การเลือกบริโภค ปริมาณ เครื่องหมาย ฉลาก

หลักการและวิธีการเลือกบริโภค

ก่อนซื้อสินค้าหรือบริการ  ♥

ผู้บริโภคต้องใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้า  ควรให้ความสำคัญในเรื่องของฉลากสินค้า  และการโฆษณาสินค้าหรือบริการ  ก่อนซื้อสินค้าควรอ่านฉลากทุกครั้ง

1.  ผู้บริโภคต้องตรวจฉลากสินค้า  ฉลากสินค้าอย่างน้อยต้องระบุข้อความดังนี้

-ชื่อประเภท  หรือชนิดของสินค้า

-ชื่อเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน

-สถานที่ตั้งของผู้ผลิต

-แสดงปริมาณ  หรือน้ำหนักของสินค้า

-แสดงวิธีใช้

-คำเตือน / ข้อแนะนำในการใช้สินค้า

-วัน เดือน ปีที่ผลิตหรือวันหมดอายุ

-ราคา  โดยระบุหน่วยเป็นบาท

2.  สอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณภาพสินค้า

3 .  ศึกษาเงื่อนไขหรือข้อจำกัดของสินค้า

4.  ผู้บริโภคอาจร้องขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพของสินค้าและปริมาณของสินค้าว่าตรงตามที่ระบุหรือไม่

5.  ผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อคำโฆษณา  อย่าตัดสินใจซื้อเพราะคำโฆษณาต้องตรวจสอบเงื่อนไขรายละเอียดอื่น ๆ

ก่อนซื้อสินค้าแต่ละอย่างผู้บริโภคต้องตรวจสอบให้ดีก่อนนะคะ            เพื่อสุขภาพของตัวผู้็้้บริโภคเอง” 

ที่มา :   https://www.gotoknow.org/posts/166193

วันที่ 18/11/57

สรุปเรื่องอาหารและสารอาหาร

   อาหารและสารอาหาร

อาหาร (food) คือ สิ่งที่เรารับประทานได้โดยปลอดภัยและให้สารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ในประเทศไทยมักจำแนกเป็น 5 หมู่ หรือ 5 กลุ่ม เพื่อเป็นแนวทางให้คนไทยบริโภคอาหารที่หลากหลายและครบส่วน อาหาร 5 หมู่ ได้แก่

หมู่ที่ 1 ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน

หมู่ที่ 2 ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ถั่ว ไข่

หมู่ที่ 3 ได้แก่ ไขมันและน้ำมัน

หมู่ที่ 4 ได้แก่ ผัก

หมู่ที่ 5 ได้แก่ ผลไม้

สารที่เป็นองค์ประกอบในอาหาร เรียกว่า สารอาหาร (nutrient) เป็นสารที่ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต จำแนกตามองค์ประกอบทางเคมีเป็น 6 ประเภท คือ คาร์โบไฮเดรต  โปรตีน ลิพิด วิตามิน  แร่ธาตุ และน้ำสารอาหาร
อาหาร หมายถึง สิ่งที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่เป็นโทษต่อร่างกายและมีประโยชน์โดยทำให้ร่างกายดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข และให้พลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งพลังงานเหล่านี้นำมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ประกอบด้วยสารอาหารหลายประเภท คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่
สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบในอาหารนั้นมีมากมายหลายชนิด จะรวมเรียกว่า “สารอาหาร” การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการจะพิจารณาจากปริมาณของสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารนั้นๆ มากที่สุดเป็นหลัก ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ ดังนี้ คือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เหล่านี้เมื่อรับประทานเข้าไปจะถูกเผาผลาญให้เกิดเป็นพลังงานและความร้อนเพื่อนำไปใช้ควบคุมการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น การเดิน การวิ่ง การยืน การนอน การหายใจ เป็นต้น ซึ่งหากแบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
– กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน
– กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน
กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน
สารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน อาหารทั้งหมดในกลุ่มนี้จัดเป็นสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อร่างกาย และจะขาดไม่ได้

 

