง ผัก ผลไม้ นม ฯลฯ ยกเว้นยารักษาโรค

ความหมายของอาหาร ( มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 )

 อาหาร คือ วัตถุทุกชนิดที่คนกิน ดื่ม ดม หรือนำเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีการใดๆ หรือรูปลักษณะใดๆ แต่ไม่รวมถึงยา วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หรือเสพย์ติดให้โทษตามกฎหมาย

 อาหาร คือ วัตถุประสงค์ที่มุ่งหมายสำหรับใช้หรือใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหารรวมถึงวัตถุเจือปนอาหาร สีและเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส

        สารอาหาร หมายถึง สารที่ได้รับจากอาหาร ที่รับประทานเข้าไปในร่างกายแล้ว จะนำไปใช้ประโยชน์ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ให้พลังงานในการดำรงชีวิต เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆของ ร่างกาย

nutrient

การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการ สามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ คือ

1 คาร์โบไฮเดรท

2 โปรตีน

3 ไขมัน

4 เกลือแร่

5 วิตามิน

การ แบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

  • กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน ได้แก่ คาร์โบไฮเดรท โปรตีน และไขมัน
  • กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน ได้แก่ เกลือแร่ และ วิตามิน

     สารอาหาร คือ “ องค์ประกอบของสารประกอบทางเคมีของธาตุต่างๆ ที่มีอยู่ในอาหารที่เรากินเข้าไป สารอาหารมีโครงสร้างโมเลกุลเฉพาะตัว เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาหารแต่ละชนิดประกอบด้วยโมเลกุลของสารอาหารหลายๆ ตัว ” ร่างกายเราต้องการสารอาหารกว่า 40 ชนิด และเพื่อให้ง่ายอีกเช่นกัน เราจึงจัดเป็นสารอาหารออกเป็นพวกๆ ที่สำคัญมี 6 จำพวก ได้แก่ สารอาหาร คาร์โบไฮเดรท , โปรตีน , ไขมัน , วิตามิน , เกลือแร่ , และน้ำ สารอาหารแต่ละชนิดมีหน้าที่เด่นเฉพาะแตกต่างกัน

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง (น้ำยาเช็ดกระจกจากดอกอัญชันและมะกรูด)

บทที่ 1

บทนำ

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

ในปัจจุบันมีการ ใช้สารเคมีใบชีวิตประจำวันกันอย่างแพร่หลาย  และมีสารเคมีที่มีพิษรวมอยู่ด้วยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและแก้ไขปัญหามลพิษอย่างเร่งด่วน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขสารพิษตกค้าง  ทั้งในน้ำ  ในอากาศ  ในดิน  รวมทั้งในอาหาร  ล้วนมีสารตกค้างทั้งสิ้น

น้ำยาเช็ดกระจกที่ใช้กันทั่วไปมีส่วนผสมของ บิวทิล  เซลโลโซล และ  แอมโมเนียมไฮดรอกไซด์  ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ซึ่งสารเคมีนี้มีอันตรายต่อมนุษย์  และสิ่งมีชีวิตอื่น

ดอกอัญชันสีม่วง ที่ขึ้นอยู่ทั่วไปบริเวณใกล้บ้าน ในสวน ริมถนน  คนในชุมชนของเราโดยเฉพาะผู้สูงอายุมักนำดอกอัญชันมาใช้ประโยชน์หลายอย่าง เช่น ทาผม ทาคิ้ว เพื่อให้ดกดำ ใช้แทนสีผสมอาหาร ชึ่งเป็นน้ำชาลดอาการเบาหวาน เป็นต้น

นอกจากนี้มะกรูดและดอกอัญชันยังช่วยลดคราบสกปรกและยังไม่มีสารเคมีเพราะน้ำยาเช็ดกระจกที่ชื้อมาอาจจะมีสารเคมีและยังอาจทำอันตรายร่างกายเราด้วย

 สมมุติฐาน

น้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันและมะกรูดสามารถนำไปใช้ขจัดคราบสกปรกบนกระจกแทนน้ำยาเช็ดกระจกทั่วไปได้

จุดมุ่งหมายของการศึกษา

1.เพื่อศึกษาผลการทำน้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันและมะกรูดไปใช้ขจัดคราบสกปรกบนกระจก

2.เพื่อนำพืชที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์

3.เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ตัวแปร

ตัวแปรต้น น้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันและมะกรูด

ตัวแปรตาม การลดลงหรือหายไปของคราบสกปรกบนกระจก

ตัวแปรควบคุม อุณหภูมิของอากาศ

ขอบเขตของการศึกษา

1.น้ำหมักชีวภาพจากอัญชันและมะกรูด  จะใช้อัญชันสีม่วงพันธ์กลีบชั้นเดียว และพันธ์กลีบซ้อน

2.กระจกที่ใช้ทำการทดลอง ใช้กระจกเงาและกระจกใส ที่ความสกปรกตามปกติ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

                น้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันและมะกรูด สามารถนำไปใช้ขจัดคราบสกปรกบนกระจกแทนน้ำยาเช็ดกระจกทั่วไปได้   และช่วยลดสารพิษตกค้าง

บทที่ 2

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

อัญชัน

อัญชัน    จัดเป็นพืชมีดอกชนิดใบเลี้ยงคู่ เป็นพืชเถาเลื้อย  ตระกูลเดียวกับถั่ว มีอายุประมาณ 1 ปี  จึงจัดเป็นพืชอายุสั้น  ลำต้นเลื้อย และพันรอบหลัก  อาจยาวได้ถึง 6-7 เมตร มีดอกที่สวยงาม  โดยปกติมีสีน้ำเงิน  มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา

ชื่อพื้นเมือง          : อัญชัน(กรุงเทพฯ ภาคกลาง) แดงชัน (เชียงใหม่) เอื้องชัน (ภาคเหนือ)

ชื่อวิทยาศาสตร์    : Clitoria ternatea L.

ชื่อวงศ์                   :  Leguminosae

ชื่อสามัญ               :  Butterfly-pea (Australia ):

Blue-pea, cordofan-pea, honte

( French);   blue Klitorie

( Portuguese ); azulejo, conchitis,

Papito,  zapatico  de la reina,

Zapotillo,   conchita

( Spanish); cunha

ลักษณะทางพฤกษาศาสตร์

อัญชัน  เป็นพืชอายุหลายปี ต้นเป็นกอพุ่มขนาดเล็ก ปลายยอดเป็นเถาเลื้อยพัน                         (Twining) อัญชันที่เก็บรวบรวมสายพันธุ์จำแนกได้ 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์กลีบดอกชั้นเดียว หรือดอกรา ดอกเป็นรูปดอกถั่วมี 3 ชนิดคือ ชนิดสีน้ำเงิน ม่วง และสีขาว และสายกลีบดอกซ้อน มี 5 กลีบดอก (standard ) ขนาดใหญ่  ซึ่งมีสีเช่นเดียวกัน  ทั้ง 2 สายพันธุ์ มีอับเรณุสีเหลืองอ่อน ใบประกอบเรียงตัวแบบขนขนปลายคี่  ใบย่อยรูปไข่ สีใบเขียวเข็ม ผิวอ่อนคอนข้างหยาบเล็กน้อยออกดอกตลอดปี ชนิดดอกเดียว ฝักรูปดาบแบบโค้งเล็กน้อย  เมล็ดแบนรูปไต

สรรพคุณทางยา

            ราก  ใช่บำรุงรักษาดวงตา ทำให้ตาสว่าง แก้ตาฟาง ตาแฉะ ฝนกับรากสะอึกและซาวข้าวกินหรือทา  แก้งูสวัด เป็นยาขับปัสสาวะ ใช้ถูแก้ปวดฟัน ทำให้ฟันทน  รสเบื่อเมาปรุงเป็นยา ดอก ใช้รักษาอาการผมร่วง ใช้ขยี้ทาศีรษะช่วยปลูกผม  ใช้ทาคิ้ว ทำให้ผมและคิ้วดกดำเนื่องจากดอกอัญชันมีสารแอนโธ่ไซยานิน  มีคุณสมบัติเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในหลอดเล็กๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมมากขึ้น  แก้ฟกช้ำบวม เมล็ด เป็นยาระบาย

การนำมาใช้ประโยชน์

ภูมิปัญญาชาวบ้านของไทย ได้นำเอาสีจากดอกอัญชันมาใช้  แต่งสีขนมไทย เช่น ขนมช่อม่วง ขนมเรไร ขนมชั้น เป็นต้น ทำให้สีคราม โดยเอาดอกอัญชันไปแช่ในน้ำร้อนจะได้สีน้ำเงิน ถ้าเติมน้ำมะนาว  หรือหยดน้ำพร้าวลงไปเล็กน้อย  จะได้สีม่วง นอกจากนี้ในสมัยโบราณยังนิยมใช้ย้อมผมจะทำให้ผมดำตามธรรมชาติ ไม่หงอกก่อนวัยแก้ปัญญาผมแตกปลายและผมเสีย กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมให้นุ่มสลวยเป็นเงางาม  ปัจจุบันมีการเอาสารสกัดจากดอกอัญชันไปใช้ผสมกับแชมพูและครีมนวดผม เพื่อทำให้ผมดกดำ

มะกรูด

มะกรูด  เป็นพืชในตระกูลส้ม (Citrus) มีถิ่นกำเนิดในประเทศลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมใช้ใบมะกรูดและผิวมะกรูดเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องปรุงอาหารหลายชนิด

ชื่อวิทยาศาสตร์   :Citrus  hystrix DC.

ชื่อสามัญ                  :Leech lime, Mauritus papeda

วงศ์                            :Rutaceae

ชื่ออื่น                       :มะขุน มะกรูด (ภาคเหนือ) มะขู

(กระเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ส้มกรูด

ส้มมั่วผี (ภาคใต้)

ลักษณะทางพฤกษาศาสตร์

เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก  สูง 2-8 เมตรเป็นไม้เนื้อแข็ง เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาล  มีหนามยาวเล็กน้อยแหลม อยู่ตามกิ่งก้าน ใบ เป็นใบประกอบชนิดลดรูป ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบเรียบ ผล เป็นรูปทรงกลมหรือรูปไข่  โคนผลเรียวเป็นจุก  ผิวขรุขระ พันธุ์ที่มีผลเล็ก ผลอ่อนสีเขียวแก่ สุกเป็นสีเหลือง มีรสเปรี้ยว  ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดกลมรี สีขาว

สรรพคุณทางยา

รากกระทุ้งพิษ แก้ฝีภายในและแก้เสมหะเป็นพิษ ใบมีน้ำมันหอมระเหย ผลและน้ำคั้นจากผลใช้แต่งกลิ่น สระผมรักษาชันนะตุ รังแค ทำให้ผมสะอาด ผิวจากผลปรุงเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้แน่น เป็นยาบำรุงหัวใจ

การนำมาใช้ประโยชน์

คนไทยนิยมปลูกมะกรูด ไว้ตามบ้านและในสวนมะกรูดเป็นไม้พุ่มยืนขนาดเล็ก ใบมีกลิ่นหอม ผลค่อนข้างกลม ผิวขรุขระมีปุ่มนูน และมีจุกที่หัวของผล ส่วนที่ใช้ คือ ใบและผล

  • ใช้เป็นยาหรืส่วนผสมต่างๆ คือ น้ำในผลแก้อาการท้องอืด ช่วยให้เจริญอาหาร

น้ำมะกรูดใช้ดองยา และบำรุงโลหิต

  • ใช้เป็นเครื่องเทศ โดยใช้ผิวของผล  เป็นส่วนผสมในเครื่องแกงหลายชนิด
  • ใช้แต่งกลิ่นในอาหารคาวหลายชนิด เช่น ต้มยำ แกงเผ็ด
  • น้ำมะกรูดใช้ปรุงอาหารเพื่อให้มีรสเปรี้ยวและดับกลิ่นคาวปลา
  • คนโบราณนิยมสระผมด้วยมะกรูด  เพราะทำให้ผมดำเป็นมัน ไม่แห้งกรอบ

 

 บทที่ 3

วัสดุ อุปกรณ์และวิธีทำการทดลอง

วัสดุอุปกรณ์

1.ดอกอัญชันสีม่วง                                                  300        กรัม

2.น้ำตาลทรายหรือกากน้ำตาล                                    300        กรัม

3.มะกรูด                                                              2            ผล

4.น้ำสะอาด                                                  1     ลิตร

5.หม้อสแตนเลส/หม้อเคลือบ                      1          ใบ

6.มีด                                                                       1            เล่ม

7.เตา                                                                      1            ใบ

8.โหลสำหรับหมัก                                              1            ใบ

วิธีดำเนินการทดลอง

ตอนที่1 การทำน้ำหมักชี ภาพจากดอกอัญชัน

2.ฝานมะกรูด เอาเฉพาะผิว ใส่ลงในหม้อต้มดอกอัญชันต้มต่อประมาณ 10นาที ดับไฟ

3.ปล่อยให้น้ำดอกอัญชันเย็นลง จนมีอุณหภูมิ60 องศาเซลเซียส ใส่น้ำตาลทรายหรือกากน้ำตาลลงไปคนให้ละลายเข้ากัน

 

4.เทใส่โหลสำหรับหมัก ปิดฝา พอให้แก๊สที่เกิดขึ้นระบายออกมาได้ ทิ้งไว้ประมาณ 30 วัน

5.กรองน้ำหมักชีวภาพที่ได้ เอากากออก (นำไปเป็นปุ๋ยต้นไม้ได้)

6.นำน้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันใส่ลงในขวดสเปรย์

ตอนที่2  หาประสิทธิภาพในการทำความสะอาดของน้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันกับน้ำยาเช็ดกระจก

1.วันที่1 นำกระจกเงาที่มีความสกปรกตามปกติ 1 แผ่นมาทำความสะอาดด้วยน้ำยาเช็ดกระจกจากดอกอัญชันและมะกรูด เป็นเวลา 5 นาที  และ10 นาที่ สังเกตและบันทึกผล

2.วันที่2 นำกระจกเงาที่มีความสกปรกตามปกติ 1 แผ่นมาทำความสะอาดด้วยน้ำยาเช็ดกระจกจากดอกอัญชันและมะกรูด เป็นเวลา 5 นาที่ และ 10 นาที   สังเกตและบันทึกผล

บทที่4

ผลการทดลอง

     ตอนที่ 1. การทำน้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชัน ผลเป็นดังนี้

เมื่อยังไม่กรอง ได้น้ำหมักที่มีสีม่วงเข้ม  มีแก๊สเล็กน้อย  มีกลิ่นออกเปรี้ยว  มีดอกอัญชันที่ลอยอยู่

ตอนที่ 2. หาประสิทธิภาพในการทำความสะอาดของน้ำหมักกับน้ำยาเช็ดกระจก  ผลเป็นดังนี้

 

วัสดุทดลอง จำนวนวัน ระยะเวลา 5 นาที ระยะเวลา 10นาที
กระจกเงา วันที่ 1 ใส สะอาด ไม่มีคราบ ใส สะอาด ไม่มีคราบ เงาวาว
วันที่2 ใสสะอาด มีความเงาวาว ใส สะอาด ไม่มีคราบมีความเงาวาวมาก

บทที่ 5

สรุปและอภิปรายผลการทดลอง

จากผลทดลองตอนที่ 1

เมื่อยังไม่กรอง น้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันสีม่วงเข็ม มีแก๊สเล็กน้อย มีกลิ่นออกเปรี้ยวเล็กน้อย มีดอกอัญชันสีซีดลอยอยู่ด้านบนและมีฝ้าสีขาวลอยอยู่บนผิวด้านบน การที่น้ำหมักชีวภาพมีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อยและฝ้าสีขาวลอยอยู่บนผิวด้านบน  แสดงว่ามีจุลินทรีย์เกิดขึ้น สามารถนำน้ำหมักชีวภาพไปใช้งานได้ ถ้าไม่ฝ้าสีขาวลอยอยู่ด้านบนและมีกลิ่นเห็นแสดงว่าน้ำหมักชีวภาพเสีย ใช้ไม่ได้

สรุปได้ว่า น้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันที่คณะผู้จัดทำขึ้นนั้นมาใช้ได้

ผลการทดลองตอนที่ 2

เมื่อน้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันไปใช้ทำความสะอาดกระจกเงา ผลปรากฏว่า กระจกเงา มีความเงาวาว ไม่มีคราบสกปรกเหลืออยู่นอกจากนั้นน้ำมันหอมจากผิวมะกรูดยังมีสรรพคุณในการไล่แมลงต่างๆ รวมทั้งยุงอีกด้วย

เมื่อหาประสิทธิภาพ  การทำความสะอาดขิงน้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันกับน้ำยาเช็ดกระจกเงาสรุปได้ว่าไม่แตกต่างกัน

ข้อเสนอแนะ

  1. นำน้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ เช่น ทำปุ๋ย บำบัดน้ำเสีย แก้ไข ท่อตัน กำจัดกลิ่น ล้างห้องน้ำ เป็นต้น
  2. นำพืชผัก ผลไม้ ดอกไม้ชนิดอื่น ที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาทำเป็นน้ำหมักชี

 

อาหารและสารอาหาร

สารอาหาร

  1. สารอาหาร
    อาหาร หมายถึง สิ่งที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่เป็นโทษต่อร่างกายและมีประโยชน์โดยimagesทำให้ร่างกายดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข และให้พลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งพลังงานเหล่านี้นำมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ประกอบด้วยสารอาหารหลายประเภท คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่
    สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบในอาหารนั้นมีมากมายหลายชนิด จะรวมเรียกว่า “สารอาหาร” การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการจะพิจารณาจากปริมาณของสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารนั้นๆ มากที่สุดเป็นหลัก ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ ดังนี้ คือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เหล่านี้เมื่อรับประทานเข้าไปจะถูกเผาผลาญให้เกิดเป็นพลังงานและความร้อนเพื่อนำไปใช้ควบคุมการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น การเดิน การวิ่ง การยืน การนอน การหายใจ เป็นต้น ซึ่งหากแบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
    – กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน
    – กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน
    กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน
    สารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน อาหารทั้งหมดในกลุ่มนี้จัดเป็นสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อร่างกาย และจะขาดไม่ได้
    1. คาร์โบไฮเดรต สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เป็นสารอินทรีย์ที่ให้พลังงานที่สำคัญแก่ร่างกาย มักพบอยู่ในรูปของแป้ง และน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ พบมากในข้าว แป้ง ขนมปัง ผัก ผลไม้ นม และผลิตภัณฑ์จากนม คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี หากปริมาณคาร์โบไฮเดรตในร่างกายมีมากเกินความต้องการ ร่างกายจะเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินนี้ให้อยู่ในรูปของไกลโคเจนและเก็บสะสมไว้ในร่างกาย
    2. ไขมัน สารอาหารประเภทไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง ประกอบด้วยกรดไขมันและ
    กลีเซอรอล พบมากในไขมันจากพืช มันสัตว์ นม เนย ถั่ว กรดไขมันแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
    2.1 กรดไขมันอิ่มตัว เป็นไขมันที่พบมากในเนื้อสัตว์ มันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง กุ้ง ปู นม และผลิตภัณฑ์จากนม ไขมันประเภทนี้ หากมีมากเกินไปจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน
    2.2 กรดไขมันไม่อิ่มตัว เป็นไขมันที่พบมากในถั่ว เต้าหู้ เห็ด น้ำมันพืช (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม) ช่วยลดการดูดซึมไขมันอิ่มตัว ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน
    สำหรับไขมัน 1 กรัม จะให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี สารอาหารประเภทไขมันช่วยให้อาหารมีรส กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่ดีขึ้น ช่วยในการดูดซึมวิตามิน เอ ดี อี และ เค ไขมันที่มีมากเกินความต้องการของร่างกายจะถูกสะสมเป็นชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายใน ป้องกันการสูญเสียความร้อนของร่างกาย
    3. โปรตีน สารอาหารประเภทโปรตีน เป็นสารอาหารที่มีในร่างกายมากเป็นที่สองรองจากน้ำ มี
    หน่วยย่อยที่เล็กที่สุด คือกรดอะมิโน ซึ่งมีประมาณ 12 -22 ชนิด แบ่งเป็น กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย
    สารอาหารประเภทโปรตีนมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างสารควบคุมการทำงานของร่างกาย เช่น ฮอร์โมน และเอนไซม์ รักษาดุลยภาพของสารต่างๆ ในร่างกาย ให้พลังงานและความร้อน เช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตัน และสร้างภูมิคุ้มกันโรค โปรตีนจะพบมากในไข่ นม เนื้อสัตว์ ถั่ว ข้าว ข้าวโพด ผักและผลไม้บางชนิด โปรตีนในเนื้อสัตว์เป็นโปรตีนที่สมบูรณ์เพราะมีกรดอะมิโนครบตามความต้องการของร่างกาย แต่หากผู้ใดไม่รับประทานเนื้อสัตว์ก็สามารถรับประทานอาหารประเภทถั่ว ข้าวโพด ผัก และผลไม้ชดเชยได้ แต่อาหารประเภทนี้ก็จะมีกรดอะมิโนไม่ครบตามที่ร่างกายต้องการ โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี
    การตรวจสอบหาสารอาหารประเภทต่างๆ ที่มีอยู่ในอาหาร มีวิธีการตรวจสอบอย่างง่ายๆ ดังนี้
    1. การตรวจสอบหาคาร์โบไฮเดรต มี 2 วิธี คือ
    1.1 การทดสอบแป้ง จะใช้สารละลายไอโอดันหยดลงบนอาหารที่ต้องการทดสอบ ถ้าอาหารที่ทดสอบมีแป้งเป็นส่วนประกอบจะเปลี่ยนสีของสารละลายไอโอดีนจากสีน้ำตาลเป็นสีม่วงเข้มเกือบดำ หรือม่วงแกมน้ำเงิน
    1.2 การทดสอบน้ำตาล จะใช้สารละลายเบเนดิกต์หยดลงไปในอาหาร แล้วนำไปต้มในน้ำเดือด ถ้าเกิดตะกอนสีส้ม สีเหลือง หรือสีอิฐ แสดงว่าอาหารนั้นมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ
    2. การตรวจสอบหาโปรตีน จะใช้การทดสอบที่เรียกว่า การทดสอบไบยูเร็ต คือการเติมสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ และสารประกอบคอปเปอร์ซัลเฟตลงในอาหาร ถ้าสีของสารละลายเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีม่วง หรือสีชมพูอมม่วง หรือสีน้ำเงิน แสดงว่าอาหารนั้นมีโปรตีน
    3. การตรวจสอบหาไขมัน เป็นการตรวจสอบที่สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากเหมือนกับวิธีการตรวจสอบสารอาหารประเภทอื่น คือการนำอาหารไปแตะหรือถูกับกระดาษสีขาว แล้วให้แสงส่องผ่าน ถ้ากระดาษเป็นมันและมีลักษณะโปร่งแสงแสดงว่าอาหารนั้นมีไขมันอยู่
    กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน
    วิตามิน
    เป็นสารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้ ถ้าขาดจะทำให้ระบบร่างกายของเราผิดปกติ หรือเกิดโรคต่างๆได้ วิตามินแบ่งออกเป็น 2 พวก ได้แก่
    1. วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค
    2. วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบีรวม
    วิตามินมีดังต่อไปนี้
    วิตามินเอ ค้นพบโดย ดร. อี.วี. แมคคอลลัม (E.V. McCollum) นักวิทยาศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกา ประโยชน์ของวิตามินเอมีดังนี้
     หากขาดจะทำให้เป็นโรคมองไม่เห็นในที่มืด
    ช่วยป้องกันการแพ้แสงสว่างของบางคน
    ผู้ที่ต้องการวิตามินเอมาก คือผู้ที่ต้องใช้สายตามาก
    วิตามินเอมีมากในไขมันเนย น้ำมันตับปลา ไข่แดง กะหล่ำปลี พืชตระกูลถั่ว ผักสีแดง ผักสีเหลือง
     วิตามินดี ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย ป้องกันโรคกระดูกอ่อน และควบคุมปริมาณของแคลเซียมในเลือด อาหารที่ให้วิตามินดีมีน้อยมาก จะมีอยู่ในพวกน้ำมันตับปลา ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้จากรังสีอุลตราไวโอเลต ซึ่งมีอยู่ในแสงแดด
     วิตามินซี (หรือกรดแอสคอร์บิก) ค้นพบเจอในพริกชนิดหนึ่งในปี ค.ศ. 1928 โดยนักชีวเคมีชาวฮังกาเรียนชื่อ อัลเบิร์ต เซนต์ เกอร์กี ประโยชน์ของวิตามินซีคือ ช่วยในการป้องกันจากโรคหวัด สามารถลดระดับของซีรัมคลอเลสเตอรอล(เพราะวิตามินซีจะรวมตัวกับคลอเลสเตอรอลและแคลเซียม ทำให้คลอเลสเตอรอลแตกกระจายในน้ำได้) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อโรคหัด คางทูม และโพลีโอไวรัส หากได้รับวิตามินซีในปริมาณสูงมาก จะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อเซลล์มะเร็ง และสามารถทำลายเซลล์มะเร็งแบบmelanomaได้ มีผลให้สามารถยืดอายุของผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งได้ วิตามินซีที่บริษัทยาผลิตจำหน่ายโดยปกติจะอยู่ในลักษณะเป็นเม็ดฟู่ซึ่งมีแคลเซียมอยู่ด้วย ถ้าหากผู้สูงอายุได้รับแคลเซียมมากเกินไปจะทำให้กระดูกงอก
     วิตามินบีรวม มีดังต่อไปนี้
    วิตามินบี1 มีมากในเนื้อหมู ข้าวกล้อง เห็ดฟาง ฯลฯ มีหน้าที่เกี่ยวกับการใช้คาร์โบไฮเดรต การทำงานของหัวใจ หลอดอาหารและระบบประสาท
    วิตามินบี2 พบมากในตับ ยีสต์ ไข่ นม เนย เนื้อ ถั่ว และผักใบเขียว ปลาและผลไม้จำพวกส้มแทบไม่มีวิตามินบี2เลย ถ้ากินวิตามินบี 2มากเกินไป ไม่มีผลเสียต่อร่างกาย เพราะสามารถถูกขับถ่ายออกมาได้ วิตามินบี2มีความสำคัญต่อร่างกาย ดังนี้
    มีความเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญไขมันที่เรียกกันในทางวิทยาศาสตร์ว่า ลิปิด
    ใช้ในการเผาผลาญกรดอะมิโนทริพโตเฟน กรดนี้มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก และมีความจำเป็นต่อการเกิดสมดุลของไนโตรเจนในร่างกาย
    เป็นส่วนประกอบสำคัญของสีที่เรตินาของลูกตา ซึ่งช่วยให้สายตาปรับตัวในแสงสว่าง
    อาการที่เกิดจากการขาดวิตามินบี2 คือ เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร มีอาการทางประสาทการย่อยอาหารไม่ปกติ ถ้าเป็นมากๆปาก และลิ้นอาจแตก
    วิตามินบี3 บางทีเรียกว่า ไนอาซิน ประวัติของไนอาซินเริ่มมาจากการที่ประเทศอังกฤษเกิดโรคที่เรียกว่า เพลากรา(Pellagra) อาการของโรคนี้คือ เป็นโรคผิวหนัง ต่อมามีอาการท้องเดิน ในที่สุดก็จะมีอาการทางประสาทถึงขั้นเสียสติและตายไปในที่สุด ซึ่งในสมัยโบราณโรคนี้ไม่มีทางหายได้ ต่อมานักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ โกลเบอร์เกอร์(Goldberger)ผู้เชี่ยวชาญทางด้านแบคทีเรีย ได้วิจัยโรคนี้ ซึ่งเขาได้สังเกตเห็นว่า ผู้ที่ป่วยโรคนี้ส่วนมากจะเป็นผู้ที่มีฐานะยากจนที่ไม่สามารถกินอาหารจำพวกเนื้อ นม ไข่ ได้เขาจึงสรุปผลออกมาว่า โรคนี้เกิดจากการที่ขาดสารอาหาร ต่อมาเขาทำการทดลองให้อาสาสมัครกินอาหารประเภทเดียวกันกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเพลากรา และเมื่ออาสาสมัครเหล่านั้นเป็นโรคแล้ว เขาก็ทำให้หายโดยให้กินเนื้อสัตว์ นม และยีสต์ เมื่อผลเป็นเช่นนี้ ผู้คนจึงยอมรับว่า ยังมีวิตามินบีอีกชนิดหนึ่งอยู่ในอาหาร ภายหลังเรียกวิตามินนี้ว่า ไนอาซิน สามารถรักษาโรคเพลากราให้หายได้ ไนอาซินมีมากในตับและไต
     หน้าที่ของไนอาซิน
    ช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต
    นำไปใช้กับวิตามินชนิดอื่นๆเช่น วิตามินซี รักษาโรคชิโซฟรีเนีย
     สามารถใช้ในการักษาโรคปวดศีรษะแบบไมเกรนไดผล
     ความต้องการไนอาซิน
    ควรได้รับวันละ 20 มิลลิกรัม การได้รับไนอาซินมากเกินไปไม่มีผลเสียต่อร่างกาย เพราะสามารถขับถ่ายออกมาได้ อาหารที่มีไนอาซินได้แก่ ไก่ ยีสต์ ถั่ว ตับ ไต หัวใจ
    1. วิตามินบี6 มีชื่อทางเคมีว่า ไพริดอกซิน(Pyridoxin) ความสำคัญของวิตามินบี6 มีดังนี้ คือ
     ใช้ในการผาผลาญกรดอะมิโนทริปโตเฟนในร่างกาย
     หากขาดจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ง่าย เพราะวิตามินบี6จะช่วยในการเผาผลาญคอเลสเตอรอลอย่างมีประสิทธิภาพ
    ช่วยในการเผาผลาญโปรตีน
     ผู้ที่มักขาดวิตามินบี6 ได้แก่ สตรีที่กินยาคุมกำเนิด สตรีที่อยู่ในช่วงของการมีประจำเดือน และหญิงมีครรภ์
     อาหารที่มีวิตามินบี6 ไก่ ยีสต์ ถั่ว ตับ ปลา ไก่ กล้วย ข้าวแดง ฯลฯ
    2. วิตามินบี12 มีอยู่ในอาหารจากสัตว์ เช่น ตับ(มีวิตามินบี12มากที่สุด) นม ไข่ เนย วิตามินนี้มีอยู่ในพืชน้อยมาก ความสำคัญของ วิตามินบี12 มีดังนี้
     มีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง
     มีส่วนสำคัญในการทำงานของระบบประสาท
     มีส่วนในการสร้างกรดนิวคลีอิค(nucleic acid) ซึ่งเป็นพื้นฐานของกรรมพันธุ์
     มีส่วนช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต
     มีส่วนช่วยให้ร่างกายนำไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน ไปใช้ได้อย่างสมบูรณ์
     มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาท
    ช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กๆ คือ มีความต้านทานต่อโรค มีน้ำหนักและส่วนสูงมากกว่าปกติ
    3. วิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก ค้นพบเจอในพริกชนิดหนึ่งในปี ค.ศ. 1928 โดยนักชีวเคมีชาวฮังกาเรียนชื่อ อัลเบิร์ต เซนต์ เกอร์กี ประโยชน์ของวิตามินซีมีดังนี้
     ช่วยในการป้องกันจากโรคหวัด
    สามารถลดระดับของซีรัมคลอเลสเตอรอล(เพราะวิตามินซีจะรวมตัวกับคลอเลสเตอรอลและแคลเซียม ทำให้คลอเลสเตอรอลแตกกระจายในน้ำได้)
     ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า
     ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อโรคหัด คางทูม และโพลีโอไวรัส
     หากได้รับวิตามินซีในปริมาณสูงมาก จะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อเซลล์มะเร็ง และสามารถทำลายเซลล์มะเร็งแบบmelanomaได้ มีผลให้สามารถยืดอายุของผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งได้
     วิตามินซีที่บริษัทยาผลิตจำหน่ายโดยปกติจะอยู่ในลักษณะเป็นเม็ดฟู่ซึ่งมีแคลเซียมอยู่ด้วย ถ้าหากผู้สูงอายุได้รับแคลเซียมมากเกินไปจะทำให้กระดูกงอก
    4. วิตามินอี วิตามินอีได้มาจากพืชในธรรมชาติ ประโยชน์ของวิตามินอีมีดังนี้
     ช่วยในการลดปริมาณคลอเลสเตอรอลที่ค้างอยู่ในหลอดเลือดในมนุษย์และสัตว์
    ช่วยบำบัดโรคหัวใจ
     ช่วยในการป้องกันอันตรายจากโอโซนในบรรยากาศ
     ใช้ในการรักษาโรคเลือดออกใต้ผิวหนัง
    เกลือแร่
    ร่างกายมีเกลือแร่ 4% ของน้ำหนักร่างกายทั้งหมด เกลือแร่ที่ร่างกายต้องการมีดังต่อไปนี้
    5. แคลเซียม เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ และหัวใจ เป็นธาตุที่จำเป็นในการแข็งตัวของเลือด มีอยู่มากในนม และเนื้อสัตว์ประเภทที่กินได้ทั้งกระดูก เช่น กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร และทารกที่กำลังเจริญเติบโตไปจนถึงวัยรุ่นควรกินแคลเซียมมากกว่าปกติ
    6. เหล็ก เป็นตัวนำออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย เป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดงในส่วนที่เรียกว่า ฮีโมโกลบินซึ่งเป็นตัวพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย และพาคาร์บอนไดออกไซด์กลับไปยังปอดเพื่อขับถ่ายออกในรูปการหายใจ ในประเทศร้อน เมื่อเหงื่อออกมาก อาจมีการสูญเสียเหล็กออกไปกับเหงื่อได้ อาหารที่มีเหล็กมากได้แก่ เครื่องในสัตว์ ถั่วเมล็ด ผักใบเขียวบางชนิด
    7. ไอโอดีน ส่วนใหญ่ไอโอดีนจะอยู่ในต่อมไทรอยด์ ซึ่งอยู่ที่คอส่วนล่าง ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อ มีหน้าที่สังเคราะห์ฮอร์โมนไทรอกซิน ถ้าหากร่างกายมีการขาดไอโอดีนตั้งแต่เด็ก จะทำให้เป็นโรคเอ๋อ ร่างกายแคระแกร็น และเป็นโรคคอพอก อาหารที่มีไอโอดีนได้แก่ อาหารทะเล และเกลืออนามัย วัยรุ่น หญิงมีครรภ์ และหญิงให้นมบุตรต้องการไอโอดีนสูง
    8. แมกนีเซียม มีมากในอาหารหลายชนิด เช่น ถั่ว ข้าวแดง ข้าววีท ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ผักใบเขียว(หากหุงต้มนานเกินไปจะทำให้แมกนีเซียมหลุดออกไปหมด) แมกนีเซียมมีประโยชน์ดังนี้
     ทำงานร่วมกับแคลเซียม หากร่างกายขาดแมกนีเซียม ฟันจะไม่แข็งแรง
     การที่ร่างกายมีแมกนีเซียมต่ำ จะทำให้ความดันโลหิตสูง และเป็นโรคหัวใจ
     ผู้ใหญ่จะต้องการแมกนีเซียมประมาณ 300-400 มิลลิกรัมต่อวัน
    9. ซีลีเนียม เป็นธาตุที่มีสมบัติเหมือนกำมะถัน ร่างกายต้องการซีลีเนียมน้อยมาก หากได้รับมากเกินไปจะเป็นอันตราย
     อาหารที่มีซีลีเนียมมาก ได้แก่ ข้าวสาลี ตับ ไต ปลาทูน่า ประโยชน์ของซีลีเนียมมีดังนี้
     มีการทำงานสัมพันธ์กันกับวิตามินอี ซึ่งมีผลในการป้องกันโรคหัวใจ
     เป็นองค์ประกอบของเอนไซม์ชนิดหนึ่งชื่อว่า ซีลีโนโปรตีน เอนไซม์นี้ป้องกันไม่ให้สารพิษชื่อว่า ฟรีแรดิกัล เกิดขึ้นใน
     ร่างกายมนุษย์
     ช่วยลดการแพ้เคมีภัณฑ์ต่างๆได้
     ช่วยลดการแพ้มลพิษจากอากาศ
     ช่วยป้องกันโรคมะเร็งหลอดอาหาร
    10. สังกะสี เป็นธาตุที่เราต้องรับเป็นประจำในปริมาณที่น้อยมาก เพราะถ้ามากเกินไปก็จะก่อให้เกิดอันตราย อาหารที่มีสังกะสีมาก ได้แก่ ตับ ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่ว หอยนางรม ประโยชน์ของสังกะสีมีดังนี้
     หากกินอาหารที่มีสังกะสีในปริมาณต่ำมาก จะทำให้เจริญเติบโตช้า ขนร่วง
     มีความสำคัญในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน
     เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์อินซูลิน ซึ่งช่วยในการเผาผลาญน้ำตาลที่เรากินเข้าไป ซึ่งผู้ป่วยโรคเบาหวาน ร่างกายจะมีสังกะสีต่ำกว่าคนปกติ
     หากขาดจะเป็นโรคตาบอดสี(เรตินาในตาของคนจะมีสังกะสีอยู่ในปริมาณสูง)
     ช่วยเพิ่มให้รู้สึกว่าอาหารหวานยิ่งขึ้น ทำให้คนกินหวานน้อยลง
     บำรุงรักษาผิวหนัง และสิวฝ้า
    11. โครเมียม ร่างกายต้องการน้อยมาก ถ้าได้รับมากเกินไปก็จะเกิดอันตราย อาหารที่มีโครเมียมมาก ได้แก่ ไข่แดง ตับ หอย มันเทศ ยีสต์หมักเหล้า ประโยชน์ของโครเมียมมีดังนี้
     ช่วยในการเผาผลาญน้ำตาล
     ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