https://www.google.co.th/search?q=สรุปเรื่องสารอาหาร+ม.2

สรุปอารหารและสารอาหาร

อาหาร หมายถึง สิ่งที่รับเข้าสู่ร่างกายโดยให้สารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อการเจริญและเพื่อเป็นแห่งพลังงานที่สามารถควบคุมปฏิกิริยาเคมีต่างๆ ในร่างกายได้
โภชนาการในพืช ธาตุที่พืชต้องการในปริมาณมาก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน
ธาตุอาหารเสริม หรือธาตุที่พืชต้องการในปริมาณน้อย ได้แก่ เหล็ก คลอรีน แมงกานีส โบรอน ทองแดง โมลิบดีนัม โภชนาการในสัตว์
สารจำเป็นทั้ง 6 หมู่ ได้แก่
คาร์โบไฮเดรต แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ น้ำตาลชั้นเดียว น้ำตาลสองชั้น น้ำตาลหลายชั้น คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารราคาถูกที่ให้พลังงาน และมีอยู่ทั่วไปใน ธรรมชาติ มีมากในอาหารพวกพืช
โปรตีน แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ โปรตีนธรรมดา โปรตีนเชิงประกอบ โปรตีนอื่นๆ
กรดอะมิโน คือหน่วยที่เล็กที่สุด ที่ประกอบขึ้นในโมเลกุลของโปรตีน โปรตีนเป็น สารอาหารที่จำเป็นที่สุดอย่างหนึ่งในการสร้างความเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย โปรตีนเป็นสารอาหารที่ช่วยสร้างเซลล์ทุกส่วนของร่างกาย
ลิพิด แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ ลิพิดธรรมดา ลิพิดเชิงประกอบ ลิพิดอื่นๆ ลิพิดเป็น สารอินทรีย์พวกไขมัน ทำหน้าที่หลายอย่างในร่างกาย เช่น เป็นแหล่งเกิดของพลังงาน กรดไขมันที่จำเป็นแก่ร่างกาย วิตามินที่ละลายในไขมัน และสารอื่นๆ ที่สำคัญของร่างกาย
เกลือแร่ เกลือแร่มีมากที่สุดในร่างกาย คือแคลเซียมและฟอสฟอรัส เกลือแร่เป็น สารอาหารจำเป็น และเป็นส่วนประกอบของร่างกายมนุษย์ขาดไม่ได้
วิตามิน เป็นสารอินทรีย์ที่จำเป็นสำหรับปฏิกิริยาเคมีต่างๆ ในร่างกาย โดยเหตุนี้จึงช่วยในการเจริญเติบโต ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคและช่วยบำรุงผิวพรรณ นัยน์ตา ผม กระดูก และฟัน วิตามินแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ เอ ดี อี เค และวิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ บี ซี
น้ำ เป็นสารอาหารที่มีมากที่สุดในร่างกาย และมีความสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต เพราะช่วยหล่อเลี้ยงร่างกาย และช่วยควบคุมการทำงานของร่างกาย การบริโภคน้ำก็ใช้ หลักเดียวกับการบริโภคสารอาหารอย่างอื่นไม่กินมากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพราะอาจให้โทษแก่ร่างกายได้ทั้งสองอย่าง

 

สรุปเรื่องอาหารและสารอาหาร

 

 

อาหาร หมายถึง สิ่งที่รับเข้าสู่ร่างกายโดยให้สารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อการเจริญและเพื่อเป็นแห่งพลังงานที่สามารถควบคุมปฏิกิริยาเคมีต่างๆ ในร่างกายได้
โภชนาการในพืช ธาตุที่พืชต้องการในปริมาณมาก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน
ธาตุอาหารเสริม หรือธาตุที่พืชต้องการในปริมาณน้อย ได้แก่ เหล็ก คลอรีน แมงกานีส โบรอน ทองแดง โมลิบดีนัม โภชนาการในสัตว์
สารจำเป็นทั้ง 6 หมู่ ได้แก่
คาร์โบไฮเดรต แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ น้ำตาลชั้นเดียว น้ำตาลสองชั้น น้ำตาลหลายชั้น คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารราคาถูกที่ให้พลังงาน และมีอยู่ทั่วไปใน ธรรมชาติ มีมากในอาหารพวกพืช
โปรตีน แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ โปรตีนธรรมดา โปรตีนเชิงประกอบ โปรตีนอื่นๆ
กรดอะมิโน คือหน่วยที่เล็กที่สุด ที่ประกอบขึ้นในโมเลกุลของโปรตีน โปรตีนเป็น สารอาหารที่จำเป็นที่สุดอย่างหนึ่งในการสร้างความเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย โปรตีนเป็นสารอาหารที่ช่วยสร้างเซลล์ทุกส่วนของร่างกาย
ลิพิด แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ ลิพิดธรรมดา ลิพิดเชิงประกอบ ลิพิดอื่นๆ ลิพิดเป็น สารอินทรีย์พวกไขมัน ทำหน้าที่หลายอย่างในร่างกาย เช่น เป็นแหล่งเกิดของพลังงาน กรดไขมันที่จำเป็นแก่ร่างกาย วิตามินที่ละลายในไขมัน และสารอื่นๆ ที่สำคัญของร่างกาย
เกลือแร่ เกลือแร่มีมากที่สุดในร่างกาย คือแคลเซียมและฟอสฟอรัส เกลือแร่เป็น สารอาหารจำเป็น และเป็นส่วนประกอบของร่างกายมนุษย์ขาดไม่ได้
วิตามิน เป็นสารอินทรีย์ที่จำเป็นสำหรับปฏิกิริยาเคมีต่างๆ ในร่างกาย โดยเหตุนี้จึงช่วยในการเจริญเติบโต ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคและช่วยบำรุงผิวพรรณ นัยน์ตา ผม กระดูก และฟัน วิตามินแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ เอ ดี อี เค และวิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ บี ซี
น้ำ เป็นสารอาหารที่มีมากที่สุดในร่างกาย และมีความสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต เพราะช่วยหล่อเลี้ยงร่างกาย และช่วยควบคุมการทำงานของร่างกาย การบริโภคน้ำก็ใช้ หลักเดียวกับการบริโภคสารอาหารอย่างอื่นไม่กินมากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพราะอาจให้โทษแก่ร่างกายได้ทั้งสองอย่าง