อาหารและสารอาหาร

ความหมายของอาหารและสารอาหาร // // <![CDATA[
(function(){try{var e=this;var aa=function(a,b,c,d){d=d||{};d._sn=["cfg",b,c].join(".");window.gbar.logger.ml(a,d)};var h=window.gbar=window.gbar||{},k=window.gbar.i=window.gbar.i||{},ba;function _tvn(a,b){var c=parseInt(a,10);return isNaN(c)?b:c}function _tvf(a,b){var c=parseFloat(a);return isNaN(c)?b:c}function _tvv(a){return!!a}function p(a,b,c){(c||h)[a]=b}h.bv={n:_tvn("2",0),r:"",f:".66.41.",e:"25657,3700311",m:_tvn("1",1)}; function ca(a,b,c){var d="on"+b;if(a.addEventListener)a.addEventListener(b,c,!1);else if(a.attachEvent)a.attachEvent(d,c);else{var f=a[d];a[d]=function(){var a=f.apply(this,arguments),b=c.apply(this,arguments);return void 0==a?b:void 0==b?a:b&&a}}}var da=function(a){return function(){return h.bv.m==a}},ea=da(1),fa=da(2);p("sb",ea);p("kn",fa);k.a=_tvv;k.b=_tvf;k.c=_tvn;k.i=aa;var q=window.gbar.i.i;var t=function(){},u=function(){},v=function(a){var b=new Image,c=ga;b.onerror=b.onload=b.onabort=function(){try{delete ha[c]}catch(a){}};ha[c]=b;b.src=a;ga=c+1},ha=[],ga=0;p("logger",{il:u,ml:t,log:v});var x=window.gbar.logger;var z={},ia={},A=[],ja=k.b("0.1",.1),ka=k.a("1",!0),la=function(a,b){A.push([a,b])},ma=function(a,b){z[a]=b},na=function(a){return a in z},B={},C=function(a,b){B[a]||(B[a]=[]);B[a].push(b)},D=function(a){C("m",a)},E=function(a,b){var c=document.createElement("script");c.src=a;c.async=ka;Math.random()Ba){Ba++;var c,d=a,f=b||{},g=encodeURIComponent,l=[“//www.google.com/gen_204?atyp=i&zx=”,(new Date).getTime(),”&jexpid=”,g(“28834″),”&srcpg=”,g(“prop=2″),”&jsr=”,Math.round(1/Aa),”&ogev=”,g(“Zv9rVJfkA-jFmAXC-YGQAQ”),”&ogf=”,h.bv.f,”&ogrp=”,g(“1″),”&ogv=”,g(“1415935787.0”),”&oggv=”+g(“es_plusone_gc_20141106.0_p0″),”&ogd=”,g(“co.th”),”&ogc=”,g(“THA”),”&ogl=”,g(“th”)];f._sn&&(f._sn= “og.”+f._sn);for(var m in f)l.push(“&”),l.push(g(m)),l.push(“=”),l.push(g(f[m]));l.push(“&emsg=”);l.push(g(d.name+”:”+d.message));var n=l.join(“”);Ca(n)&&(n=n.substr(0,2E3));c=n;var r=window.gbar.logger._aem(a,c);v(r)}}catch(y){}}var Ca=function(a){return 2E3<=a.length},Da=function(a,b){return b};function Ea(a){t=a;p("_itl",Ca,x);p("_aem",Da,x);p("ml",t,x);a={};z.er=a}k.a("")?Ea(function(a){throw a;}):k.a("1")&&Math.random()<Aa&&Ea(_mlToken);var _E="left",Fa=k.a(""),K=function(a,b){var c=a.className;J(a,b)||(a.className+=(""!=c?" ":"")+b)},L=function(a,b){var c=a.className,d=new RegExp("\\s?\\b"+b+"\\b");c&&c.match(d)&&(a.className=c.replace(d,""))},J=function(a,b){var c=new RegExp("\\b"+b+"\\b"),d=a.className;return!(!d||!d.match(c))},Ga=function(a,b){J(a,b)?L(a,b):K(a,b)},Ha=function(a,b){a[b]=function(c){var d=arguments;h.qm(function(){a[b].apply(this,d)})}},Ia=function(a){a=["//www.gstatic.com", "/og/_/js/d=1/k=","og.og.en_US.FlOWB5zdiuo.O","/rt=j/m=",a,"/rs=","AItRSTOkx5ed9By6_kdutgqIPllb5ZnpCA"];Fa&&a.push("?host=www.gstatic.com&bust=og.og.en_US.PvjaFIgVPQw.DU");a=a.join("");E(a)};p("ca",K);p("cr",L);p("cc",J);k.k=K;k.l=L;k.m=J;k.n=Ga;k.p=Ia;k.q=Ha;var Ja=["gb_71","gb_155"],Ka;function La(a){Ka=a}function Ma(a){var b=Ka&&!a.href.match(/.*\/accounts\/ClearSID[?]/)&&encodeURIComponent(Ka());b&&(a.href=a.href.replace(/([?&]continue=)[^&]*/,"$1"+b))}function Na(a){window.gApplication&&(a.href=window.gApplication.getTabUrl(a.href))}function Oa(a){try{var b=(document.forms[0].q||"").value;b&&(a.href=a.href.replace(/([?&])q=[^&]*|$/,function(a,c){return(c||"&")+"q="+encodeURIComponent(b)}))}catch(c){q(c,"sb","pq")}} var Pa=function(){for(var a=[],b=0,c;c=Ja[b];++b)(c=document.getElementById(c))&&a.push(c);return a},Qa=function(){var a=Pa();return 0<a.length?a[0]:null},Ra=function(){return document.getElementById("gb_70")},M={},N={},Sa={},O={},P=void 0,Xa=function(a,b){try{var c=document.getElementById("gb");K(c,"gbpdjs");Q();Ta(document.getElementById("gb"))&&K(c,"gbrtl");if(b&&b.getAttribute){var d=b.getAttribute("aria-owns");if(d.length){var f=document.getElementById(d);if(f){var g=b.parentNode;if(P==d)P=void 0, L(g,"gbto");else{if(P){var l=document.getElementById(P);if(l&&l.getAttribute){var m=l.getAttribute("aria-owner");if(m.length){var n=document.getElementById(m);n&&n.parentNode&&L(n.parentNode,"gbto")}}}Ua(f)&&Va(f);P=d;K(g,"gbto")}}}}D(function(){h.tg(a,b,!0)});Wa(a)}catch(r){q(r,"sb","tg")}},Ya=function(a){D(function(){h.close(a)})},Za=function(a){D(function(){h.rdd(a)})},Ta=function(a){var b,c=document.defaultView;c&&c.getComputedStyle?(a=c.getComputedStyle(a,""))&&(b=a.direction):b=a.currentStyle? a.currentStyle.direction:a.style.direction;return"rtl"==b},ab=function(a,b,c){if(a)try{var d=document.getElementById("gbd5");if(d){var f=d.firstChild,g=f.firstChild,l=document.createElement("li");l.className=b+" gbmtc";l.id=c;a.className="gbmt";l.appendChild(a);if(g.hasChildNodes()){c=[["gbkc"],["gbf","gbe","gbn"],["gbkp"],["gbnd"]];for(var d=0,m=g.childNodes.length,f=!1,n=-1,r=0,y;y=c[r];r++){for(var S=0,F;F=y[S];S++){for(;d<m&&J(g.childNodes[d],F);)d++;if(F==b){g.insertBefore(l,g.childNodes[d]|| null);f=!0;break}}if(f){if(d+1<g.childNodes.length){var T=g.childNodes[d+1];J(T.firstChild,"gbmh")||$a(T,y)||(n=d+1)}else if(0<=d-1){var U=g.childNodes[d-1];J(U.firstChild,"gbmh")||$a(U,y)||(n=d)}break}0<d&&d+1<m&&d++}if(0<=n){var s=document.createElement("li"),w=document.createElement("div");s.className="gbmtc";w.className="gbmt gbmh";s.appendChild(w);g.insertBefore(s,g.childNodes[n])}h.addHover&&h.addHover(a)}else g.appendChild(l)}}catch(yb){q(yb,"sb","al")}},$a=function(a,b){for(var c=b.length, d=0;d<c;d++)if(J(a,b[d]))return!0;return!1},bb=function(a,b,c){ab(a,b,c)},cb=function(a,b){ab(a,"gbe",b)},db=function(){D(function(){h.pcm&&h.pcm()})},eb=function(){D(function(){h.pca&&h.pca()})},fb=function(a,b,c,d,f,g,l,m,n,r){D(function(){h.paa&&h.paa(a,b,c,d,f,g,l,m,n,r)})},gb=function(a,b){M[a]||(M[a]=[]);M[a].push(b)},hb=function(a,b){N[a]||(N[a]=[]);N[a].push(b)},ib=function(a,b){Sa[a]=b},jb=function(a,b){O[a]||(O[a]=[]);O[a].push(b)},Wa=function(a){a.preventDefault&&a.preventDefault();a.returnValue= !1;a.cancelBubble=!0},kb=null,Va=function(a,b){Q();if(a){lb(a,"การเปิด…");R(a,!0);var c="undefined"!=typeof b?b:1E4,d=function(){mb(a)};kb=window.setTimeout(d,c)}},nb=function(a){Q();a&&(R(a,!1),lb(a,""))},mb=function(a){try{Q();var b=a||document.getElementById(P);b&&(lb(b,"บริการนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้%1$sกรุณาลองอีกครั้งภายหลัง","%1$s"),R(b,!0))}catch(c){q(c,"sb","sdhe")}},lb=function(a,b,c){if(a&&b){var d=Ua(a);if(d){if(c){d.innerHTML="";b=b.split(c);c=0;for(var f;f=b[c];c++){var g=document.createElement("div"); g.innerHTML=f;d.appendChild(g)}}else d.innerHTML=b;R(a,!0)}}},R=function(a,b){var c=void 0!==b?b:!0;c?K(a,"gbmsgo"):L(a,"gbmsgo")},Ua=function(a){for(var b=0,c;c=a.childNodes[b];b++)if(J(c,"gbmsg"))return c},Q=function(){kb&&window.clearTimeout(kb)},ob=function(a){var b="inner"+a;a="offset"+a;return window[b]?window[b]:document.documentElement&&document.documentElement[a]?document.documentElement[a]:0},pb=function(){return!1},qb=function(){return!!P};p("so",Qa);p("sos",Pa);p("si",Ra);p("tg",Xa); p("close",Ya);p("rdd",Za);p("addLink",bb);p("addExtraLink",cb);p("pcm",db);p("pca",eb);p("paa",fb);p("ddld",Va);p("ddrd",nb);p("dderr",mb);p("rtl",Ta);p("op",qb);p("bh",M);p("abh",gb);p("dh",N);p("adh",hb);p("ch",O);p("ach",jb);p("eh",Sa);p("aeh",ib);ba=k.a("")?Na:Oa;p("qs",ba);p("setContinueCb",La);p("pc",Ma);p("bsy",pb);k.d=Wa;k.j=ob;var rb={};z.base=rb;A.push(["m",{url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/sem_01ef68e1b750d16f1e2e29f55496029d.js"}]);h.sg={c:"1"};p("wg",{rg:{}});var sb={tiw:k.c("15000",0),tie:k.c("30000",0)};z.wg=sb;var tb={thi:k.c("10000",0),thp:k.c("180000",0),tho:k.c("5000",0),tet:k.b("0.5",0)};z.wm=tb;if(k.a("1")){var ub=k.a("");A.push(["gc",{auto:ub,url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/abc/gci_91f30755d6a6b787dcc2a4062e6e9824.js",libs:"googleapis.client:plusone:gapi.iframes"}]);var vb={version:"gci_91f30755d6a6b787dcc2a4062e6e9824.js",index:"",lang:"th"};z.gc=vb;var wb=function(a){window.googleapis&&window.iframes?a&&a():(a&&pa(a),H("gc"))};p("lGC",wb);k.a("1")&&p("lPWF",wb)};window.__PVT="";if(k.a("1")&&k.a("1")){var xb=function(a){wb(function(){C("pw",a);H("pw")})};p("lPW",xb);A.push(["pw",{url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/abc/pwm_45f73e4df07a0e388b0fa1f3d30e7280.js"}]);var zb=[],Ab=function(a){zb[0]=a},Bb=function(a,b){var c=b||{};c._sn="pw";t(a,c)},Cb={signed:zb,elog:Bb,base:"https://plusone.google.com/u/0",loadTime:(new Date).getTime()};z.pw=Cb;var Db=function(a,b){for(var c=b.split("."),d=function(){var b=arguments;a(function(){for(var a=h,d=0,f=c.length-1;d<f;++d)a=a[c[d]];a[c[d]].apply(a,b)})},f=h,g=0,l=c.length-1;g< l;++g)f=f[c[g]]=f[c[g]]||{};return f[c[g]]=d};Db(xb,"pw.clk");Db(xb,"pw.hvr");p("su",Ab,h.pw)};var Eb=[1,2,3,4,5,6,9,10,11,13,14,28,29,30,34,35,37,38,39,40,41,42,43,48,49,500];var Fb=k.b("0.001",1E-4),Gb=k.b("1",1),Hb=!1,Ib=!1;if(k.a("1")){var Jb=Math.random();Jb<=Fb&&(Hb=!0);Jb<=Gb&&(Ib=!0)}var V=null; function Kb(a,b){var c=Fb,d=Hb,f;f=a;if(!V){V={};for(var g=0;gc?Math.max(0,a.length+c):c;c<a.length;c++)if(c in a&&a[c]===b)return c;return-1},Z=function(a,b){return-1==Yb(a,Y)?(q(Error(Y+"_"+b),"up","caa"),!1):!0},$b=function(a,b){Z([1,2],"r")&&(W[a]=W[a]||[],W[a].push(b),2==Y&&window.setTimeout(function(){b(Zb(a))},0))},ac=function(a,b,c){if(Z([1],"nap")&&c){for(var d=0;d<c.length;d++)Wb[c[d]]=!0;h.up.spl(a,b,"nap",c)}},bc= function(a,b,c){if(Z([1],"aop")&&c){if(X)for(var d in X)X[d]=X[d]&&-1!=Yb(c,d);else for(X={},d=0;d<c.length;d++)X[c[d]]=!0;h.up.spl(a,b,"aop",c)}},cc=function(){try{if(Y=2,!Xb){Xb=!0;for(var a in W)for(var b=W[a],c=0;c<b.length;c++)try{b[c](Zb(a))}catch(d){q(d,"up","tp")}}}catch(f){q(f,"up","mtp")}},Zb=function(a){if(Z([2],"ssp")){var b=!Wb[a];X&&(b=b&&!!X[a]);return b}};Xb=!1;W={};Wb={};X=null; var Y=1,dc=function(a){var b=!1;try{b=a.cookie&&a.cookie.match("PREF")}catch(c){}return!b},ec=function(){try{return!!e.localStorage&&"object"==typeof e.localStorage}catch(a){return!1}},fc=function(a){return a&&a.style&&a.style.behavior&&"undefined"!=typeof a.load},gc=function(a,b,c,d){try{dc(document)||(d||(b="og-up-"+b),ec()?e.localStorage.setItem(b,c):fc(a)&&(a.setAttribute(b,c),a.save(a.id)))}catch(f){f.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(f,"up","spd")}},hc=function(a,b,c){try{if(dc(document))return""; c||(b="og-up-"+b);if(ec())return e.localStorage.getItem(b);if(fc(a))return a.load(a.id),a.getAttribute(b)}catch(d){d.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(d,"up","gpd")}return""},ic=function(a,b,c){a.addEventListener?a.addEventListener(b,c,!1):a.attachEvent&&a.attachEvent("on"+b,c)},jc=function(a){for(var b=0,c;c=a[b];b++){var d=h.up;c=c in d&&d[c];if(!c)return!1}return!0},kc=function(a,b){try{if(dc(a))return-1;var c=a.cookie.match(/OGPC=([^;]*)/);if(c&&c[1]){var d=c[1].match(new RegExp("\\b"+ b+"-([0-9]+):"));if(d&&d[1])return parseInt(d[1],10)}}catch(f){f.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(f,"up","gcc")}return-1};p("up",{r:$b,nap:ac,aop:bc,tp:cc,ssp:Zb,spd:gc,gpd:hc,aeh:ic,aal:jc,gcc:kc});var $=function(a,b){a[b]=function(c){var d=arguments;h.qm(function(){a[b].apply(this,d)})}};$(h.up,"sl");$(h.up,"si");$(h.up,"spl");$(h.up,"dpc");$(h.up,"iic");h.mcf("up",{sp:k.b("0.01",1),tld:"co.th",prid:"2"});function lc(){function a(){for(var b;(b=g[l++])&&"m"!=b[0]&&!b[1].auto;);b&&(oa(2,b[0]),b[1].url&&E(b[1].url,b[0]),b[1].libs&&G&&G(b[1].libs));l<g.length&&setTimeout(a,0)}function b(){0// <![CDATA[
(function(){var a=function(f){for(var g=f.parentElement,d=null,e=0;e<g.childNodes.length;e++){var h=g.childNodes[e];-1

// //

อาหาร หมายถึง สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ไม่ทำให้เกิดโทษ เช่น เนื้อสัตว์ ข้าว แป้ง ผัก ผลไม้ นม ฯลฯ ยกเว้นยารักษาโรคความหมายของอาหารและสารอาหาร | อาหารและสารอาหาร// //

 สารอาหาร หมายถึง สารที่ได้รับจากอาหาร ที่รับประทานเข้าไปในร่างกายแล้ว จะนำไปใช้ประโยชน์ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ให้พลังงานในการดำรงชีวิต เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆของ ร่างกาย

// // <![CDATA[
(function(){try{var e=this;var aa=function(a,b,c,d){d=d||{};d._sn=["cfg",b,c].join(".");window.gbar.logger.ml(a,d)};var h=window.gbar=window.gbar||{},k=window.gbar.i=window.gbar.i||{},ba;function _tvn(a,b){var c=parseInt(a,10);return isNaN(c)?b:c}function _tvf(a,b){var c=parseFloat(a);return isNaN(c)?b:c}function _tvv(a){return!!a}function p(a,b,c){(c||h)[a]=b}h.bv={n:_tvn("2",0),r:"",f:".66.41.",e:"25657,3700311",m:_tvn("1",1)}; function ca(a,b,c){var d="on"+b;if(a.addEventListener)a.addEventListener(b,c,!1);else if(a.attachEvent)a.attachEvent(d,c);else{var f=a[d];a[d]=function(){var a=f.apply(this,arguments),b=c.apply(this,arguments);return void 0==a?b:void 0==b?a:b&&a}}}var da=function(a){return function(){return h.bv.m==a}},ea=da(1),fa=da(2);p("sb",ea);p("kn",fa);k.a=_tvv;k.b=_tvf;k.c=_tvn;k.i=aa;var q=window.gbar.i.i;var t=function(){},u=function(){},v=function(a){var b=new Image,c=ga;b.onerror=b.onload=b.onabort=function(){try{delete ha[c]}catch(a){}};ha[c]=b;b.src=a;ga=c+1},ha=[],ga=0;p("logger",{il:u,ml:t,log:v});var x=window.gbar.logger;var z={},ia={},A=[],ja=k.b("0.1",.1),ka=k.a("1",!0),la=function(a,b){A.push([a,b])},ma=function(a,b){z[a]=b},na=function(a){return a in z},B={},C=function(a,b){B[a]||(B[a]=[]);B[a].push(b)},D=function(a){C("m",a)},E=function(a,b){var c=document.createElement("script");c.src=a;c.async=ka;Math.random()Ba){Ba++;var c,d=a,f=b||{},g=encodeURIComponent,l=[“//www.google.com/gen_204?atyp=i&zx=”,(new Date).getTime(),”&jexpid=”,g(“28834″),”&srcpg=”,g(“prop=2″),”&jsr=”,Math.round(1/Aa),”&ogev=”,g(“pwFsVJOOPMLEmQWyoIHYCA”),”&ogf=”,h.bv.f,”&ogrp=”,g(“1″),”&ogv=”,g(“1415935787.0”),”&oggv=”+g(“es_plusone_gc_20141106.0_p0″),”&ogd=”,g(“co.th”),”&ogc=”,g(“THA”),”&ogl=”,g(“th”)];f._sn&&(f._sn= “og.”+f._sn);for(var m in f)l.push(“&”),l.push(g(m)),l.push(“=”),l.push(g(f[m]));l.push(“&emsg=”);l.push(g(d.name+”:”+d.message));var n=l.join(“”);Ca(n)&&(n=n.substr(0,2E3));c=n;var r=window.gbar.logger._aem(a,c);v(r)}}catch(y){}}var Ca=function(a){return 2E3<=a.length},Da=function(a,b){return b};function Ea(a){t=a;p("_itl",Ca,x);p("_aem",Da,x);p("ml",t,x);a={};z.er=a}k.a("")?Ea(function(a){throw a;}):k.a("1")&&Math.random()<Aa&&Ea(_mlToken);var _E="left",Fa=k.a(""),K=function(a,b){var c=a.className;J(a,b)||(a.className+=(""!=c?" ":"")+b)},L=function(a,b){var c=a.className,d=new RegExp("\\s?\\b"+b+"\\b");c&&c.match(d)&&(a.className=c.replace(d,""))},J=function(a,b){var c=new RegExp("\\b"+b+"\\b"),d=a.className;return!(!d||!d.match(c))},Ga=function(a,b){J(a,b)?L(a,b):K(a,b)},Ha=function(a,b){a[b]=function(c){var d=arguments;h.qm(function(){a[b].apply(this,d)})}},Ia=function(a){a=["//www.gstatic.com", "/og/_/js/d=1/k=","og.og.en_US.FlOWB5zdiuo.O","/rt=j/m=",a,"/rs=","AItRSTOkx5ed9By6_kdutgqIPllb5ZnpCA"];Fa&&a.push("?host=www.gstatic.com&bust=og.og.en_US.PvjaFIgVPQw.DU");a=a.join("");E(a)};p("ca",K);p("cr",L);p("cc",J);k.k=K;k.l=L;k.m=J;k.n=Ga;k.p=Ia;k.q=Ha;var Ja=["gb_71","gb_155"],Ka;function La(a){Ka=a}function Ma(a){var b=Ka&&!a.href.match(/.*\/accounts\/ClearSID[?]/)&&encodeURIComponent(Ka());b&&(a.href=a.href.replace(/([?&]continue=)[^&]*/,"$1"+b))}function Na(a){window.gApplication&&(a.href=window.gApplication.getTabUrl(a.href))}function Oa(a){try{var b=(document.forms[0].q||"").value;b&&(a.href=a.href.replace(/([?&])q=[^&]*|$/,function(a,c){return(c||"&")+"q="+encodeURIComponent(b)}))}catch(c){q(c,"sb","pq")}} var Pa=function(){for(var a=[],b=0,c;c=Ja[b];++b)(c=document.getElementById(c))&&a.push(c);return a},Qa=function(){var a=Pa();return 0<a.length?a[0]:null},Ra=function(){return document.getElementById("gb_70")},M={},N={},Sa={},O={},P=void 0,Xa=function(a,b){try{var c=document.getElementById("gb");K(c,"gbpdjs");Q();Ta(document.getElementById("gb"))&&K(c,"gbrtl");if(b&&b.getAttribute){var d=b.getAttribute("aria-owns");if(d.length){var f=document.getElementById(d);if(f){var g=b.parentNode;if(P==d)P=void 0, L(g,"gbto");else{if(P){var l=document.getElementById(P);if(l&&l.getAttribute){var m=l.getAttribute("aria-owner");if(m.length){var n=document.getElementById(m);n&&n.parentNode&&L(n.parentNode,"gbto")}}}Ua(f)&&Va(f);P=d;K(g,"gbto")}}}}D(function(){h.tg(a,b,!0)});Wa(a)}catch(r){q(r,"sb","tg")}},Ya=function(a){D(function(){h.close(a)})},Za=function(a){D(function(){h.rdd(a)})},Ta=function(a){var b,c=document.defaultView;c&&c.getComputedStyle?(a=c.getComputedStyle(a,""))&&(b=a.direction):b=a.currentStyle? a.currentStyle.direction:a.style.direction;return"rtl"==b},ab=function(a,b,c){if(a)try{var d=document.getElementById("gbd5");if(d){var f=d.firstChild,g=f.firstChild,l=document.createElement("li");l.className=b+" gbmtc";l.id=c;a.className="gbmt";l.appendChild(a);if(g.hasChildNodes()){c=[["gbkc"],["gbf","gbe","gbn"],["gbkp"],["gbnd"]];for(var d=0,m=g.childNodes.length,f=!1,n=-1,r=0,y;y=c[r];r++){for(var S=0,F;F=y[S];S++){for(;d<m&&J(g.childNodes[d],F);)d++;if(F==b){g.insertBefore(l,g.childNodes[d]|| null);f=!0;break}}if(f){if(d+1<g.childNodes.length){var T=g.childNodes[d+1];J(T.firstChild,"gbmh")||$a(T,y)||(n=d+1)}else if(0<=d-1){var U=g.childNodes[d-1];J(U.firstChild,"gbmh")||$a(U,y)||(n=d)}break}0<d&&d+1<m&&d++}if(0<=n){var s=document.createElement("li"),w=document.createElement("div");s.className="gbmtc";w.className="gbmt gbmh";s.appendChild(w);g.insertBefore(s,g.childNodes[n])}h.addHover&&h.addHover(a)}else g.appendChild(l)}}catch(yb){q(yb,"sb","al")}},$a=function(a,b){for(var c=b.length, d=0;d<c;d++)if(J(a,b[d]))return!0;return!1},bb=function(a,b,c){ab(a,b,c)},cb=function(a,b){ab(a,"gbe",b)},db=function(){D(function(){h.pcm&&h.pcm()})},eb=function(){D(function(){h.pca&&h.pca()})},fb=function(a,b,c,d,f,g,l,m,n,r){D(function(){h.paa&&h.paa(a,b,c,d,f,g,l,m,n,r)})},gb=function(a,b){M[a]||(M[a]=[]);M[a].push(b)},hb=function(a,b){N[a]||(N[a]=[]);N[a].push(b)},ib=function(a,b){Sa[a]=b},jb=function(a,b){O[a]||(O[a]=[]);O[a].push(b)},Wa=function(a){a.preventDefault&&a.preventDefault();a.returnValue= !1;a.cancelBubble=!0},kb=null,Va=function(a,b){Q();if(a){lb(a,"การเปิด…");R(a,!0);var c="undefined"!=typeof b?b:1E4,d=function(){mb(a)};kb=window.setTimeout(d,c)}},nb=function(a){Q();a&&(R(a,!1),lb(a,""))},mb=function(a){try{Q();var b=a||document.getElementById(P);b&&(lb(b,"บริการนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้%1$sกรุณาลองอีกครั้งภายหลัง","%1$s"),R(b,!0))}catch(c){q(c,"sb","sdhe")}},lb=function(a,b,c){if(a&&b){var d=Ua(a);if(d){if(c){d.innerHTML="";b=b.split(c);c=0;for(var f;f=b[c];c++){var g=document.createElement("div"); g.innerHTML=f;d.appendChild(g)}}else d.innerHTML=b;R(a,!0)}}},R=function(a,b){var c=void 0!==b?b:!0;c?K(a,"gbmsgo"):L(a,"gbmsgo")},Ua=function(a){for(var b=0,c;c=a.childNodes[b];b++)if(J(c,"gbmsg"))return c},Q=function(){kb&&window.clearTimeout(kb)},ob=function(a){var b="inner"+a;a="offset"+a;return window[b]?window[b]:document.documentElement&&document.documentElement[a]?document.documentElement[a]:0},pb=function(){return!1},qb=function(){return!!P};p("so",Qa);p("sos",Pa);p("si",Ra);p("tg",Xa); p("close",Ya);p("rdd",Za);p("addLink",bb);p("addExtraLink",cb);p("pcm",db);p("pca",eb);p("paa",fb);p("ddld",Va);p("ddrd",nb);p("dderr",mb);p("rtl",Ta);p("op",qb);p("bh",M);p("abh",gb);p("dh",N);p("adh",hb);p("ch",O);p("ach",jb);p("eh",Sa);p("aeh",ib);ba=k.a("")?Na:Oa;p("qs",ba);p("setContinueCb",La);p("pc",Ma);p("bsy",pb);k.d=Wa;k.j=ob;var rb={};z.base=rb;A.push(["m",{url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/sem_01ef68e1b750d16f1e2e29f55496029d.js"}]);h.sg={c:"1"};p("wg",{rg:{}});var sb={tiw:k.c("15000",0),tie:k.c("30000",0)};z.wg=sb;var tb={thi:k.c("10000",0),thp:k.c("180000",0),tho:k.c("5000",0),tet:k.b("0.5",0)};z.wm=tb;if(k.a("1")){var ub=k.a("");A.push(["gc",{auto:ub,url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/abc/gci_91f30755d6a6b787dcc2a4062e6e9824.js",libs:"googleapis.client:plusone:gapi.iframes"}]);var vb={version:"gci_91f30755d6a6b787dcc2a4062e6e9824.js",index:"",lang:"th"};z.gc=vb;var wb=function(a){window.googleapis&&window.iframes?a&&a():(a&&pa(a),H("gc"))};p("lGC",wb);k.a("1")&&p("lPWF",wb)};window.__PVT="";if(k.a("1")&&k.a("1")){var xb=function(a){wb(function(){C("pw",a);H("pw")})};p("lPW",xb);A.push(["pw",{url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/abc/pwm_45f73e4df07a0e388b0fa1f3d30e7280.js"}]);var zb=[],Ab=function(a){zb[0]=a},Bb=function(a,b){var c=b||{};c._sn="pw";t(a,c)},Cb={signed:zb,elog:Bb,base:"https://plusone.google.com/u/0",loadTime:(new Date).getTime()};z.pw=Cb;var Db=function(a,b){for(var c=b.split("."),d=function(){var b=arguments;a(function(){for(var a=h,d=0,f=c.length-1;d<f;++d)a=a[c[d]];a[c[d]].apply(a,b)})},f=h,g=0,l=c.length-1;g< l;++g)f=f[c[g]]=f[c[g]]||{};return f[c[g]]=d};Db(xb,"pw.clk");Db(xb,"pw.hvr");p("su",Ab,h.pw)};var Eb=[1,2,3,4,5,6,9,10,11,13,14,28,29,30,34,35,37,38,39,40,41,42,43,48,49,500];var Fb=k.b("0.001",1E-4),Gb=k.b("1",1),Hb=!1,Ib=!1;if(k.a("1")){var Jb=Math.random();Jb<=Fb&&(Hb=!0);Jb<=Gb&&(Ib=!0)}var V=null; function Kb(a,b){var c=Fb,d=Hb,f;f=a;if(!V){V={};for(var g=0;gc?Math.max(0,a.length+c):c;c<a.length;c++)if(c in a&&a[c]===b)return c;return-1},Z=function(a,b){return-1==Yb(a,Y)?(q(Error(Y+"_"+b),"up","caa"),!1):!0},$b=function(a,b){Z([1,2],"r")&&(W[a]=W[a]||[],W[a].push(b),2==Y&&window.setTimeout(function(){b(Zb(a))},0))},ac=function(a,b,c){if(Z([1],"nap")&&c){for(var d=0;d<c.length;d++)Wb[c[d]]=!0;h.up.spl(a,b,"nap",c)}},bc= function(a,b,c){if(Z([1],"aop")&&c){if(X)for(var d in X)X[d]=X[d]&&-1!=Yb(c,d);else for(X={},d=0;d<c.length;d++)X[c[d]]=!0;h.up.spl(a,b,"aop",c)}},cc=function(){try{if(Y=2,!Xb){Xb=!0;for(var a in W)for(var b=W[a],c=0;c<b.length;c++)try{b[c](Zb(a))}catch(d){q(d,"up","tp")}}}catch(f){q(f,"up","mtp")}},Zb=function(a){if(Z([2],"ssp")){var b=!Wb[a];X&&(b=b&&!!X[a]);return b}};Xb=!1;W={};Wb={};X=null; var Y=1,dc=function(a){var b=!1;try{b=a.cookie&&a.cookie.match("PREF")}catch(c){}return!b},ec=function(){try{return!!e.localStorage&&"object"==typeof e.localStorage}catch(a){return!1}},fc=function(a){return a&&a.style&&a.style.behavior&&"undefined"!=typeof a.load},gc=function(a,b,c,d){try{dc(document)||(d||(b="og-up-"+b),ec()?e.localStorage.setItem(b,c):fc(a)&&(a.setAttribute(b,c),a.save(a.id)))}catch(f){f.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(f,"up","spd")}},hc=function(a,b,c){try{if(dc(document))return""; c||(b="og-up-"+b);if(ec())return e.localStorage.getItem(b);if(fc(a))return a.load(a.id),a.getAttribute(b)}catch(d){d.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(d,"up","gpd")}return""},ic=function(a,b,c){a.addEventListener?a.addEventListener(b,c,!1):a.attachEvent&&a.attachEvent("on"+b,c)},jc=function(a){for(var b=0,c;c=a[b];b++){var d=h.up;c=c in d&&d[c];if(!c)return!1}return!0},kc=function(a,b){try{if(dc(a))return-1;var c=a.cookie.match(/OGPC=([^;]*)/);if(c&&c[1]){var d=c[1].match(new RegExp("\\b"+ b+"-([0-9]+):"));if(d&&d[1])return parseInt(d[1],10)}}catch(f){f.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(f,"up","gcc")}return-1};p("up",{r:$b,nap:ac,aop:bc,tp:cc,ssp:Zb,spd:gc,gpd:hc,aeh:ic,aal:jc,gcc:kc});var $=function(a,b){a[b]=function(c){var d=arguments;h.qm(function(){a[b].apply(this,d)})}};$(h.up,"sl");$(h.up,"si");$(h.up,"spl");$(h.up,"dpc");$(h.up,"iic");h.mcf("up",{sp:k.b("0.01",1),tld:"co.th",prid:"2"});function lc(){function a(){for(var b;(b=g[l++])&&"m"!=b[0]&&!b[1].auto;);b&&(oa(2,b[0]),b[1].url&&E(b[1].url,b[0]),b[1].libs&&G&&G(b[1].libs));l<g.length&&setTimeout(a,0)}function b(){0// <![CDATA[
(function(){var a=function(f){for(var g=f.parentElement,d=null,e=0;e<g.childNodes.length;e++){var h=g.childNodes[e];-1

// // //

โปรตีน คือ อาหารหลักหมู่ที่ 1 ที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ และยังรวมไปถึงจุลินทรีย์ เช่น ยีสต์ สาหร่าย เห็ด หนอน แมลงที่กินได้ก็ล้วนแต่เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดีเช่นกัน โปรตีนเป็นส่วนประกอบหลักของทุกๆ เซลล์ในร่างกาย และเป็นสารอาหารชนิดหนึ่งที่ร่างกายจะขาดไม่ได้ ถ้านำเอาโปรตีนมาวิเคราะห์ทางเคมี ก็จะพบว่าโปรตีนประกอบไปด้วยสารเคมีจำพวกหนึ่งที่เรียกว่า กรดอะมิโน (ถ้าไม่มีกรดอะมิโนก็จะไม่มีโปรตีน) ซึ่งกรดอะมิโนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 พวก คือ กรดอะมิโนจำเป็น (ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหารต่างๆ) และกรดอะมิโนไม่จำเป็น (ร่างกายสร้างขึ้นเองได้) จึงถือได้ว่าอาหารหมู่นี้เป็นอาหารหลักที่สำคัญในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย อาหารหมู่นี้เมื่อร่างกายย่อยแล้วจะให้สารอาหารประเภทโปรตีน ประโยชน์ของโปรตีน มีดังนี

  1. ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย ซึ่งโปรตีนจะถูกนำไปสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก เลือด เม็ดเลือด ผิวหนัง น้ำย่อย ฮอร์โมน น้ำนม รวมไปถึงการสร้างภูมิต้านทานเชื้อโรคต่างๆ
  2. ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค
  3. ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย เช่น แผลต่างๆ หรือจากอาการเจ็บป่วย เป็นต้น
  4. ช่วยสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย
  5. ให้พลังงานแก่ร่างกาย ในกรณีทีร่างกายขาดพลังงาน (โปรตีน 1 กรัม จะให้พลังงาน 4 แคลอรี่) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าร่างกายได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตและจากไขมันเพียงพอแล้ว ก็จะสงวนโปรตีนไว้ในหน้าที่อื่น
  6. ช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย และทำให้อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ เช่น การช่วยรักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือด เนื้อเยื่อ เซลล์ต่างๆ ช่วยรักษาปริมาณน้ำในเซลล์และหลอดเลือดให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ (ถ้าร่างกายขาดโปรตีน น้ำจะเล็กลอดออกจากเซลล์และหลอดเลือดจนเกิดอาการบวม) รวมไปถึงยังช่วยรักษาสมดุลกรดด่างของร่างกาย ซึ่งมีความสำคัญต่อปฏิกิริยาต่างๆ ภายในร่างกาย เป็นต้น
  7. หากร่างกายได้รับโปรตีนที่มีคุณภาพซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะช่วยทำให้อาหารต่างๆ ถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  8. โปรตีนคุณภาพมีส่วนช่วยในการทดแทนเซลล์ที่สูญเสียไปได้ในแต่ละวัน และยังช่วยลดกลไกการแข็งตัวของเลือด รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบหลักของภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย
  9. กล้ามเนื้อทุกมัดจะมีโครงสร้างพื้นฐานมาจากกรดอะมิโนหลายชนิดที่เรียงร้อยกันเป็นมัดกล้าม ดังนั้นโปรตีนคุณภาพจึงมีความสำคัญต่อการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง
  10. ช่วยกระตุ้นการผลิตกลูโคส จากนั้นกลูโคสจะเดินทางไปที่ตับ และทำให้ร่างกายของเรารู้สึกอิ่ม ก่อนร่างกายจะส่งสัญญาณไปยังสมองว่าหยุดรับประทานอาหารได้แล้ว
  11. ในด้านประโยชน์ต่อเซลล์ผิว พบว่าโปรตีนมีหน้าที่ช่วยสร้างใยคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ช่วยเชื่อมประสาทแต่ละเซลล์ให้ยึดติดกันเป็นเนื้อเดียว อีกทั้งยังช่วยป้องกันริ้วรอยก่อนวัย เพิ่มความแข็งแรงของเซลล์ผมและเล็บของเราได้อีกด้วย