แหล่งอ้างอิง

http://slurin.blogspot.com/2010/01/blog-post_10.html

สรุปอาหารและสารอาหาร

อาหาร   คือ  สิ่งที่เรารับประทานแล้วให้ประโยชน์ต่อร่างกาย  ทำให้ร่างกายแข็งแรง  สมบูรณ์    เจริญเติบโต ช่วยให้อวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานเป็นปกติ  และช่วยต้านทานโรคได้  อาหารหลักแบ่งเป็น  5  หมู่  ได้แก่

อาหารหลักหมู่ที่  1  ได้แก่  เนื้อสัตว์  ไข่  นม  ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ อาหารหลักหมู่นี้เมื่อร่างกายย่อยจะให้สารอาหารประเภทโปรตีน  ทำให้ร่างกายแข็งแรง  เจริญเติบโต  ช่วยต้านทานโรค

อาหารหลักหมู่ที่  2 ได้แก่  ข้าว  แป้ง  น้ำตาล  เผือก  มัน  อาหารหลักหมู่นี้เมื่อร่างกายย่อยจะให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต  ให้ประโยชน์ด้านพลังงาน

อาหารหลักหมู่ที่  3 ได้แก่  ผักสดต่าง ๆ  อาหารหลักหมู่นี้เมื่อร่างกายย่อยจะให้สารอาหารประเภทเกลือแร่และวิตามิน  ทำให้ร่างกายแข็งแรAAง  ต้านทานโรคได้

อาหารหลักหมู่ที่  4 ได้แก่  ผลไม้สดต่าง ๆ  อาหารหลักหมู่นี้เมื่อร่างกายย่อยจะให้สารอาหารประเภทเกลือแร่และวิตามิน  ทำให้ร่างกายแข็งแรง  ต้านทานโรคได้

อาหารหลักหมู่ที่  5 ได้แก่  ไขมันจากพืช  และสัตว์  อาหารหลักหมู่นี้เมื่อร่างกายย่อยจะให้สารอาหารประเภทไขมัน  ให้ประโยชน์ด้านพลังงาน

images

 

 

พืชผัก  และผลไม้สมุนไพร

พืชผัก  และผลไม้สมุนไพร  เป็นพืชที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิด  และวิธีใช้พืชสมุนไพรนั้นๆ

ความสำคัญของอาหาร

อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นต่อชีวิต  ที่ช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโต  แข็งแรง  สมบูรณ์  สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆได้

fats

 

ประโยชน์ของอาหาร

อาหารที่เรารับประทานเข้าไป  เมื่อร่างกายย่อยแล้วจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้

  1. ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ สมอง  กระดูก  ผิวหนัง  เป็นต้น
  2. ให้พลังงานและความอบอุ่นต่อร่างกายในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเดิน  การเล่นกีฬาการทำงานบ้าน  การใช้ความคิด
  3. ช่วยซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่สึกหรอ
  4. สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายในการต้านทานโรคต่างๆ ทำให้คนเราไม่เจ็บป่วยง่ายๆ ช่วยทำให้การทำงานของอวัยวะภายในร่างกายทำงานเป็นปกติ

images

 

 

แหล่งที่มา  http://www.chs.ac.th/new/weerawan/result.html

อาหารและสารอาหาร

pppp

อาหารและสารอาหาร

อาหาร คือ สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปในร่างกาย แล้วมีผลทำให้ร่างกายมีพลังงานในการปฎิบัติกิจกรรมต่างๆในการทำงาน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ทำให้ร่างกายเจ็บป่วย

สารอาหาร คือสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของสารอาหาร สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

– สารอาหารประเภทให้พลังงาน ได้แก่ โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต

– สารอาหารประเภทไม่ให้พลังงาน ได้แก่ วิตามิน เกลือแร่ และน้ำ

สารอาหารที่ให้พลังงงาน

โปรตีน เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ทุกเซลล์ พบมากในเนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วชนิดต่างๆ ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย โปรตีนเป็นสารอินทรีย์ที่เป็นโครงสร้างของเยื่อกล้ามเนื้อของร่างกาย โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี

โปรตีนประกอบด้วย กรดอะมิโน หลายชนิดเรียงต่อกัน กรดอะมิโนแต่ละโมเลกุลประกอบด้วยธาตุหลัก 4 ธาตุ ได้แก่ คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน และไนโตรเจน นอกจากนั้นบางชนิดยังมีกำมะถันเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย

ประโยชน์ของโปรตีนที่มีต่อร่างกาย
1.สร้างความเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ให้แก่ร่างกาย

2.ให้พลังงานแก่ร่างกาย ในกรณีที่ร่างกายขาดพลังงาน จากคาร์โบไฮเดรตและไขมัน โดยโปรตีน 1 กรัม จะให้พลังงานประมาณ 4 แคลอรี่

3.สร้างน้ำย่อย ฮอร์โมน น้ำนม และสารภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกาย

4.ช่วยรักษาความสมดุลของน้ำในหลอดเลือด เนื้อเยื่อ และเซลล์ ถ้าร่างกายขาดโปรตีนนานๆ จะทำให้เลือดใสจาง น้ำจากเลือดจะถูดดูดซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดอาการบวม คนขาดโปรตีนจึงมีอาการบวมตามตัว

5.ช่วยรักษาความสมดุลของกรดและด่างของร่างกาย

ไขมัน 

ไขมัน สารอาหารประเภทไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง ประกอบด้วยกรดไขมันและ
กลีเซอรอล พบมากในไขมันจากพืช มันสัตว์ นม เนย ถั่ว กรดไขมันแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. กรดไขมันอิ่มตัว เป็นไขมันที่พบมากในเนื้อสัตว์ มันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง กุ้ง ปู นม และผลิตภัณฑ์จากนม ไขมันประเภทนี้ หากมีมากเกินไปจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน
2 .กรดไขมันไม่อิ่มตัว เป็นไขมันที่พบมากในถั่ว เต้าหู้ เห็ด น้ำมันพืช (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม) ช่วยลดการดูดซึมไขมันอิ่มตัว ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน
สำหรับไขมัน 1 กรัม จะให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี สารอาหารประเภทไขมันช่วยให้อาหารมีรส กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่ดีขึ้น ช่วยในการดูดซึมวิตามิน เอ ดี อี และ เค ไขมันที่มีมากเกินความต้องการของร่างกายจะถูกสะสมเป็นชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายใน ป้องกันการสูญเสียความร้อนของร่างกาย

ดาวน์โหลด

ประโยชน์ของไขมัน

1.ให้พลังงานแก่ร่างกาย
2.ช่วยการดูดซึม วิตามิน A,D,E,K
3.เป็นส่วนประกอบของเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกาย
4.ช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อน ทำให้ผิวชุ่มชื่น ไม่แตกแห้ง
5.ให้กรดไขมันจำเป็นแก่ร่างกาย

โปรตีน

โปรตีน สารอาหารประเภทโปรตีน เป็นสารอาหารที่มีในร่างกายมากเป็นที่สองรองจากน้ำ มี
หน่วยย่อยที่เล็กที่สุด คือกรดอะมิโน ซึ่งมีประมาณ 12 -22 ชนิด แบ่งเป็น กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย
สารอาหารประเภทโปรตีนมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างสารควบคุมการทำงานของร่างกาย เช่น ฮอร์โมน และเอนไซม์ รักษาดุลยภาพของสารต่างๆ ในร่างกาย ให้พลังงานและความร้อน เช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตัน และสร้างภูมิคุ้มกันโรค โปรตีนจะพบมากในไข่ นม เนื้อสัตว์ ถั่ว ข้าว ข้าวโพด ผักและผลไม้บางชนิด โปรตีนในเนื้อสัตว์เป็นโปรตีนที่สมบูรณ์เพราะมีกรดอะมิโนครบตามความต้องการของร่างกาย แต่หากผู้ใดไม่รับประทานเนื้อสัตว์ก็สามารถรับประทานอาหารประเภทถั่ว ข้าวโพด ผัก และผลไม้ชดเชยได้ แต่อาหารประเภทนี้ก็จะมีกรดอะมิโนไม่ครบตามที่ร่างกายต้องการ โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี

26_20120426145914.

ประโยชน์ของโปรตีน
1.สร้างความเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ให้แก่ร่างกาย
2.ให้พลังงานแก่ร่างกาย ในกรณีที่ร่างกายขาดพลังงาน จากคาร์โบไฮเดรตและไขมัน โดยโปรตีน 1 กรัม จะให้พลังงานประมาณ 4 แคลอรี่
3.สร้างน้ำย่อย ฮอร์โมน น้ำนม และสารภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกาย
4.ช่วยรักษาความสมดุลของน้ำในหลอดเลือด เนื้อเยื่อ และเซลล์ ถ้าร่างกายขาดโปรตีนนานๆ จะทำให้เลือดใสจาง น้ำจากเลือดจะถูดดูดซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดอาการบวม คนขาดโปรตีนจึงมีอาการบวมตามตัว
5.ช่วยรักษาความสมดุลของกรดและด่างของร่างกาย

สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน

วิตามิน   เป็นสารอินทรีย์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก  แต่มีโครงสร้างค่อนข้างซับซ้อนจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต ซึ่งร่างกายต้องการน้อยมากแต่ถ้าขาดไปจะทำให้ร่างกายผิดปกติ  วิตามินมีหน้าที่ควบคุมการทำงานต่างๆ ในร่างกายให้เป็นปกติ  โดยมีบทบาทในปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์ทำงานร่วมกันเอนไซม์  วิตามินส่วนใหญ่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นเองไม่ได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารที่มีวิตามินหรือสารตั้งต้นในการสังเคราะห์วิตามิน