// // //


// // <![CDATA[
(function(){try{var e=this;var aa=function(a,b,c,d){d=d||{};d._sn=["cfg",b,c].join(".");window.gbar.logger.ml(a,d)};var h=window.gbar=window.gbar||{},k=window.gbar.i=window.gbar.i||{},ba;function _tvn(a,b){var c=parseInt(a,10);return isNaN(c)?b:c}function _tvf(a,b){var c=parseFloat(a);return isNaN(c)?b:c}function _tvv(a){return!!a}function p(a,b,c){(c||h)[a]=b}h.bv={n:_tvn("2",0),r:"",f:".66.41.",e:"25657,3700311",m:_tvn("1",1)}; function ca(a,b,c){var d="on"+b;if(a.addEventListener)a.addEventListener(b,c,!1);else if(a.attachEvent)a.attachEvent(d,c);else{var f=a[d];a[d]=function(){var a=f.apply(this,arguments),b=c.apply(this,arguments);return void 0==a?b:void 0==b?a:b&&a}}}var da=function(a){return function(){return h.bv.m==a}},ea=da(1),fa=da(2);p("sb",ea);p("kn",fa);k.a=_tvv;k.b=_tvf;k.c=_tvn;k.i=aa;var q=window.gbar.i.i;var t=function(){},u=function(){},v=function(a){var b=new Image,c=ga;b.onerror=b.onload=b.onabort=function(){try{delete ha[c]}catch(a){}};ha[c]=b;b.src=a;ga=c+1},ha=[],ga=0;p("logger",{il:u,ml:t,log:v});var x=window.gbar.logger;var z={},ia={},A=[],ja=k.b("0.1",.1),ka=k.a("1",!0),la=function(a,b){A.push([a,b])},ma=function(a,b){z[a]=b},na=function(a){return a in z},B={},C=function(a,b){B[a]||(B[a]=[]);B[a].push(b)},D=function(a){C("m",a)},E=function(a,b){var c=document.createElement("script");c.src=a;c.async=ka;Math.random()Ba){Ba++;var c,d=a,f=b||{},g=encodeURIComponent,l=[“//www.google.com/gen_204?atyp=i&zx=”,(new Date).getTime(),”&jexpid=”,g(“28834″),”&srcpg=”,g(“prop=2″),”&jsr=”,Math.round(1/Aa),”&ogev=”,g(“0QFsVJaZLILYmgXaj4KgBA”),”&ogf=”,h.bv.f,”&ogrp=”,g(“1″),”&ogv=”,g(“1415935787.0”),”&oggv=”+g(“es_plusone_gc_20141106.0_p0″),”&ogd=”,g(“co.th”),”&ogc=”,g(“THA”),”&ogl=”,g(“th”)];f._sn&&(f._sn= “og.”+f._sn);for(var m in f)l.push(“&”),l.push(g(m)),l.push(“=”),l.push(g(f[m]));l.push(“&emsg=”);l.push(g(d.name+”:”+d.message));var n=l.join(“”);Ca(n)&&(n=n.substr(0,2E3));c=n;var r=window.gbar.logger._aem(a,c);v(r)}}catch(y){}}var Ca=function(a){return 2E3<=a.length},Da=function(a,b){return b};function Ea(a){t=a;p("_itl",Ca,x);p("_aem",Da,x);p("ml",t,x);a={};z.er=a}k.a("")?Ea(function(a){throw a;}):k.a("1")&&Math.random()<Aa&&Ea(_mlToken);var _E="left",Fa=k.a(""),K=function(a,b){var c=a.className;J(a,b)||(a.className+=(""!=c?" ":"")+b)},L=function(a,b){var c=a.className,d=new RegExp("\\s?\\b"+b+"\\b");c&&c.match(d)&&(a.className=c.replace(d,""))},J=function(a,b){var c=new RegExp("\\b"+b+"\\b"),d=a.className;return!(!d||!d.match(c))},Ga=function(a,b){J(a,b)?L(a,b):K(a,b)},Ha=function(a,b){a[b]=function(c){var d=arguments;h.qm(function(){a[b].apply(this,d)})}},Ia=function(a){a=["//www.gstatic.com", "/og/_/js/d=1/k=","og.og.en_US.FlOWB5zdiuo.O","/rt=j/m=",a,"/rs=","AItRSTOkx5ed9By6_kdutgqIPllb5ZnpCA"];Fa&&a.push("?host=www.gstatic.com&bust=og.og.en_US.PvjaFIgVPQw.DU");a=a.join("");E(a)};p("ca",K);p("cr",L);p("cc",J);k.k=K;k.l=L;k.m=J;k.n=Ga;k.p=Ia;k.q=Ha;var Ja=["gb_71","gb_155"],Ka;function La(a){Ka=a}function Ma(a){var b=Ka&&!a.href.match(/.*\/accounts\/ClearSID[?]/)&&encodeURIComponent(Ka());b&&(a.href=a.href.replace(/([?&]continue=)[^&]*/,"$1"+b))}function Na(a){window.gApplication&&(a.href=window.gApplication.getTabUrl(a.href))}function Oa(a){try{var b=(document.forms[0].q||"").value;b&&(a.href=a.href.replace(/([?&])q=[^&]*|$/,function(a,c){return(c||"&")+"q="+encodeURIComponent(b)}))}catch(c){q(c,"sb","pq")}} var Pa=function(){for(var a=[],b=0,c;c=Ja[b];++b)(c=document.getElementById(c))&&a.push(c);return a},Qa=function(){var a=Pa();return 0<a.length?a[0]:null},Ra=function(){return document.getElementById("gb_70")},M={},N={},Sa={},O={},P=void 0,Xa=function(a,b){try{var c=document.getElementById("gb");K(c,"gbpdjs");Q();Ta(document.getElementById("gb"))&&K(c,"gbrtl");if(b&&b.getAttribute){var d=b.getAttribute("aria-owns");if(d.length){var f=document.getElementById(d);if(f){var g=b.parentNode;if(P==d)P=void 0, L(g,"gbto");else{if(P){var l=document.getElementById(P);if(l&&l.getAttribute){var m=l.getAttribute("aria-owner");if(m.length){var n=document.getElementById(m);n&&n.parentNode&&L(n.parentNode,"gbto")}}}Ua(f)&&Va(f);P=d;K(g,"gbto")}}}}D(function(){h.tg(a,b,!0)});Wa(a)}catch(r){q(r,"sb","tg")}},Ya=function(a){D(function(){h.close(a)})},Za=function(a){D(function(){h.rdd(a)})},Ta=function(a){var b,c=document.defaultView;c&&c.getComputedStyle?(a=c.getComputedStyle(a,""))&&(b=a.direction):b=a.currentStyle? a.currentStyle.direction:a.style.direction;return"rtl"==b},ab=function(a,b,c){if(a)try{var d=document.getElementById("gbd5");if(d){var f=d.firstChild,g=f.firstChild,l=document.createElement("li");l.className=b+" gbmtc";l.id=c;a.className="gbmt";l.appendChild(a);if(g.hasChildNodes()){c=[["gbkc"],["gbf","gbe","gbn"],["gbkp"],["gbnd"]];for(var d=0,m=g.childNodes.length,f=!1,n=-1,r=0,y;y=c[r];r++){for(var S=0,F;F=y[S];S++){for(;d<m&&J(g.childNodes[d],F);)d++;if(F==b){g.insertBefore(l,g.childNodes[d]|| null);f=!0;break}}if(f){if(d+1<g.childNodes.length){var T=g.childNodes[d+1];J(T.firstChild,"gbmh")||$a(T,y)||(n=d+1)}else if(0<=d-1){var U=g.childNodes[d-1];J(U.firstChild,"gbmh")||$a(U,y)||(n=d)}break}0<d&&d+1<m&&d++}if(0<=n){var s=document.createElement("li"),w=document.createElement("div");s.className="gbmtc";w.className="gbmt gbmh";s.appendChild(w);g.insertBefore(s,g.childNodes[n])}h.addHover&&h.addHover(a)}else g.appendChild(l)}}catch(yb){q(yb,"sb","al")}},$a=function(a,b){for(var c=b.length, d=0;d<c;d++)if(J(a,b[d]))return!0;return!1},bb=function(a,b,c){ab(a,b,c)},cb=function(a,b){ab(a,"gbe",b)},db=function(){D(function(){h.pcm&&h.pcm()})},eb=function(){D(function(){h.pca&&h.pca()})},fb=function(a,b,c,d,f,g,l,m,n,r){D(function(){h.paa&&h.paa(a,b,c,d,f,g,l,m,n,r)})},gb=function(a,b){M[a]||(M[a]=[]);M[a].push(b)},hb=function(a,b){N[a]||(N[a]=[]);N[a].push(b)},ib=function(a,b){Sa[a]=b},jb=function(a,b){O[a]||(O[a]=[]);O[a].push(b)},Wa=function(a){a.preventDefault&&a.preventDefault();a.returnValue= !1;a.cancelBubble=!0},kb=null,Va=function(a,b){Q();if(a){lb(a,"การเปิด…");R(a,!0);var c="undefined"!=typeof b?b:1E4,d=function(){mb(a)};kb=window.setTimeout(d,c)}},nb=function(a){Q();a&&(R(a,!1),lb(a,""))},mb=function(a){try{Q();var b=a||document.getElementById(P);b&&(lb(b,"บริการนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้%1$sกรุณาลองอีกครั้งภายหลัง","%1$s"),R(b,!0))}catch(c){q(c,"sb","sdhe")}},lb=function(a,b,c){if(a&&b){var d=Ua(a);if(d){if(c){d.innerHTML="";b=b.split(c);c=0;for(var f;f=b[c];c++){var g=document.createElement("div"); g.innerHTML=f;d.appendChild(g)}}else d.innerHTML=b;R(a,!0)}}},R=function(a,b){var c=void 0!==b?b:!0;c?K(a,"gbmsgo"):L(a,"gbmsgo")},Ua=function(a){for(var b=0,c;c=a.childNodes[b];b++)if(J(c,"gbmsg"))return c},Q=function(){kb&&window.clearTimeout(kb)},ob=function(a){var b="inner"+a;a="offset"+a;return window[b]?window[b]:document.documentElement&&document.documentElement[a]?document.documentElement[a]:0},pb=function(){return!1},qb=function(){return!!P};p("so",Qa);p("sos",Pa);p("si",Ra);p("tg",Xa); p("close",Ya);p("rdd",Za);p("addLink",bb);p("addExtraLink",cb);p("pcm",db);p("pca",eb);p("paa",fb);p("ddld",Va);p("ddrd",nb);p("dderr",mb);p("rtl",Ta);p("op",qb);p("bh",M);p("abh",gb);p("dh",N);p("adh",hb);p("ch",O);p("ach",jb);p("eh",Sa);p("aeh",ib);ba=k.a("")?Na:Oa;p("qs",ba);p("setContinueCb",La);p("pc",Ma);p("bsy",pb);k.d=Wa;k.j=ob;var rb={};z.base=rb;A.push(["m",{url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/sem_01ef68e1b750d16f1e2e29f55496029d.js"}]);h.sg={c:"1"};p("wg",{rg:{}});var sb={tiw:k.c("15000",0),tie:k.c("30000",0)};z.wg=sb;var tb={thi:k.c("10000",0),thp:k.c("180000",0),tho:k.c("5000",0),tet:k.b("0.5",0)};z.wm=tb;if(k.a("1")){var ub=k.a("");A.push(["gc",{auto:ub,url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/abc/gci_91f30755d6a6b787dcc2a4062e6e9824.js",libs:"googleapis.client:plusone:gapi.iframes"}]);var vb={version:"gci_91f30755d6a6b787dcc2a4062e6e9824.js",index:"",lang:"th"};z.gc=vb;var wb=function(a){window.googleapis&&window.iframes?a&&a():(a&&pa(a),H("gc"))};p("lGC",wb);k.a("1")&&p("lPWF",wb)};window.__PVT="";if(k.a("1")&&k.a("1")){var xb=function(a){wb(function(){C("pw",a);H("pw")})};p("lPW",xb);A.push(["pw",{url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/abc/pwm_45f73e4df07a0e388b0fa1f3d30e7280.js"}]);var zb=[],Ab=function(a){zb[0]=a},Bb=function(a,b){var c=b||{};c._sn="pw";t(a,c)},Cb={signed:zb,elog:Bb,base:"https://plusone.google.com/u/0",loadTime:(new Date).getTime()};z.pw=Cb;var Db=function(a,b){for(var c=b.split("."),d=function(){var b=arguments;a(function(){for(var a=h,d=0,f=c.length-1;d<f;++d)a=a[c[d]];a[c[d]].apply(a,b)})},f=h,g=0,l=c.length-1;g< l;++g)f=f[c[g]]=f[c[g]]||{};return f[c[g]]=d};Db(xb,"pw.clk");Db(xb,"pw.hvr");p("su",Ab,h.pw)};var Eb=[1,2,3,4,5,6,9,10,11,13,14,28,29,30,34,35,37,38,39,40,41,42,43,48,49,500];var Fb=k.b("0.001",1E-4),Gb=k.b("1",1),Hb=!1,Ib=!1;if(k.a("1")){var Jb=Math.random();Jb<=Fb&&(Hb=!0);Jb<=Gb&&(Ib=!0)}var V=null; function Kb(a,b){var c=Fb,d=Hb,f;f=a;if(!V){V={};for(var g=0;gc?Math.max(0,a.length+c):c;c<a.length;c++)if(c in a&&a[c]===b)return c;return-1},Z=function(a,b){return-1==Yb(a,Y)?(q(Error(Y+"_"+b),"up","caa"),!1):!0},$b=function(a,b){Z([1,2],"r")&&(W[a]=W[a]||[],W[a].push(b),2==Y&&window.setTimeout(function(){b(Zb(a))},0))},ac=function(a,b,c){if(Z([1],"nap")&&c){for(var d=0;d<c.length;d++)Wb[c[d]]=!0;h.up.spl(a,b,"nap",c)}},bc= function(a,b,c){if(Z([1],"aop")&&c){if(X)for(var d in X)X[d]=X[d]&&-1!=Yb(c,d);else for(X={},d=0;d<c.length;d++)X[c[d]]=!0;h.up.spl(a,b,"aop",c)}},cc=function(){try{if(Y=2,!Xb){Xb=!0;for(var a in W)for(var b=W[a],c=0;c<b.length;c++)try{b[c](Zb(a))}catch(d){q(d,"up","tp")}}}catch(f){q(f,"up","mtp")}},Zb=function(a){if(Z([2],"ssp")){var b=!Wb[a];X&&(b=b&&!!X[a]);return b}};Xb=!1;W={};Wb={};X=null; var Y=1,dc=function(a){var b=!1;try{b=a.cookie&&a.cookie.match("PREF")}catch(c){}return!b},ec=function(){try{return!!e.localStorage&&"object"==typeof e.localStorage}catch(a){return!1}},fc=function(a){return a&&a.style&&a.style.behavior&&"undefined"!=typeof a.load},gc=function(a,b,c,d){try{dc(document)||(d||(b="og-up-"+b),ec()?e.localStorage.setItem(b,c):fc(a)&&(a.setAttribute(b,c),a.save(a.id)))}catch(f){f.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(f,"up","spd")}},hc=function(a,b,c){try{if(dc(document))return""; c||(b="og-up-"+b);if(ec())return e.localStorage.getItem(b);if(fc(a))return a.load(a.id),a.getAttribute(b)}catch(d){d.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(d,"up","gpd")}return""},ic=function(a,b,c){a.addEventListener?a.addEventListener(b,c,!1):a.attachEvent&&a.attachEvent("on"+b,c)},jc=function(a){for(var b=0,c;c=a[b];b++){var d=h.up;c=c in d&&d[c];if(!c)return!1}return!0},kc=function(a,b){try{if(dc(a))return-1;var c=a.cookie.match(/OGPC=([^;]*)/);if(c&&c[1]){var d=c[1].match(new RegExp("\\b"+ b+"-([0-9]+):"));if(d&&d[1])return parseInt(d[1],10)}}catch(f){f.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(f,"up","gcc")}return-1};p("up",{r:$b,nap:ac,aop:bc,tp:cc,ssp:Zb,spd:gc,gpd:hc,aeh:ic,aal:jc,gcc:kc});var $=function(a,b){a[b]=function(c){var d=arguments;h.qm(function(){a[b].apply(this,d)})}};$(h.up,"sl");$(h.up,"si");$(h.up,"spl");$(h.up,"dpc");$(h.up,"iic");h.mcf("up",{sp:k.b("0.01",1),tld:"co.th",prid:"2"});function lc(){function a(){for(var b;(b=g[l++])&&"m"!=b[0]&&!b[1].auto;);b&&(oa(2,b[0]),b[1].url&&E(b[1].url,b[0]),b[1].libs&&G&&G(b[1].libs));l<g.length&&setTimeout(a,0)}function b(){0// <![CDATA[
(function(){var a=function(f){for(var g=f.parentElement,d=null,e=0;e<g.childNodes.length;e++){var h=g.childNodes[e];-1

บไฮเดรต คือ อาหารหลักหมู่ที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน ฯลฯ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าว แป้ง ประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต มีดังนี้

อาหารหลัก 5 หมู่ ประโยชน์ของอาหารหลัก 5 หมู่ 38 ข้อ !// // //

  1. ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวเพื่อทำงานหรือประกอบกิจกรรมต่างๆ ได้ (โดยพลังงานที่ได้จากอาหารหมู่นี้ส่วนใหญ่แล้วจะถูกใช้ให้หมดไปในแต่ละวัน เช่น การเดิน การวิ่ง ทำงาน การออกกำลังกายต่างๆ) (คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม จะให้พลังงาน 4 แคลอรี่ และคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของแคลอรี่ทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน หรืออาจสูงถึงร้อยละ 80 เลยทีเดียว)
  2. คาร์โบไฮเดรตมีความจำเป็นต่อการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้เป็นปกติ เพราะถ้าร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอ จะเผาผลาญไขมันเป็นกำลังงานมากขึ้น ทำให้เกิดสารประเภทคีโทนมาคั่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
  3. ช่วยสงวนคุณค่าของโปรตีนไว้ไม่ให้เผาผลาญเป็นพลังงาน ถ้าได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตอย่างเพียงพอแล้ว เพื่อให้ร่างกายนำโปรตีนไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์มากที่สุด
  4. การทำงานของสมองจะต้องพึ่งกลูโคส (glucose) ซึ่งเป็นตัวให้พลังงานที่สำคัญ
  5. กรดกลูคูโรนิก (glucuronic acid) (อนุพันธ์ของกลูโคส) มีหน้าที่เปลี่ยนสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายเมื่อผ่านไปที่ตับ ทำให้มีพิษลดลงและอยู่ในสภาพที่ร่างกายจะสามารถขับถ่ายออกมาได้
  6. อาหารคาร์โบไฮเดรตจำพวกธัญพืช ก็เป็นแหล่งที่ให้โปรตีน เกลือแร่ และวิตามินด้วย

// // <![CDATA[
(function(){try{var e=this;var aa=function(a,b,c,d){d=d||{};d._sn=["cfg",b,c].join(".");window.gbar.logger.ml(a,d)};var h=window.gbar=window.gbar||{},k=window.gbar.i=window.gbar.i||{},ba;function _tvn(a,b){var c=parseInt(a,10);return isNaN(c)?b:c}function _tvf(a,b){var c=parseFloat(a);return isNaN(c)?b:c}function _tvv(a){return!!a}function p(a,b,c){(c||h)[a]=b}h.bv={n:_tvn("2",0),r:"",f:".66.41.",e:"25657,3700311",m:_tvn("1",1)}; function ca(a,b,c){var d="on"+b;if(a.addEventListener)a.addEventListener(b,c,!1);else if(a.attachEvent)a.attachEvent(d,c);else{var f=a[d];a[d]=function(){var a=f.apply(this,arguments),b=c.apply(this,arguments);return void 0==a?b:void 0==b?a:b&&a}}}var da=function(a){return function(){return h.bv.m==a}},ea=da(1),fa=da(2);p("sb",ea);p("kn",fa);k.a=_tvv;k.b=_tvf;k.c=_tvn;k.i=aa;var q=window.gbar.i.i;var t=function(){},u=function(){},v=function(a){var b=new Image,c=ga;b.onerror=b.onload=b.onabort=function(){try{delete ha[c]}catch(a){}};ha[c]=b;b.src=a;ga=c+1},ha=[],ga=0;p("logger",{il:u,ml:t,log:v});var x=window.gbar.logger;var z={},ia={},A=[],ja=k.b("0.1",.1),ka=k.a("1",!0),la=function(a,b){A.push([a,b])},ma=function(a,b){z[a]=b},na=function(a){return a in z},B={},C=function(a,b){B[a]||(B[a]=[]);B[a].push(b)},D=function(a){C("m",a)},E=function(a,b){var c=document.createElement("script");c.src=a;c.async=ka;Math.random()Ba){Ba++;var c,d=a,f=b||{},g=encodeURIComponent,l=[“//www.google.com/gen_204?atyp=i&zx=”,(new Date).getTime(),”&jexpid=”,g(“28834″),”&srcpg=”,g(“prop=2″),”&jsr=”,Math.round(1/Aa),”&ogev=”,g(“HAJsVP6iGKTWmgWc7oBY”),”&ogf=”,h.bv.f,”&ogrp=”,g(“1″),”&ogv=”,g(“1415935787.0”),”&oggv=”+g(“es_plusone_gc_20141106.0_p0″),”&ogd=”,g(“co.th”),”&ogc=”,g(“THA”),”&ogl=”,g(“th”)];f._sn&&(f._sn= “og.”+f._sn);for(var m in f)l.push(“&”),l.push(g(m)),l.push(“=”),l.push(g(f[m]));l.push(“&emsg=”);l.push(g(d.name+”:”+d.message));var n=l.join(“”);Ca(n)&&(n=n.substr(0,2E3));c=n;var r=window.gbar.logger._aem(a,c);v(r)}}catch(y){}}var Ca=function(a){return 2E3<=a.length},Da=function(a,b){return b};function Ea(a){t=a;p("_itl",Ca,x);p("_aem",Da,x);p("ml",t,x);a={};z.er=a}k.a("")?Ea(function(a){throw a;}):k.a("1")&&Math.random()<Aa&&Ea(_mlToken);var _E="left",Fa=k.a(""),K=function(a,b){var c=a.className;J(a,b)||(a.className+=(""!=c?" ":"")+b)},L=function(a,b){var c=a.className,d=new RegExp("\\s?\\b"+b+"\\b");c&&c.match(d)&&(a.className=c.replace(d,""))},J=function(a,b){var c=new RegExp("\\b"+b+"\\b"),d=a.className;return!(!d||!d.match(c))},Ga=function(a,b){J(a,b)?L(a,b):K(a,b)},Ha=function(a,b){a[b]=function(c){var d=arguments;h.qm(function(){a[b].apply(this,d)})}},Ia=function(a){a=["//www.gstatic.com", "/og/_/js/d=1/k=","og.og.en_US.FlOWB5zdiuo.O","/rt=j/m=",a,"/rs=","AItRSTOkx5ed9By6_kdutgqIPllb5ZnpCA"];Fa&&a.push("?host=www.gstatic.com&bust=og.og.en_US.PvjaFIgVPQw.DU");a=a.join("");E(a)};p("ca",K);p("cr",L);p("cc",J);k.k=K;k.l=L;k.m=J;k.n=Ga;k.p=Ia;k.q=Ha;var Ja=["gb_71","gb_155"],Ka;function La(a){Ka=a}function Ma(a){var b=Ka&&!a.href.match(/.*\/accounts\/ClearSID[?]/)&&encodeURIComponent(Ka());b&&(a.href=a.href.replace(/([?&]continue=)[^&]*/,"$1"+b))}function Na(a){window.gApplication&&(a.href=window.gApplication.getTabUrl(a.href))}function Oa(a){try{var b=(document.forms[0].q||"").value;b&&(a.href=a.href.replace(/([?&])q=[^&]*|$/,function(a,c){return(c||"&")+"q="+encodeURIComponent(b)}))}catch(c){q(c,"sb","pq")}} var Pa=function(){for(var a=[],b=0,c;c=Ja[b];++b)(c=document.getElementById(c))&&a.push(c);return a},Qa=function(){var a=Pa();return 0<a.length?a[0]:null},Ra=function(){return document.getElementById("gb_70")},M={},N={},Sa={},O={},P=void 0,Xa=function(a,b){try{var c=document.getElementById("gb");K(c,"gbpdjs");Q();Ta(document.getElementById("gb"))&&K(c,"gbrtl");if(b&&b.getAttribute){var d=b.getAttribute("aria-owns");if(d.length){var f=document.getElementById(d);if(f){var g=b.parentNode;if(P==d)P=void 0, L(g,"gbto");else{if(P){var l=document.getElementById(P);if(l&&l.getAttribute){var m=l.getAttribute("aria-owner");if(m.length){var n=document.getElementById(m);n&&n.parentNode&&L(n.parentNode,"gbto")}}}Ua(f)&&Va(f);P=d;K(g,"gbto")}}}}D(function(){h.tg(a,b,!0)});Wa(a)}catch(r){q(r,"sb","tg")}},Ya=function(a){D(function(){h.close(a)})},Za=function(a){D(function(){h.rdd(a)})},Ta=function(a){var b,c=document.defaultView;c&&c.getComputedStyle?(a=c.getComputedStyle(a,""))&&(b=a.direction):b=a.currentStyle? a.currentStyle.direction:a.style.direction;return"rtl"==b},ab=function(a,b,c){if(a)try{var d=document.getElementById("gbd5");if(d){var f=d.firstChild,g=f.firstChild,l=document.createElement("li");l.className=b+" gbmtc";l.id=c;a.className="gbmt";l.appendChild(a);if(g.hasChildNodes()){c=[["gbkc"],["gbf","gbe","gbn"],["gbkp"],["gbnd"]];for(var d=0,m=g.childNodes.length,f=!1,n=-1,r=0,y;y=c[r];r++){for(var S=0,F;F=y[S];S++){for(;d<m&&J(g.childNodes[d],F);)d++;if(F==b){g.insertBefore(l,g.childNodes[d]|| null);f=!0;break}}if(f){if(d+1<g.childNodes.length){var T=g.childNodes[d+1];J(T.firstChild,"gbmh")||$a(T,y)||(n=d+1)}else if(0<=d-1){var U=g.childNodes[d-1];J(U.firstChild,"gbmh")||$a(U,y)||(n=d)}break}0<d&&d+1<m&&d++}if(0<=n){var s=document.createElement("li"),w=document.createElement("div");s.className="gbmtc";w.className="gbmt gbmh";s.appendChild(w);g.insertBefore(s,g.childNodes[n])}h.addHover&&h.addHover(a)}else g.appendChild(l)}}catch(yb){q(yb,"sb","al")}},$a=function(a,b){for(var c=b.length, d=0;d<c;d++)if(J(a,b[d]))return!0;return!1},bb=function(a,b,c){ab(a,b,c)},cb=function(a,b){ab(a,"gbe",b)},db=function(){D(function(){h.pcm&&h.pcm()})},eb=function(){D(function(){h.pca&&h.pca()})},fb=function(a,b,c,d,f,g,l,m,n,r){D(function(){h.paa&&h.paa(a,b,c,d,f,g,l,m,n,r)})},gb=function(a,b){M[a]||(M[a]=[]);M[a].push(b)},hb=function(a,b){N[a]||(N[a]=[]);N[a].push(b)},ib=function(a,b){Sa[a]=b},jb=function(a,b){O[a]||(O[a]=[]);O[a].push(b)},Wa=function(a){a.preventDefault&&a.preventDefault();a.returnValue= !1;a.cancelBubble=!0},kb=null,Va=function(a,b){Q();if(a){lb(a,"การเปิด…");R(a,!0);var c="undefined"!=typeof b?b:1E4,d=function(){mb(a)};kb=window.setTimeout(d,c)}},nb=function(a){Q();a&&(R(a,!1),lb(a,""))},mb=function(a){try{Q();var b=a||document.getElementById(P);b&&(lb(b,"บริการนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้%1$sกรุณาลองอีกครั้งภายหลัง","%1$s"),R(b,!0))}catch(c){q(c,"sb","sdhe")}},lb=function(a,b,c){if(a&&b){var d=Ua(a);if(d){if(c){d.innerHTML="";b=b.split(c);c=0;for(var f;f=b[c];c++){var g=document.createElement("div"); g.innerHTML=f;d.appendChild(g)}}else d.innerHTML=b;R(a,!0)}}},R=function(a,b){var c=void 0!==b?b:!0;c?K(a,"gbmsgo"):L(a,"gbmsgo")},Ua=function(a){for(var b=0,c;c=a.childNodes[b];b++)if(J(c,"gbmsg"))return c},Q=function(){kb&&window.clearTimeout(kb)},ob=function(a){var b="inner"+a;a="offset"+a;return window[b]?window[b]:document.documentElement&&document.documentElement[a]?document.documentElement[a]:0},pb=function(){return!1},qb=function(){return!!P};p("so",Qa);p("sos",Pa);p("si",Ra);p("tg",Xa); p("close",Ya);p("rdd",Za);p("addLink",bb);p("addExtraLink",cb);p("pcm",db);p("pca",eb);p("paa",fb);p("ddld",Va);p("ddrd",nb);p("dderr",mb);p("rtl",Ta);p("op",qb);p("bh",M);p("abh",gb);p("dh",N);p("adh",hb);p("ch",O);p("ach",jb);p("eh",Sa);p("aeh",ib);ba=k.a("")?Na:Oa;p("qs",ba);p("setContinueCb",La);p("pc",Ma);p("bsy",pb);k.d=Wa;k.j=ob;var rb={};z.base=rb;A.push(["m",{url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/sem_01ef68e1b750d16f1e2e29f55496029d.js"}]);h.sg={c:"1"};p("wg",{rg:{}});var sb={tiw:k.c("15000",0),tie:k.c("30000",0)};z.wg=sb;var tb={thi:k.c("10000",0),thp:k.c("180000",0),tho:k.c("5000",0),tet:k.b("0.5",0)};z.wm=tb;if(k.a("1")){var ub=k.a("");A.push(["gc",{auto:ub,url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/abc/gci_91f30755d6a6b787dcc2a4062e6e9824.js",libs:"googleapis.client:plusone:gapi.iframes"}]);var vb={version:"gci_91f30755d6a6b787dcc2a4062e6e9824.js",index:"",lang:"th"};z.gc=vb;var wb=function(a){window.googleapis&&window.iframes?a&&a():(a&&pa(a),H("gc"))};p("lGC",wb);k.a("1")&&p("lPWF",wb)};window.__PVT="";if(k.a("1")&&k.a("1")){var xb=function(a){wb(function(){C("pw",a);H("pw")})};p("lPW",xb);A.push(["pw",{url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/abc/pwm_45f73e4df07a0e388b0fa1f3d30e7280.js"}]);var zb=[],Ab=function(a){zb[0]=a},Bb=function(a,b){var c=b||{};c._sn="pw";t(a,c)},Cb={signed:zb,elog:Bb,base:"https://plusone.google.com/u/0",loadTime:(new Date).getTime()};z.pw=Cb;var Db=function(a,b){for(var c=b.split("."),d=function(){var b=arguments;a(function(){for(var a=h,d=0,f=c.length-1;d<f;++d)a=a[c[d]];a[c[d]].apply(a,b)})},f=h,g=0,l=c.length-1;g< l;++g)f=f[c[g]]=f[c[g]]||{};return f[c[g]]=d};Db(xb,"pw.clk");Db(xb,"pw.hvr");p("su",Ab,h.pw)};var Eb=[1,2,3,4,5,6,9,10,11,13,14,28,29,30,34,35,37,38,39,40,41,42,43,48,49,500];var Fb=k.b("0.001",1E-4),Gb=k.b("1",1),Hb=!1,Ib=!1;if(k.a("1")){var Jb=Math.random();Jb<=Fb&&(Hb=!0);Jb<=Gb&&(Ib=!0)}var V=null; function Kb(a,b){var c=Fb,d=Hb,f;f=a;if(!V){V={};for(var g=0;gc?Math.max(0,a.length+c):c;c<a.length;c++)if(c in a&&a[c]===b)return c;return-1},Z=function(a,b){return-1==Yb(a,Y)?(q(Error(Y+"_"+b),"up","caa"),!1):!0},$b=function(a,b){Z([1,2],"r")&&(W[a]=W[a]||[],W[a].push(b),2==Y&&window.setTimeout(function(){b(Zb(a))},0))},ac=function(a,b,c){if(Z([1],"nap")&&c){for(var d=0;d<c.length;d++)Wb[c[d]]=!0;h.up.spl(a,b,"nap",c)}},bc= function(a,b,c){if(Z([1],"aop")&&c){if(X)for(var d in X)X[d]=X[d]&&-1!=Yb(c,d);else for(X={},d=0;d<c.length;d++)X[c[d]]=!0;h.up.spl(a,b,"aop",c)}},cc=function(){try{if(Y=2,!Xb){Xb=!0;for(var a in W)for(var b=W[a],c=0;c<b.length;c++)try{b[c](Zb(a))}catch(d){q(d,"up","tp")}}}catch(f){q(f,"up","mtp")}},Zb=function(a){if(Z([2],"ssp")){var b=!Wb[a];X&&(b=b&&!!X[a]);return b}};Xb=!1;W={};Wb={};X=null; var Y=1,dc=function(a){var b=!1;try{b=a.cookie&&a.cookie.match("PREF")}catch(c){}return!b},ec=function(){try{return!!e.localStorage&&"object"==typeof e.localStorage}catch(a){return!1}},fc=function(a){return a&&a.style&&a.style.behavior&&"undefined"!=typeof a.load},gc=function(a,b,c,d){try{dc(document)||(d||(b="og-up-"+b),ec()?e.localStorage.setItem(b,c):fc(a)&&(a.setAttribute(b,c),a.save(a.id)))}catch(f){f.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(f,"up","spd")}},hc=function(a,b,c){try{if(dc(document))return""; c||(b="og-up-"+b);if(ec())return e.localStorage.getItem(b);if(fc(a))return a.load(a.id),a.getAttribute(b)}catch(d){d.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(d,"up","gpd")}return""},ic=function(a,b,c){a.addEventListener?a.addEventListener(b,c,!1):a.attachEvent&&a.attachEvent("on"+b,c)},jc=function(a){for(var b=0,c;c=a[b];b++){var d=h.up;c=c in d&&d[c];if(!c)return!1}return!0},kc=function(a,b){try{if(dc(a))return-1;var c=a.cookie.match(/OGPC=([^;]*)/);if(c&&c[1]){var d=c[1].match(new RegExp("\\b"+ b+"-([0-9]+):"));if(d&&d[1])return parseInt(d[1],10)}}catch(f){f.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(f,"up","gcc")}return-1};p("up",{r:$b,nap:ac,aop:bc,tp:cc,ssp:Zb,spd:gc,gpd:hc,aeh:ic,aal:jc,gcc:kc});var $=function(a,b){a[b]=function(c){var d=arguments;h.qm(function(){a[b].apply(this,d)})}};$(h.up,"sl");$(h.up,"si");$(h.up,"spl");$(h.up,"dpc");$(h.up,"iic");h.mcf("up",{sp:k.b("0.01",1),tld:"co.th",prid:"2"});function lc(){function a(){for(var b;(b=g[l++])&&"m"!=b[0]&&!b[1].auto;);b&&(oa(2,b[0]),b[1].url&&E(b[1].url,b[0]),b[1].libs&&G&&G(b[1].libs));l<g.length&&setTimeout(a,0)}function b(){0// <![CDATA[
(function(){var a=function(f){for(var g=f.parentElement,d=null,e=0;e<g.childNodes.length;e++){var h=g.childNodes[e];-1

เกลือแร่ คือ อาหารหลักหมู่ที่ 3 ที่ประกอบไปด้วยพืช ผัก ชนิดต่างๆ ทั้งผักใบเขียวและผักใบสีต่างๆ เช่น สีเหลือง สีขาว สีม่วง สีแดง ฯลฯ ซึ่งจะให้คุณค่าทางอาหารที่แตกต่างกันออกไป โดยเกลือแร่เป็นกลุ่มของสารอนินทรีย์ที่ร่างกายขาดไม่ได้ และมีการแบ่งเกลือแร่ที่คนเราต้องการออกเป็น 2 ประเภท คือ เกลือแร่ที่คนต้องการในขนาดมากกว่าวันละ 100 มิลลิกรัม (แคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน คลอรีน) และเกลือแร่ที่คนเราต้องการในขนาดเพียงวันละ 2-3 มิลลิกรัม (ธาตุเหล็ก ทองแดง โคบอลต์ โครเมียม ซีลีเนียม ฟลูออรีน แมงกานีส สังกะสี ไอโอดีน โมลิบดีนัม) ประโยชน์ของเกลือแร่ มีดังนี้

  1. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานเชื้อโรคต่างๆ ทำให้ร่างกายมีความแข็งแรง
  2. ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฟัน และช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส
  3. ช่วยทำให้อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ
  4. เกลือแร่เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกระดูกและฟัน ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง
  5. เกลือแร่เป็นส่วนประกอบของโปรตีน ฮอร์โมน และเอนไซม์ต่างๆ เช่น ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบของโปรตีน Hemoglobin และทองแดงเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ซึ่งจำเป็นต่อการหายใจของเซลล์ ส่วนไอโอดีนเป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนไทรอกซีน เป็นต้น
  6. ปฏิกิริยาหลายชนิดในร่างกายจะดำเนินไปได้ต้องมีเกลือแร่เป็นตัวเร่ง เช่น แมกนีเซียม เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เกี่ยวกับการเผาผลาญกลูโคสให้เกิดกำลังงาน
  7. ช่วยควบคุมความเป็นกรดด่างในร่างกาย โดยมีโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และคลอรีน ทำหน้าที่สำคัญในการควบคุมความเป็นกรดด่างในร่างกาย เพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้
  8. ช่วยควบคุมน้ำ โซเดียม และโพแทสเซียม ช่วยในการควบคุมความสมดุลของน้ำภายในและภายนอกเซลล์
  9. อาหารในหมู่นี้จะมีเส้นใยอาหารมาก การรับประทานเป็นประจำ จะช่วยทำให้ลำไส้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ ทำให้ขับถ่ายได้ง่าย