 

vitamin

วิตามินจำแนกตามสมบัติการละลาย  ได้ 2 กลุ่ม คือ

1.วิตามินที่ละลายในน้ำมัน (Fat-soluble vitamin) ได้เเก่  วิตามินเอ ดี อี และเค

2.วิตามินที่ละลายในน้ำ (Water-soluble vitamins)  ได้เเก่  บี1,บี2,บี3,บี6,บี12 และวิตามิน 16

น้ำ 

องค์ประกอบทางเคมี

น้ำเป็นสารอาหารประเภทอนินทรีย์ ประกอบด้วยธาตุไฮโดรเจน(H) และธาตุออกวิเจน (O) มีสูตรโมเลกุล คือ H2O

น้ำเปล่า

ความต้องการน้ำของร่างกาย

ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำประมาณร้อยละ 60-70 ของน้ำหนักตัว   น้ำที่ร่างกายได้รับมาจากน้ำ  เครื่องดื่ม  อาหาร  และผักผลไม้ ซึ่งบางชนิดที่มีน้ำมากกว่าร้อยละ 90 เช่น  กะหล่ำปลี มะเขือเทศ แตงโม โดยทั่วไปผู้ใหญ่ควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร หรือประมาณ 6-8 แก้;ว

น้ำ 

องค์ประกอบทางเคมี

น้ำเป็นสารอาหารประเภทอนินทรีย์ ประกอบด้วยธาตุไฮโดรเจน(H) และธาตุออกวิเจน (O) มีสูตรโมเลกุล คือ H2O

ความต้องการน้ำของร่างกาย

ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำประมาณร้อยละ 60-70 ของน้ำหนักตัว   น้ำที่ร่างกายได้รับมาจากน้ำ  เครื่องดื่ม  อาหาร  และผักผลไม้ ซึ่งบางชนิดที่มีน้ำมากกว่าร้อยละ 90 เช่น  กะหล่ำปลี มะเขือเทศ แตงโม โดยทั่วไปผู้ใหญ่ควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร หรือประมาณ 6-8 แก้ว

1. เป็นส่วนประกอบที่มีมากที่สุดในร่างกาย มีอยู่ 2 ใน 3 ของน้ำหนักตัว โดยส่วนประกอบของส่วนต่างๆ ในร่างกาย เช่น เลือด น้ำเหลือง ตับ ไต เนื้อ

2. ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่

3.เป็นสารที่ช่วยให้กระบวนการทางเคมีในร่างกายดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เช่น การย่อยอาหาร ทั้งประเภทคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ได้อาหารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กลงที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้

4.ช่วยในการลำเลียงสารต่างๆ ในร่างกาย เช่น การลำเลียงอาหาร การไหลเวียนของเลือด และยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย เช่น ปัสสาวะ เหงื่อ

5.มีความเกี่ยวข้องกับสมดุลของความเข้มข้นของสารละลายในร่างกาย

6.ช่วยในการขับถ่ายกากอาหารและของเสีย เช่น การขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ

 

แหล่งอ้างอิง : http://www.mu.ac.th/e-quizmarie/html/1098/science.htm

http://www.nakhamwit.ac.th/pingpong_web/food.htm

http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type2/science04/12/mainprotin4.html

อาหารและสารอาหาร

              อาหาร  หมายถึง สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย

                      อาหารหลัก 5 หมู่     อาหารชนิดต่างๆ ที่เรารับประทานเข้าไป เมื่อร่างกายย่อยแล้วจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายในด้านพลังงาน  ความอบอุ่น การเจริญเติบโต การต้านทานโรค และช่วยในการซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกายที่สึกหรอ 

สามารถแบ่งออกเป็นหมู่หลักๆได้  5 หมู่

  • หมู่ที่ 1 โปรตีน (เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว)
  • หมู่ที่ 2 คาร์โบไฮเดรต (ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน)
  • หมู่ที่ 3 เกลือแร่หรือแร่ธาตุ (พืชผัก)
  • หมู่ที่ 4 วิตามิน (ผลไม้)
  • หมู่ที่ 5 ไขมัน (ไขมันจากพืชและสัตว์)

     

 

           สารอาหาร ที่ดีต้องประกอบไปโดย โปรตีน คาร์โบไอเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และน้ ำ มีประโยชน์ที่แตกต่างกัน ร่างกายต้องสารอาหารแต่ละประเภทที่แตกต่างกัน

ประเภทของสารอาหาร จำแนกออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

    • สารอาหารที่ให้พลังงาน
    • สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน
    • สารอาหารที่ให้พลังงาน

                    พลังงานที่ร่างกายต้องการจากสารอาหาร 3 ประเภท ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน

    • สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน

              ได้แก่วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ สารอาหารเหล่านี้เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน แต่ร่างกายก็ขาดไม่ได้ วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ จำเป็นต่อร่างกาย

 

http://www.nakhamwit.ac.th

http://info.muslimthaipost.com

 

 

 

อาหารและสารอาหาร

 อาหารและสารอาหาร

             สิ่งมีชีวิตดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยพลังงานจากอาหาร พืชสร้างอาหารได้ด้วยกระบวนการสังเคราะห์แสง ส่วนคนและสัตว์ไม่สามรถสร้างอาหารเองได้ แต่ได้รับสารอาหารจากการกินพืชและสัตว์ การกินอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ได้สัดส่ววน เหมาพกับเพศและวัย สภาพร่างกาย ที่สำคัญคือการกินอาหารที่สะอาดและปลอดภัย จะทำให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานเป็นปกติ

  อาหาร (food) คือ สิ่งที่เรารับประทานได้โดยปลอดภัยและให้สารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ในประเทศไทยมักจำแนกเป็น 5 หมู่ หรือ 5 กลุ่ม เพื่อเป็นแนวทางให้คนไทยบริโภคอาหารที่หลากหลายและครบส่วน อาหาร 5 หมู่ ได้แก่

หมู่ที่ 1 ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน

หมู่ที่ 2 ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ถั่ว ไข่

หมู่ที่ 3 ได้แก่ ไขมันและน้ำมัน

หมู่ที่ 4 ได้แก่ ผัก

หมู่ที่ 5 ได้แก่ ผลไม้

   สารอาหาร (nutrient) เป็นสารที่ร่างกายสามารถใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต จำแนกตามองค์ประกอบทางเคมีเป็น 6 ประเภท คือ คาร์โบไฮเดรต  โปรตีน ลิพิด วิตามิน  แร่ธาตุ และน้ำ

คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) เป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ส่วนใหญ่ของคาร์โบไฮเดรตที่มนุษย์ได้รับมาจากอาหารจำพวกน้ำตาลและแป้ง ซึ่งมีมากในธัญพืช ถั่ว และผักผลไม้ คาร์โบไฮเดรตประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจนและออกซิเจน  จับตัวกันเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว  น้ำตาลโมเลกุลคู่ และคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ การตรวจสอบน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวใช้สารละลายเบเนดิกต์ส่วนการตรวจสอบคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่พวกแป้งใช้สารละลายไอโอดีน

โปรตีน (protein) เป็นส่วนประกอบสำคัญของอวัยวะและเซลล์ทุกเซลล์ ช่วยสร้างเสริมการเจริญเติบโตและซ่อมแซมเซลล์ และเป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน โปรตีนมีบทบาทสำคัญโดยเป็นเอนไซม์  ฮอร์โมน แอนติบอดี  อาหารที่พบโปรตีนมากได้แก่ เนื้อสัตว์  ไข่ นมและถั่ว โปรตีนประกอบด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน  ออกซิเจน และไนโตรเจน เป็นธาตุหลักจับกันเป็นกรดอะมิโน ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของโปรตีน กรดอะมิโนหลายโมเลกุล จับกันเป็นโปรตีนที่มีโมเลกุลใหญ่ขึ้น

วิตามิน (vitamin) เป็นสารอินทรีย์ที่มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบต่างๆ ร่ายกายต้องการปริมาณไม่มาก แต่เมื่อขาดวิตามิน จะส่งผลให้เกิดภาวะผิดปกติเนื่องจากความบกพร่องของกระบวนการเคมีในร่างกาย แหล่งที่พบ ความสำคัญ ตลอดจนผลจากการขาดวิตามินชนิดต่างๆ

อ้างอิงจาก:http://secondsci.ipst.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=104:2010-10-27-03-55-57&catid=19:2009-05-04-05-01-56&Itemid=34

โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องกระดาษสาจากเปลือกใบเตยหอม

ชื่่อโครงงาน กระดาษสาจากใบเตย

รายชื่อผู้ทำโครงงาน ด.ญ.นันทิกานต์  สินพิทักษ์

ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา อ.สราวุธ สุธีรวงค์

ที่มาเเละความสำคัญ ของโครงงาน

               ใบเตยหอมเป็นพืชสมุนไพร  ในอดีตนิยมนำใบเตยหอม มาประกอบอาหารและทำขนมหวานใช้แต่งกลิ่นเวลาหุงข้าวเจ้าและข้าวเหนียว  หรือนำไปแต่งกลิ่นและสีของขนม  จะเห็นได้ว่าเราใช้สมุนไพรเตยหอมมากมาย  ใบเตยมักจะขึ้นในที่ชื้นแฉะใกล้น้ำ  ใบจะงอกจากลำต้นเรียงเวียนแน่นรอบลำต้น  มีสีเขียว  รูปเรียวยาวคล้ายหอกและมีกลิ่นหอมเย็น  ไม่มีดอก  ขยายพันธุ์โดยใช้หน่อ  ใบเตยมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ  ช่วยลดการกระหายน้ำเพราะเมื่อเรารับประทานน้ำใบเตยจะรู้สึกชื่นใจและชุ่มคอกระดาษสาเป็นกระดาษชนิดหนึ่ง  ที่ทำมาจากต้นกระดาษสาซึ่งต้นปอสา เป็นพืชเส้นใยในตระกูลเดียวกับหม่อนและขนุนนิยมปลูกมากในภาคเหนือ  ต่อมา ได้มีการพัฒนากระดาษสาทำเป็นลวดลายและมีสีต่างๆ อย่างหลากหลาย แล้วนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย  เช่น ทำกล่องกระดาษ  ที่คั่นหนังสือ  กระดาษห่อของขวัญ ปกสมุดไดอารี่  ถุงกระดาษ  ฯลฯ 