// // <![CDATA[
(function(){try{var e=this;var aa=function(a,b,c,d){d=d||{};d._sn=["cfg",b,c].join(".");window.gbar.logger.ml(a,d)};var h=window.gbar=window.gbar||{},k=window.gbar.i=window.gbar.i||{},ba;function _tvn(a,b){var c=parseInt(a,10);return isNaN(c)?b:c}function _tvf(a,b){var c=parseFloat(a);return isNaN(c)?b:c}function _tvv(a){return!!a}function p(a,b,c){(c||h)[a]=b}h.bv={n:_tvn("2",0),r:"",f:".66.41.",e:"25657,3700311",m:_tvn("1",1)}; function ca(a,b,c){var d="on"+b;if(a.addEventListener)a.addEventListener(b,c,!1);else if(a.attachEvent)a.attachEvent(d,c);else{var f=a[d];a[d]=function(){var a=f.apply(this,arguments),b=c.apply(this,arguments);return void 0==a?b:void 0==b?a:b&&a}}}var da=function(a){return function(){return h.bv.m==a}},ea=da(1),fa=da(2);p("sb",ea);p("kn",fa);k.a=_tvv;k.b=_tvf;k.c=_tvn;k.i=aa;var q=window.gbar.i.i;var t=function(){},u=function(){},v=function(a){var b=new Image,c=ga;b.onerror=b.onload=b.onabort=function(){try{delete ha[c]}catch(a){}};ha[c]=b;b.src=a;ga=c+1},ha=[],ga=0;p("logger",{il:u,ml:t,log:v});var x=window.gbar.logger;var z={},ia={},A=[],ja=k.b("0.1",.1),ka=k.a("1",!0),la=function(a,b){A.push([a,b])},ma=function(a,b){z[a]=b},na=function(a){return a in z},B={},C=function(a,b){B[a]||(B[a]=[]);B[a].push(b)},D=function(a){C("m",a)},E=function(a,b){var c=document.createElement("script");c.src=a;c.async=ka;Math.random()Ba){Ba++;var c,d=a,f=b||{},g=encodeURIComponent,l=[“//www.google.com/gen_204?atyp=i&zx=”,(new Date).getTime(),”&jexpid=”,g(“28834″),”&srcpg=”,g(“prop=2″),”&jsr=”,Math.round(1/Aa),”&ogev=”,g(“PAJsVITaFobXmgXy54HoDA”),”&ogf=”,h.bv.f,”&ogrp=”,g(“1″),”&ogv=”,g(“1415935787.0”),”&oggv=”+g(“es_plusone_gc_20141106.0_p0″),”&ogd=”,g(“co.th”),”&ogc=”,g(“THA”),”&ogl=”,g(“th”)];f._sn&&(f._sn= “og.”+f._sn);for(var m in f)l.push(“&”),l.push(g(m)),l.push(“=”),l.push(g(f[m]));l.push(“&emsg=”);l.push(g(d.name+”:”+d.message));var n=l.join(“”);Ca(n)&&(n=n.substr(0,2E3));c=n;var r=window.gbar.logger._aem(a,c);v(r)}}catch(y){}}var Ca=function(a){return 2E3<=a.length},Da=function(a,b){return b};function Ea(a){t=a;p("_itl",Ca,x);p("_aem",Da,x);p("ml",t,x);a={};z.er=a}k.a("")?Ea(function(a){throw a;}):k.a("1")&&Math.random()<Aa&&Ea(_mlToken);var _E="left",Fa=k.a(""),K=function(a,b){var c=a.className;J(a,b)||(a.className+=(""!=c?" ":"")+b)},L=function(a,b){var c=a.className,d=new RegExp("\\s?\\b"+b+"\\b");c&&c.match(d)&&(a.className=c.replace(d,""))},J=function(a,b){var c=new RegExp("\\b"+b+"\\b"),d=a.className;return!(!d||!d.match(c))},Ga=function(a,b){J(a,b)?L(a,b):K(a,b)},Ha=function(a,b){a[b]=function(c){var d=arguments;h.qm(function(){a[b].apply(this,d)})}},Ia=function(a){a=["//www.gstatic.com", "/og/_/js/d=1/k=","og.og.en_US.FlOWB5zdiuo.O","/rt=j/m=",a,"/rs=","AItRSTOkx5ed9By6_kdutgqIPllb5ZnpCA"];Fa&&a.push("?host=www.gstatic.com&bust=og.og.en_US.PvjaFIgVPQw.DU");a=a.join("");E(a)};p("ca",K);p("cr",L);p("cc",J);k.k=K;k.l=L;k.m=J;k.n=Ga;k.p=Ia;k.q=Ha;var Ja=["gb_71","gb_155"],Ka;function La(a){Ka=a}function Ma(a){var b=Ka&&!a.href.match(/.*\/accounts\/ClearSID[?]/)&&encodeURIComponent(Ka());b&&(a.href=a.href.replace(/([?&]continue=)[^&]*/,"$1"+b))}function Na(a){window.gApplication&&(a.href=window.gApplication.getTabUrl(a.href))}function Oa(a){try{var b=(document.forms[0].q||"").value;b&&(a.href=a.href.replace(/([?&])q=[^&]*|$/,function(a,c){return(c||"&")+"q="+encodeURIComponent(b)}))}catch(c){q(c,"sb","pq")}} var Pa=function(){for(var a=[],b=0,c;c=Ja[b];++b)(c=document.getElementById(c))&&a.push(c);return a},Qa=function(){var a=Pa();return 0<a.length?a[0]:null},Ra=function(){return document.getElementById("gb_70")},M={},N={},Sa={},O={},P=void 0,Xa=function(a,b){try{var c=document.getElementById("gb");K(c,"gbpdjs");Q();Ta(document.getElementById("gb"))&&K(c,"gbrtl");if(b&&b.getAttribute){var d=b.getAttribute("aria-owns");if(d.length){var f=document.getElementById(d);if(f){var g=b.parentNode;if(P==d)P=void 0, L(g,"gbto");else{if(P){var l=document.getElementById(P);if(l&&l.getAttribute){var m=l.getAttribute("aria-owner");if(m.length){var n=document.getElementById(m);n&&n.parentNode&&L(n.parentNode,"gbto")}}}Ua(f)&&Va(f);P=d;K(g,"gbto")}}}}D(function(){h.tg(a,b,!0)});Wa(a)}catch(r){q(r,"sb","tg")}},Ya=function(a){D(function(){h.close(a)})},Za=function(a){D(function(){h.rdd(a)})},Ta=function(a){var b,c=document.defaultView;c&&c.getComputedStyle?(a=c.getComputedStyle(a,""))&&(b=a.direction):b=a.currentStyle? a.currentStyle.direction:a.style.direction;return"rtl"==b},ab=function(a,b,c){if(a)try{var d=document.getElementById("gbd5");if(d){var f=d.firstChild,g=f.firstChild,l=document.createElement("li");l.className=b+" gbmtc";l.id=c;a.className="gbmt";l.appendChild(a);if(g.hasChildNodes()){c=[["gbkc"],["gbf","gbe","gbn"],["gbkp"],["gbnd"]];for(var d=0,m=g.childNodes.length,f=!1,n=-1,r=0,y;y=c[r];r++){for(var S=0,F;F=y[S];S++){for(;d<m&&J(g.childNodes[d],F);)d++;if(F==b){g.insertBefore(l,g.childNodes[d]|| null);f=!0;break}}if(f){if(d+1<g.childNodes.length){var T=g.childNodes[d+1];J(T.firstChild,"gbmh")||$a(T,y)||(n=d+1)}else if(0<=d-1){var U=g.childNodes[d-1];J(U.firstChild,"gbmh")||$a(U,y)||(n=d)}break}0<d&&d+1<m&&d++}if(0<=n){var s=document.createElement("li"),w=document.createElement("div");s.className="gbmtc";w.className="gbmt gbmh";s.appendChild(w);g.insertBefore(s,g.childNodes[n])}h.addHover&&h.addHover(a)}else g.appendChild(l)}}catch(yb){q(yb,"sb","al")}},$a=function(a,b){for(var c=b.length, d=0;d<c;d++)if(J(a,b[d]))return!0;return!1},bb=function(a,b,c){ab(a,b,c)},cb=function(a,b){ab(a,"gbe",b)},db=function(){D(function(){h.pcm&&h.pcm()})},eb=function(){D(function(){h.pca&&h.pca()})},fb=function(a,b,c,d,f,g,l,m,n,r){D(function(){h.paa&&h.paa(a,b,c,d,f,g,l,m,n,r)})},gb=function(a,b){M[a]||(M[a]=[]);M[a].push(b)},hb=function(a,b){N[a]||(N[a]=[]);N[a].push(b)},ib=function(a,b){Sa[a]=b},jb=function(a,b){O[a]||(O[a]=[]);O[a].push(b)},Wa=function(a){a.preventDefault&&a.preventDefault();a.returnValue= !1;a.cancelBubble=!0},kb=null,Va=function(a,b){Q();if(a){lb(a,"การเปิด…");R(a,!0);var c="undefined"!=typeof b?b:1E4,d=function(){mb(a)};kb=window.setTimeout(d,c)}},nb=function(a){Q();a&&(R(a,!1),lb(a,""))},mb=function(a){try{Q();var b=a||document.getElementById(P);b&&(lb(b,"บริการนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้%1$sกรุณาลองอีกครั้งภายหลัง","%1$s"),R(b,!0))}catch(c){q(c,"sb","sdhe")}},lb=function(a,b,c){if(a&&b){var d=Ua(a);if(d){if(c){d.innerHTML="";b=b.split(c);c=0;for(var f;f=b[c];c++){var g=document.createElement("div"); g.innerHTML=f;d.appendChild(g)}}else d.innerHTML=b;R(a,!0)}}},R=function(a,b){var c=void 0!==b?b:!0;c?K(a,"gbmsgo"):L(a,"gbmsgo")},Ua=function(a){for(var b=0,c;c=a.childNodes[b];b++)if(J(c,"gbmsg"))return c},Q=function(){kb&&window.clearTimeout(kb)},ob=function(a){var b="inner"+a;a="offset"+a;return window[b]?window[b]:document.documentElement&&document.documentElement[a]?document.documentElement[a]:0},pb=function(){return!1},qb=function(){return!!P};p("so",Qa);p("sos",Pa);p("si",Ra);p("tg",Xa); p("close",Ya);p("rdd",Za);p("addLink",bb);p("addExtraLink",cb);p("pcm",db);p("pca",eb);p("paa",fb);p("ddld",Va);p("ddrd",nb);p("dderr",mb);p("rtl",Ta);p("op",qb);p("bh",M);p("abh",gb);p("dh",N);p("adh",hb);p("ch",O);p("ach",jb);p("eh",Sa);p("aeh",ib);ba=k.a("")?Na:Oa;p("qs",ba);p("setContinueCb",La);p("pc",Ma);p("bsy",pb);k.d=Wa;k.j=ob;var rb={};z.base=rb;A.push(["m",{url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/sem_01ef68e1b750d16f1e2e29f55496029d.js"}]);h.sg={c:"1"};p("wg",{rg:{}});var sb={tiw:k.c("15000",0),tie:k.c("30000",0)};z.wg=sb;var tb={thi:k.c("10000",0),thp:k.c("180000",0),tho:k.c("5000",0),tet:k.b("0.5",0)};z.wm=tb;if(k.a("1")){var ub=k.a("");A.push(["gc",{auto:ub,url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/abc/gci_91f30755d6a6b787dcc2a4062e6e9824.js",libs:"googleapis.client:plusone:gapi.iframes"}]);var vb={version:"gci_91f30755d6a6b787dcc2a4062e6e9824.js",index:"",lang:"th"};z.gc=vb;var wb=function(a){window.googleapis&&window.iframes?a&&a():(a&&pa(a),H("gc"))};p("lGC",wb);k.a("1")&&p("lPWF",wb)};window.__PVT="";if(k.a("1")&&k.a("1")){var xb=function(a){wb(function(){C("pw",a);H("pw")})};p("lPW",xb);A.push(["pw",{url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/abc/pwm_45f73e4df07a0e388b0fa1f3d30e7280.js"}]);var zb=[],Ab=function(a){zb[0]=a},Bb=function(a,b){var c=b||{};c._sn="pw";t(a,c)},Cb={signed:zb,elog:Bb,base:"https://plusone.google.com/u/0",loadTime:(new Date).getTime()};z.pw=Cb;var Db=function(a,b){for(var c=b.split("."),d=function(){var b=arguments;a(function(){for(var a=h,d=0,f=c.length-1;d<f;++d)a=a[c[d]];a[c[d]].apply(a,b)})},f=h,g=0,l=c.length-1;g< l;++g)f=f[c[g]]=f[c[g]]||{};return f[c[g]]=d};Db(xb,"pw.clk");Db(xb,"pw.hvr");p("su",Ab,h.pw)};var Eb=[1,2,3,4,5,6,9,10,11,13,14,28,29,30,34,35,37,38,39,40,41,42,43,48,49,500];var Fb=k.b("0.001",1E-4),Gb=k.b("1",1),Hb=!1,Ib=!1;if(k.a("1")){var Jb=Math.random();Jb<=Fb&&(Hb=!0);Jb<=Gb&&(Ib=!0)}var V=null; function Kb(a,b){var c=Fb,d=Hb,f;f=a;if(!V){V={};for(var g=0;gc?Math.max(0,a.length+c):c;c<a.length;c++)if(c in a&&a[c]===b)return c;return-1},Z=function(a,b){return-1==Yb(a,Y)?(q(Error(Y+"_"+b),"up","caa"),!1):!0},$b=function(a,b){Z([1,2],"r")&&(W[a]=W[a]||[],W[a].push(b),2==Y&&window.setTimeout(function(){b(Zb(a))},0))},ac=function(a,b,c){if(Z([1],"nap")&&c){for(var d=0;d<c.length;d++)Wb[c[d]]=!0;h.up.spl(a,b,"nap",c)}},bc= function(a,b,c){if(Z([1],"aop")&&c){if(X)for(var d in X)X[d]=X[d]&&-1!=Yb(c,d);else for(X={},d=0;d<c.length;d++)X[c[d]]=!0;h.up.spl(a,b,"aop",c)}},cc=function(){try{if(Y=2,!Xb){Xb=!0;for(var a in W)for(var b=W[a],c=0;c<b.length;c++)try{b[c](Zb(a))}catch(d){q(d,"up","tp")}}}catch(f){q(f,"up","mtp")}},Zb=function(a){if(Z([2],"ssp")){var b=!Wb[a];X&&(b=b&&!!X[a]);return b}};Xb=!1;W={};Wb={};X=null; var Y=1,dc=function(a){var b=!1;try{b=a.cookie&&a.cookie.match("PREF")}catch(c){}return!b},ec=function(){try{return!!e.localStorage&&"object"==typeof e.localStorage}catch(a){return!1}},fc=function(a){return a&&a.style&&a.style.behavior&&"undefined"!=typeof a.load},gc=function(a,b,c,d){try{dc(document)||(d||(b="og-up-"+b),ec()?e.localStorage.setItem(b,c):fc(a)&&(a.setAttribute(b,c),a.save(a.id)))}catch(f){f.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(f,"up","spd")}},hc=function(a,b,c){try{if(dc(document))return""; c||(b="og-up-"+b);if(ec())return e.localStorage.getItem(b);if(fc(a))return a.load(a.id),a.getAttribute(b)}catch(d){d.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(d,"up","gpd")}return""},ic=function(a,b,c){a.addEventListener?a.addEventListener(b,c,!1):a.attachEvent&&a.attachEvent("on"+b,c)},jc=function(a){for(var b=0,c;c=a[b];b++){var d=h.up;c=c in d&&d[c];if(!c)return!1}return!0},kc=function(a,b){try{if(dc(a))return-1;var c=a.cookie.match(/OGPC=([^;]*)/);if(c&&c[1]){var d=c[1].match(new RegExp("\\b"+ b+"-([0-9]+):"));if(d&&d[1])return parseInt(d[1],10)}}catch(f){f.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(f,"up","gcc")}return-1};p("up",{r:$b,nap:ac,aop:bc,tp:cc,ssp:Zb,spd:gc,gpd:hc,aeh:ic,aal:jc,gcc:kc});var $=function(a,b){a[b]=function(c){var d=arguments;h.qm(function(){a[b].apply(this,d)})}};$(h.up,"sl");$(h.up,"si");$(h.up,"spl");$(h.up,"dpc");$(h.up,"iic");h.mcf("up",{sp:k.b("0.01",1),tld:"co.th",prid:"2"});function lc(){function a(){for(var b;(b=g[l++])&&"m"!=b[0]&&!b[1].auto;);b&&(oa(2,b[0]),b[1].url&&E(b[1].url,b[0]),b[1].libs&&G&&G(b[1].libs));l<g.length&&setTimeout(a,0)}function b(){0// <![CDATA[
(function(){var a=function(f){for(var g=f.parentElement,d=null,e=0;e<g.childNodes.length;e++){var h=g.childNodes[e];-1

// // //

วิตามิน คือ อาหารหลักหมู่ที่ 4 ที่ประกอบไปด้วยผลไม้ชนิดต่างๆ อาหารในหมู่นี้เมื่อร่างกายย่อยแล้วก็จะให้สารอาหารประเภทวิตามินและเกลือแร่ คล้ายกับอาหารหลักหมู่ที่ 3 และอาหารหมู่นี้เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้ เพราะถ้าขาดวิตามินก็จะทำให้ร่างกายของเราผิดปกติ อีกทั้งร่างกายของคนเราก็ไม่สามารถสร้างวิตามินขึ้นมาเองได้ หรือสร้างได้ก็ไม่เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย โดยอาศัยคุณสมบัติการละลายตัวของวิตามิน ทำให้มีการแบ่งวิตามินเป็นออกเป็น 2 พวก คือ วิตามินที่ละลายในไขมัน (วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค) และวิตามินที่ละลายในน้ำ (วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินบี9 วิตามินบี12 วิตามินซี ไบโอติน) ประโยชน์ของวิตามิน มีดังนี้

  1. ช่วยบำรุงสุขภาพของผิวหนังให้สดชื่น
  2. ช่วยบำรุงสุขภาพปาก เหงือก และฟัน
  3. ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง มีความต้านทานต่อเชื้อโรคต่างๆ ได้ดี
  4. ช่วยทำให้อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ
  5. ช่วยทำให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ เพราะอาหารหมู่นี้จะมีเส้นใยอาหารมาก