ในปัจจุบันกระดาษสานอกจากจะมีราคาแพงและมีความสวยงามแล้ว  ยังเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค คณะผู้จัดทำจึงมีแนวคิดที่จะนำใบเตยมาทำเป็นกระดาษสา  เพราะใบเตยเป็นพืชที่มีเส้นใยสูง  จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาทำเป็นกระดาษสาเหมือนกับวัสดุธรรมชาติอื่น ๆ

 

วัตถุประสงค์

1.   เพื่อหาสูตรที่เหมาะสมสำหรับการทำกระดาษสาจากใบเตยหอมโดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ กระดาษโรเนียว และกระดาษกล่องเป็นส่วนผสม 

2.   เพื่อเปรียบเทียบสีที่เหมาะสมการทำกระดาษสา

 

ตัวแปรที่ทำการโครงงาน

         1.   ตัวแปรต้น ได้แก่  การทำกระดาษสา
           2.   ตัวแปรตาม  ได้แก่
                   2.1    คุณภาพของกระดาษสา
                  2.2    สูตรหรืออัตราส่วนที่เหมาะสมของส่วนผสมที่ใช้ทำกระดาษสา

          3.ตัวแปรควบคุม ได้แก่ ใบเตยหอม

 

วัสดุ  อุปกรณ์

    1.   มีด
    2.   กระดาษหนังสือพิมพ์
    3.   กรรไกร
    4.   กระดาษโรเนียว
    5.   เครื่องปั่น
    6.   กระดาษกล่อง
    7.   ปลั๊กไฟ                   
    8.   ตะแกรงไนล่อน ( เฟรม )
    9.   อ่างน้ำ    
   10.   กะละมัง

 11.   สีโปสเตอร์
   12.   สีย้อมผ้า
   13.   ผ้าขาวบาง
   14.   สีผสมอาหาร
   15.   กระชอน
     16.   หม้อ
     17.   เตาไฟ
     18.   เครื่องชั่ง
     19.   พืชที่ใช้ทดลอง  ได้แก่  ใบเตยหอม

วิธีการทดลอง

    วิธีทำ 

1.   นำใบเตยหอมจำนวน 1,000 กรัม มาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำใบเตยหอมมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร
          2.   นำใบเตยหอมที่หั่นแล้วมาปั่นให้ละเอียดจนเกิดใย ซึ่งใช้เวลาในการปั่นประมาณ   นาที
          3.   นำใบเตยหอมที่ปั่นแล้วมาผสมกับกระดาษโรเนียวที่เตรียมไว้ในอัตราส่วน
200 : 50
  ( ใบเตย 200 กรัม กระดาษโรเนียว 50 กรัม ) จากนั้นก็นำไปปั่นต่อประมาณ 5 นาที
          4.   เมื่อปั่นเสร็จแล้วนำส่วนผสมที่ได้ไปใส่ตระแกรงไนล่อนขนาดกว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 45 เซนติเมตร ( ขนาดตระแกรงขึ้นอยู่กับกระดาษที่ต้องการ ) จากนั้นนำไปร่อนในอ่างน้ำเพื่อให้เยื่อลอยตัวและกระจายตัวออกจากกันอย่าง สม่ำเสมอ
          5.   นำตะแกรงไนล่อนไปตากแดดประมาณ 1 วัน กระดาษสาจะแห้งติดกันเป็นแผ่นจึงลอกกระดาษสาออกจากตะแกรงไนล่อน

บันทึกผลการทดลอง
1. ด้านละเอียดและหยาบของเส้นใยและเนื้อเยื่อของกระดาษ
2. ความเหนียวของกระดาษสา บันทึกโดยชุดทดลองแรงดึงต้านทานโดยการใช้แรต้านทานกับกระดาษ โดยเพิ่มนำหนักถุงทรายทีละ 100 กรัม
3. การดูดซับโดยใช้น้ำมันพืชหยดลงบนกระดาษแล้ว ดูการกระจายเป็นเส้นผ่านศูนย์กลางน้ำมันที่กระจายตัวบนกระดาษที่ซับน้ำมันไว้

ผลการศึกษา

ตอนที่  1  การหาสูตรที่เหมาะสมการทำกระดาษสาจากการทดลองคณะผู้จัดทำได้ทำการทดลองหาสูตรที่เหมาะสมกับการทำกระดาษสา  ได้ใช้กระดาษโรเนียว  กระดาษกล่องและกระดาษหนังสือพิมพ์  โดยมีใบเตยหอมเป็นตัวควบคุม   ผลการทดลองปรากฏ  ดังตาราง  1ตาราง  แสดงผลการทดลองการผสมใบเตยหอมกับกระดาษชนิดต่าง ๆ