// // //


// // <![CDATA[
(function(){try{var e=this;var aa=function(a,b,c,d){d=d||{};d._sn=["cfg",b,c].join(".");window.gbar.logger.ml(a,d)};var h=window.gbar=window.gbar||{},k=window.gbar.i=window.gbar.i||{},ba;function _tvn(a,b){var c=parseInt(a,10);return isNaN(c)?b:c}function _tvf(a,b){var c=parseFloat(a);return isNaN(c)?b:c}function _tvv(a){return!!a}function p(a,b,c){(c||h)[a]=b}h.bv={n:_tvn("2",0),r:"",f:".66.41.",e:"25657,3700311",m:_tvn("1",1)}; function ca(a,b,c){var d="on"+b;if(a.addEventListener)a.addEventListener(b,c,!1);else if(a.attachEvent)a.attachEvent(d,c);else{var f=a[d];a[d]=function(){var a=f.apply(this,arguments),b=c.apply(this,arguments);return void 0==a?b:void 0==b?a:b&&a}}}var da=function(a){return function(){return h.bv.m==a}},ea=da(1),fa=da(2);p("sb",ea);p("kn",fa);k.a=_tvv;k.b=_tvf;k.c=_tvn;k.i=aa;var q=window.gbar.i.i;var t=function(){},u=function(){},v=function(a){var b=new Image,c=ga;b.onerror=b.onload=b.onabort=function(){try{delete ha[c]}catch(a){}};ha[c]=b;b.src=a;ga=c+1},ha=[],ga=0;p("logger",{il:u,ml:t,log:v});var x=window.gbar.logger;var z={},ia={},A=[],ja=k.b("0.1",.1),ka=k.a("1",!0),la=function(a,b){A.push([a,b])},ma=function(a,b){z[a]=b},na=function(a){return a in z},B={},C=function(a,b){B[a]||(B[a]=[]);B[a].push(b)},D=function(a){C("m",a)},E=function(a,b){var c=document.createElement("script");c.src=a;c.async=ka;Math.random()Ba){Ba++;var c,d=a,f=b||{},g=encodeURIComponent,l=[“//www.google.com/gen_204?atyp=i&zx=”,(new Date).getTime(),”&jexpid=”,g(“28834″),”&srcpg=”,g(“prop=2″),”&jsr=”,Math.round(1/Aa),”&ogev=”,g(“aAJsVK6pMqO2mwX2sIKIBg”),”&ogf=”,h.bv.f,”&ogrp=”,g(“1″),”&ogv=”,g(“1415935787.0”),”&oggv=”+g(“es_plusone_gc_20141106.0_p0″),”&ogd=”,g(“co.th”),”&ogc=”,g(“THA”),”&ogl=”,g(“th”)];f._sn&&(f._sn= “og.”+f._sn);for(var m in f)l.push(“&”),l.push(g(m)),l.push(“=”),l.push(g(f[m]));l.push(“&emsg=”);l.push(g(d.name+”:”+d.message));var n=l.join(“”);Ca(n)&&(n=n.substr(0,2E3));c=n;var r=window.gbar.logger._aem(a,c);v(r)}}catch(y){}}var Ca=function(a){return 2E3<=a.length},Da=function(a,b){return b};function Ea(a){t=a;p("_itl",Ca,x);p("_aem",Da,x);p("ml",t,x);a={};z.er=a}k.a("")?Ea(function(a){throw a;}):k.a("1")&&Math.random()<Aa&&Ea(_mlToken);var _E="left",Fa=k.a(""),K=function(a,b){var c=a.className;J(a,b)||(a.className+=(""!=c?" ":"")+b)},L=function(a,b){var c=a.className,d=new RegExp("\\s?\\b"+b+"\\b");c&&c.match(d)&&(a.className=c.replace(d,""))},J=function(a,b){var c=new RegExp("\\b"+b+"\\b"),d=a.className;return!(!d||!d.match(c))},Ga=function(a,b){J(a,b)?L(a,b):K(a,b)},Ha=function(a,b){a[b]=function(c){var d=arguments;h.qm(function(){a[b].apply(this,d)})}},Ia=function(a){a=["//www.gstatic.com", "/og/_/js/d=1/k=","og.og.en_US.FlOWB5zdiuo.O","/rt=j/m=",a,"/rs=","AItRSTOkx5ed9By6_kdutgqIPllb5ZnpCA"];Fa&&a.push("?host=www.gstatic.com&bust=og.og.en_US.PvjaFIgVPQw.DU");a=a.join("");E(a)};p("ca",K);p("cr",L);p("cc",J);k.k=K;k.l=L;k.m=J;k.n=Ga;k.p=Ia;k.q=Ha;var Ja=["gb_71","gb_155"],Ka;function La(a){Ka=a}function Ma(a){var b=Ka&&!a.href.match(/.*\/accounts\/ClearSID[?]/)&&encodeURIComponent(Ka());b&&(a.href=a.href.replace(/([?&]continue=)[^&]*/,"$1"+b))}function Na(a){window.gApplication&&(a.href=window.gApplication.getTabUrl(a.href))}function Oa(a){try{var b=(document.forms[0].q||"").value;b&&(a.href=a.href.replace(/([?&])q=[^&]*|$/,function(a,c){return(c||"&")+"q="+encodeURIComponent(b)}))}catch(c){q(c,"sb","pq")}} var Pa=function(){for(var a=[],b=0,c;c=Ja[b];++b)(c=document.getElementById(c))&&a.push(c);return a},Qa=function(){var a=Pa();return 0<a.length?a[0]:null},Ra=function(){return document.getElementById("gb_70")},M={},N={},Sa={},O={},P=void 0,Xa=function(a,b){try{var c=document.getElementById("gb");K(c,"gbpdjs");Q();Ta(document.getElementById("gb"))&&K(c,"gbrtl");if(b&&b.getAttribute){var d=b.getAttribute("aria-owns");if(d.length){var f=document.getElementById(d);if(f){var g=b.parentNode;if(P==d)P=void 0, L(g,"gbto");else{if(P){var l=document.getElementById(P);if(l&&l.getAttribute){var m=l.getAttribute("aria-owner");if(m.length){var n=document.getElementById(m);n&&n.parentNode&&L(n.parentNode,"gbto")}}}Ua(f)&&Va(f);P=d;K(g,"gbto")}}}}D(function(){h.tg(a,b,!0)});Wa(a)}catch(r){q(r,"sb","tg")}},Ya=function(a){D(function(){h.close(a)})},Za=function(a){D(function(){h.rdd(a)})},Ta=function(a){var b,c=document.defaultView;c&&c.getComputedStyle?(a=c.getComputedStyle(a,""))&&(b=a.direction):b=a.currentStyle? a.currentStyle.direction:a.style.direction;return"rtl"==b},ab=function(a,b,c){if(a)try{var d=document.getElementById("gbd5");if(d){var f=d.firstChild,g=f.firstChild,l=document.createElement("li");l.className=b+" gbmtc";l.id=c;a.className="gbmt";l.appendChild(a);if(g.hasChildNodes()){c=[["gbkc"],["gbf","gbe","gbn"],["gbkp"],["gbnd"]];for(var d=0,m=g.childNodes.length,f=!1,n=-1,r=0,y;y=c[r];r++){for(var S=0,F;F=y[S];S++){for(;d<m&&J(g.childNodes[d],F);)d++;if(F==b){g.insertBefore(l,g.childNodes[d]|| null);f=!0;break}}if(f){if(d+1<g.childNodes.length){var T=g.childNodes[d+1];J(T.firstChild,"gbmh")||$a(T,y)||(n=d+1)}else if(0<=d-1){var U=g.childNodes[d-1];J(U.firstChild,"gbmh")||$a(U,y)||(n=d)}break}0<d&&d+1<m&&d++}if(0<=n){var s=document.createElement("li"),w=document.createElement("div");s.className="gbmtc";w.className="gbmt gbmh";s.appendChild(w);g.insertBefore(s,g.childNodes[n])}h.addHover&&h.addHover(a)}else g.appendChild(l)}}catch(yb){q(yb,"sb","al")}},$a=function(a,b){for(var c=b.length, d=0;d<c;d++)if(J(a,b[d]))return!0;return!1},bb=function(a,b,c){ab(a,b,c)},cb=function(a,b){ab(a,"gbe",b)},db=function(){D(function(){h.pcm&&h.pcm()})},eb=function(){D(function(){h.pca&&h.pca()})},fb=function(a,b,c,d,f,g,l,m,n,r){D(function(){h.paa&&h.paa(a,b,c,d,f,g,l,m,n,r)})},gb=function(a,b){M[a]||(M[a]=[]);M[a].push(b)},hb=function(a,b){N[a]||(N[a]=[]);N[a].push(b)},ib=function(a,b){Sa[a]=b},jb=function(a,b){O[a]||(O[a]=[]);O[a].push(b)},Wa=function(a){a.preventDefault&&a.preventDefault();a.returnValue= !1;a.cancelBubble=!0},kb=null,Va=function(a,b){Q();if(a){lb(a,"การเปิด…");R(a,!0);var c="undefined"!=typeof b?b:1E4,d=function(){mb(a)};kb=window.setTimeout(d,c)}},nb=function(a){Q();a&&(R(a,!1),lb(a,""))},mb=function(a){try{Q();var b=a||document.getElementById(P);b&&(lb(b,"บริการนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้%1$sกรุณาลองอีกครั้งภายหลัง","%1$s"),R(b,!0))}catch(c){q(c,"sb","sdhe")}},lb=function(a,b,c){if(a&&b){var d=Ua(a);if(d){if(c){d.innerHTML="";b=b.split(c);c=0;for(var f;f=b[c];c++){var g=document.createElement("div"); g.innerHTML=f;d.appendChild(g)}}else d.innerHTML=b;R(a,!0)}}},R=function(a,b){var c=void 0!==b?b:!0;c?K(a,"gbmsgo"):L(a,"gbmsgo")},Ua=function(a){for(var b=0,c;c=a.childNodes[b];b++)if(J(c,"gbmsg"))return c},Q=function(){kb&&window.clearTimeout(kb)},ob=function(a){var b="inner"+a;a="offset"+a;return window[b]?window[b]:document.documentElement&&document.documentElement[a]?document.documentElement[a]:0},pb=function(){return!1},qb=function(){return!!P};p("so",Qa);p("sos",Pa);p("si",Ra);p("tg",Xa); p("close",Ya);p("rdd",Za);p("addLink",bb);p("addExtraLink",cb);p("pcm",db);p("pca",eb);p("paa",fb);p("ddld",Va);p("ddrd",nb);p("dderr",mb);p("rtl",Ta);p("op",qb);p("bh",M);p("abh",gb);p("dh",N);p("adh",hb);p("ch",O);p("ach",jb);p("eh",Sa);p("aeh",ib);ba=k.a("")?Na:Oa;p("qs",ba);p("setContinueCb",La);p("pc",Ma);p("bsy",pb);k.d=Wa;k.j=ob;var rb={};z.base=rb;A.push(["m",{url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/sem_01ef68e1b750d16f1e2e29f55496029d.js"}]);h.sg={c:"1"};p("wg",{rg:{}});var sb={tiw:k.c("15000",0),tie:k.c("30000",0)};z.wg=sb;var tb={thi:k.c("10000",0),thp:k.c("180000",0),tho:k.c("5000",0),tet:k.b("0.5",0)};z.wm=tb;if(k.a("1")){var ub=k.a("");A.push(["gc",{auto:ub,url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/abc/gci_91f30755d6a6b787dcc2a4062e6e9824.js",libs:"googleapis.client:plusone:gapi.iframes"}]);var vb={version:"gci_91f30755d6a6b787dcc2a4062e6e9824.js",index:"",lang:"th"};z.gc=vb;var wb=function(a){window.googleapis&&window.iframes?a&&a():(a&&pa(a),H("gc"))};p("lGC",wb);k.a("1")&&p("lPWF",wb)};window.__PVT="";if(k.a("1")&&k.a("1")){var xb=function(a){wb(function(){C("pw",a);H("pw")})};p("lPW",xb);A.push(["pw",{url:"//ssl.gstatic.com/gb/js/abc/pwm_45f73e4df07a0e388b0fa1f3d30e7280.js"}]);var zb=[],Ab=function(a){zb[0]=a},Bb=function(a,b){var c=b||{};c._sn="pw";t(a,c)},Cb={signed:zb,elog:Bb,base:"https://plusone.google.com/u/0",loadTime:(new Date).getTime()};z.pw=Cb;var Db=function(a,b){for(var c=b.split("."),d=function(){var b=arguments;a(function(){for(var a=h,d=0,f=c.length-1;d<f;++d)a=a[c[d]];a[c[d]].apply(a,b)})},f=h,g=0,l=c.length-1;g< l;++g)f=f[c[g]]=f[c[g]]||{};return f[c[g]]=d};Db(xb,"pw.clk");Db(xb,"pw.hvr");p("su",Ab,h.pw)};var Eb=[1,2,3,4,5,6,9,10,11,13,14,28,29,30,34,35,37,38,39,40,41,42,43,48,49,500];var Fb=k.b("0.001",1E-4),Gb=k.b("1",1),Hb=!1,Ib=!1;if(k.a("1")){var Jb=Math.random();Jb<=Fb&&(Hb=!0);Jb<=Gb&&(Ib=!0)}var V=null; function Kb(a,b){var c=Fb,d=Hb,f;f=a;if(!V){V={};for(var g=0;gc?Math.max(0,a.length+c):c;c<a.length;c++)if(c in a&&a[c]===b)return c;return-1},Z=function(a,b){return-1==Yb(a,Y)?(q(Error(Y+"_"+b),"up","caa"),!1):!0},$b=function(a,b){Z([1,2],"r")&&(W[a]=W[a]||[],W[a].push(b),2==Y&&window.setTimeout(function(){b(Zb(a))},0))},ac=function(a,b,c){if(Z([1],"nap")&&c){for(var d=0;d<c.length;d++)Wb[c[d]]=!0;h.up.spl(a,b,"nap",c)}},bc= function(a,b,c){if(Z([1],"aop")&&c){if(X)for(var d in X)X[d]=X[d]&&-1!=Yb(c,d);else for(X={},d=0;d<c.length;d++)X[c[d]]=!0;h.up.spl(a,b,"aop",c)}},cc=function(){try{if(Y=2,!Xb){Xb=!0;for(var a in W)for(var b=W[a],c=0;c<b.length;c++)try{b[c](Zb(a))}catch(d){q(d,"up","tp")}}}catch(f){q(f,"up","mtp")}},Zb=function(a){if(Z([2],"ssp")){var b=!Wb[a];X&&(b=b&&!!X[a]);return b}};Xb=!1;W={};Wb={};X=null; var Y=1,dc=function(a){var b=!1;try{b=a.cookie&&a.cookie.match("PREF")}catch(c){}return!b},ec=function(){try{return!!e.localStorage&&"object"==typeof e.localStorage}catch(a){return!1}},fc=function(a){return a&&a.style&&a.style.behavior&&"undefined"!=typeof a.load},gc=function(a,b,c,d){try{dc(document)||(d||(b="og-up-"+b),ec()?e.localStorage.setItem(b,c):fc(a)&&(a.setAttribute(b,c),a.save(a.id)))}catch(f){f.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(f,"up","spd")}},hc=function(a,b,c){try{if(dc(document))return""; c||(b="og-up-"+b);if(ec())return e.localStorage.getItem(b);if(fc(a))return a.load(a.id),a.getAttribute(b)}catch(d){d.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(d,"up","gpd")}return""},ic=function(a,b,c){a.addEventListener?a.addEventListener(b,c,!1):a.attachEvent&&a.attachEvent("on"+b,c)},jc=function(a){for(var b=0,c;c=a[b];b++){var d=h.up;c=c in d&&d[c];if(!c)return!1}return!0},kc=function(a,b){try{if(dc(a))return-1;var c=a.cookie.match(/OGPC=([^;]*)/);if(c&&c[1]){var d=c[1].match(new RegExp("\\b"+ b+"-([0-9]+):"));if(d&&d[1])return parseInt(d[1],10)}}catch(f){f.code!=DOMException.QUOTA_EXCEEDED_ERR&&q(f,"up","gcc")}return-1};p("up",{r:$b,nap:ac,aop:bc,tp:cc,ssp:Zb,spd:gc,gpd:hc,aeh:ic,aal:jc,gcc:kc});var $=function(a,b){a[b]=function(c){var d=arguments;h.qm(function(){a[b].apply(this,d)})}};$(h.up,"sl");$(h.up,"si");$(h.up,"spl");$(h.up,"dpc");$(h.up,"iic");h.mcf("up",{sp:k.b("0.01",1),tld:"co.th",prid:"2"});function lc(){function a(){for(var b;(b=g[l++])&&"m"!=b[0]&&!b[1].auto;);b&&(oa(2,b[0]),b[1].url&&E(b[1].url,b[0]),b[1].libs&&G&&G(b[1].libs));l<g.length&&setTimeout(a,0)}function b(){0// <![CDATA[
(function(){var a=function(f){for(var g=f.parentElement,d=null,e=0;e<g.childNodes.length;e++){var h=g.childNodes[e];-1

มัน คือ อาหารหลักหมู่ที่ 5 จะประกอบไปด้วยไขมันจากพืชและสัตว์ ซึ่งเรามักจะนิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหารเพื่อทำให้อาหารมีรสชาติและมีสีสัน และยังรวมไปถึงไขมันที่แทรกอยู่ตามเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว จะมีไขมันอยู่ร้อยละ 15-30 เนื้อไก่จะมีไขมันอยู่ร้อยละ 6-15 ส่วนเนื้อปลาบางชนิดจะมีไขมันน้อยกว่าร้อยละ 1 และบางชนิดจะมีมากกว่าร้อยละ 12 โดยไขมันจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ไขมันดี และไขมันร้าย อาหารไขมันดี คือ ไขมันที่อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นที่เป็นไขมันอิ่มตัวที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้เอง จัดเป็นไขมันที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการต่างๆ ของร่างกาย รวมไปถึงใช้ในการผลิตฮอร์โมนบางชนิดๆ ส่วนไขมันร้าย คือ ไขมันอิ่มตัว (พบมากในเนย เนื้อ นมสด) และไขมันทรานส์ (พบมากในมาการีน ขนมบรรจุและขนมอบ) ไขมันนี้จะเพิ่มคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ทำให้เกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยอาหารหลักหมู่ที่ 5 นี้เมื่อร่างกายย่อยแล้วก็จะได้สารอาหารประเภทไขมัน ประโยชน์ของไขมัน มีดังนี้// // //

  1. ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย (ไขมัน 1 กรัม จะให้พลังงาน 9 แคลอรี่) โดยไขมันจะถูกเก็บไว้ตามใต้ผิวหนังตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น สะโพก ต้นขา เป็นต้น และไขมันที่สะสมไว้เหล้านั้นจะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายและให้พลังงานที่สะสมไว้ใช้ในยามที่จำเป็นระยะยาว
  2. ช่วยป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายในร่างกาย ที่เกิดจากแรงกระแทกหรือเกิดจากการเคลื่อนไหวอย่างแรงของร่างกาย ไขมันจึงเป็นตัวช่วยป้องกันการบาดเจ็บของอวัยวะภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี
  3. ช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินดี และวิตามินเค
  4. ช่วยปกป้องและป้องกันความร้อน รวมไปถึงช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย
  5. เส้นประสาทของคนเราจะมีไขมันเป็นส่วนประกอบสูง โดยเฉพาะการทำหน้าที่หุ้มเส้นประสาท จึงช่วยป้องกันเส้นประสาทและทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อถูกสั่งจากสมองไปยังกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย
  6. ไขมันเมื่อรวมกับโปรตีนจะเป็น ไลโปโปรตีน (Lipoproteins) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะผนังเซลล์และไมโตคอนเดรีย ส่วนนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาก เพราะในร่างกายประกอบไปด้วยเซลล์หลายล้านเซลล์ และเซลล์ในร่างกายจะผลิตออกมาทุกวันเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ถ้าขาดไขมัน จะทำให้ผนังเซลล์ของร่างกายอ่อนแอ ส่งผลให้เซลล์ที่ตายไปแล้วไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้
  7. รสชาติของอาหารจะถูกปากจะต้องมีไขมันในขนาดที่พอเหมาะและยังช่วยทำให้อิ่มท้องได้นาน

หมายเหตุ : ปริมาณไขมันที่รับควรได้รับในแต่ละวันควรอยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 25-35 ของแคลอรี่ทั้งหมดที่ได้รับ และร้อยละ 12 ของแคลอรี่ทั้งหมดควรมาจากกรดไลโนเลอิก

 

อาหารและสารอาหาร

                          อาหารและสารอาหาร (Food and nutrition)

  • คามหมายของอาหารและสารอาหาร

      อาหาร(Food) คือ สิ่งที่เรารับประทานได้โดยปลอดภัยและให้สารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ในประเทศไทยมักจำแนกเป็น 5 หมู่ หรือ 5 กลุ่ม เพื่อเป็นแนวทางให้คนไทยบริโภคอาหารที่หลากหลายแลครบส่วน อาหาร 5 หมู่ ได้แก่

 

หมู่ที่ 1 ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน

หมู่ที่ 2 ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ถั่ว ไข่

หมู่ที่ 3 ได้แก่ ไขมันและน้ำมัน

หมู่ที่ 4 ได้แก่ ผัก

หมู่ที่ 5 ได้แก่ ผลไม้

 

  • หมู่ที่ 1 คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) เป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ส่วนใหญ่ของคาร์โบไฮเดรตที่มนุษย์ได้รับมาจากอาจำพวกน้ำตาลและแป้ง ซึ่งมีมากในธัญพืช ถั่ว และผักผลไม้ คาร์โบไฮเดรตประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจนและออกซิเจน  จับตัวกันเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว  น้ำตาลโมเลกุลคู่ และคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ การตรวจสอบน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวใช้สารละลายเบเนดิกต์ส่วนการตรวจสอบคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่พวกแป้งใช้สารละลายไอโอดีน
    •      หมู่ที่ 2 โปรตีน (protein) เป็นส่วนประกอบสำคัญของอวัยวะและเซลล์ทุกเซลล์ ช่วยสร้างเสริมการเจริญเติบโตและซ่อมแซมเซลล์ และเป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน โปรตีนมีบทบาทสำคัญโดยเป็นเอนไซม์  ฮอร์โมน แอนติบอดี  อาหารที่พบโปรตีนมากได้แก่ เนื้อสัตว์  ไข่ นมและถั่ว โปรตีนประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน  ออกซิเจน และไนโตรเจน เป็นธาตุหลักจับกันเป็นกรดอะมิโน ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของโปรตีน กรดอะมิโนหลายโมเลกุล จับกันเป็นโปรตีนที่มีโมเลกุลใหญ่ขึ้น

 

  • หมู่ที่  3   ไขมัน  ประกอบด้วยไขมันจากพืชและสัตว์  ซึ่งเรามักจะนำมาใช้ในการประกอบอาหารเพื่อทำให้อาหารมีรสชาติ และมีสีสรร หรือเป็นไขมันที่แทรกอยู่ตามเนื้อสัตว์ต่าง ๆ    อาหารหมู่นี้เมื่อร่างกายย่อยแล้วจะให้สารอาหารประเภทไขมัน  ซึ่งให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ในด้านพลังงานและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย
    ช่วยในเรื่องการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน  ได้แก่  วิตามินเอ  วิตามินอี  วิตามินดี  และวิตามินเค  นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการป้องกันการกระทบ กระเทือนของอวัยวะภายในอีกด้วย

 

 

  • วิตามิน (vitamin) เป็นสารอินทรีย์ที่มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบต่างๆ ร่ายกายต้องการปริมาณไม่มาก แต่เมื่อขาดวิตามิน จะส่งผลให้เกิดภาวะผิดปกติเนื่องจากความบกพร่องของกระบวนการเคมีในร่างกาย แหล่งที่พบ ความสำคัญ ตลอดจนผลจากการขาดวิตามินชนิดต่างๆ

 

  • แร่ธาตุ (mineral) เป็นสารอนินทรีย์ที่ร่างกายจำเป็นต้องมีอยู่ในระดับที่เหมาะสมจึงจะสามารถทำงานได้ แร่ธาตุยังเป็นส่วนประกอบของสารหลายชนิดที่มีความสำคัญต่อการทำหน้าที่ของเซลล์และอวัยวะ  แร่ธาตุแต่ละชนิดมีความจำเป็นต่อการทำงานของร่างกายแตกต่างกันและมีอยู่ในแหล่งอาหารต่างชนิดกัน

 

  •  สารที่เป็นองค์ประกอบในอาหาร เรียกว่า” สารอาหาร (nutrient) “ เป็นสารที่ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต จำแนกตามองค์ประกอบทางเคมีเป็น 6 ประเภท คือ คาร์โบไฮเดรต  โปรตีน ลิพิด วิตามิน  แร่ธาตุ และน้ำ

ในอาหารแต่ละชนิดอาจมีสารอาหารองค์ประกอบหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ข้าว มีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบหลัก แต่ก็มีทั้งโปรตีน ลิพิด วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำอยู่ด้วยในปริมาณเล็กน้อย ทั้งนี้อาหารต่างชนิดกันจะมีส่วนประกอบของสารอาหารต่างกัน ทั้งชนิดและปริมาณ

1 377 378 379 380 381 387