กลุ่ม ประเภท ปริมาณใบเตยหอม
( กรัม )
ปริมาณกระดาษ 
( กรัม )
ผลการทดลอง
1 กระดาษโรเนียว 200 50 ดี
2 กระดาษกล่อง 200 50 ปรับปรุง
3 กระดาษหนังสือพิมพ์ 200 50 ดีมาก
4 ใบเตยหอม ( ตัวควบคุม ) 200 พอใช้

 

สรุปผลและข้อเสนอแนะ

  1. กระดาษสาที่ผลิตจากใบเตยหอมกับกระดาษหนังสือพิมพ์  อัตราส่วน  200   : 50  กรัม  เป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุดในการทำเป็นกระดาษสา  รองลงมาคือ  ใบเตยหอมกับกระดาษโรเนียว  และใบเตยหอมกับกระดาษกล่อง  ตามลำดับโดยใช้ใบเตยหอมเป็นตัวควบคุม ( control )
  2. สีที่เหมาะสมการทำกระดาษสาที่มีคุณภาพดีที่สุด  ได้แก่  สีย้อมผ้า  รองลงมาคือ  สีโปสเตอร์และสีผสมอาหาร  ตามลำดับ  โดยใช้ปริมาณสีของกระดาษแต่ละประเภทที่เท่ากัน  จำนวน  15  กรัม

ข้อเสนอแนะ

  1. การหาสูตรที่เหมาะสมควรจะหาวัสดุที่มีความหลากหลายและแตกต่างกันหลาย ๆ  ชนิด
  2. ควรนำกระดาษสาที่ผลิตได้  ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ประโยชน์ให้มากกว่านี้

 

อาหารและสารอาหาร

vegan-pyramid

สารอาหาร
อาหาร หมายถึง สิ่งที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่เป็นโทษต่อร่างกายและมีประโยชน์โดยทำให้ร่างกายดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข และให้พลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งพลังงานเหล่านี้นำมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ประกอบด้วยสารอาหารหลายประเภท คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่
สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบในอาหารนั้นมีมากมายหลายชนิด จะรวมเรียกว่า “สารอาหาร” การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการจะพิจารณาจากปริมาณของสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารนั้นๆ มากที่สุดเป็นหลัก ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ ดังนี้ คือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เหล่านี้เมื่อรับประทานเข้าไปจะถูกเผาผลาญให้เกิดเป็นพลังงานและความร้อนเพื่อนำไปใช้ควบคุมการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น การเดิน การวิ่ง การยืน การนอน การหายใจ เป็นต้น ซึ่งหากแบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

– กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน

– กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน

– กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน

สารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน อาหารทั้งหมดในกลุ่มนี้จัดเป็นสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อร่างกาย และจะขาดไม่ได้

1.โปรตีน เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว โปรตีน ถือว่าเป็นธาตุอาหารที่สำคัญที่สุดในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โปรตีน เป็นสารอินทรีย์ ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ของ สายยาวของกรดอะมิโน (amino acid) ในแง่โภชนาการ โปรตีนเป็นสารอาหาร ที่ให้พลังงาน โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี (calorie) โปรตีนเป็นส่วนประกอบของร่างกาย ที่มีปริมาณมากเป็นอันดับสองรองจากน้ำ โดยเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของเซลสิ่งมีชีวิต เช่น เอนไซม์ (enzyme) ฮอร์โมน ซึ่งจำเป็นต่อการทำงาน และการดำรงชีวิต มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการเสริมสร้างเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอของสัตว์

ประโยชน์ของโปรตีน : ช่วนในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างกระดูก กล้ามเนื้อ น้ำย่อย ฮอร์โมน
– ประโยชน์ต่อเซลล์ผิว มีหน้าที่สร้างใยคลอลาเจนใต้ชั้นผิวหนังในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น และช่วยเชื่อมประสานแต่ละเซลล์ให้ยืดติดกันเป็นเนื้อเดียว ทั้งช่วยปกป้องริ้วรอยก่อนวัยได้ และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์ผมและเล็บของเราอีกด้วย
– ประโยชน์ต่อระบบกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อทุกมัดมีโครงสร้างพื้นฐานจากกรดอะมิโนหลากหลายชนิดเรียงร้อยกันเป็นมัดกล้าม ดังนั้นโปรตีนคุณภาพจึงมีความสำคัญในการสร้ามเนื้อให้แข็งแรง
– ประโยชน์ต่อการฟื้นตัวของร่างกายและระบบภูมิต้านทาน โปรตีนคุณภาพมีส่วนช่วยในการทดแทนเซลล์ที่สูญเสียไปในแต่ละวัน ช่วยลดกลไกการแข็งตัวของเลือด รวมทั้งเป็นส่วนประกอบหลักของภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย
– ประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร เนื่องจากอาหารที่เราทานเข้าไป ต้องใช้เอนไซม์หลายชนิด รวมถึงสารคัดหลั่งจากกระเพาะอาหาร ตับอ่อน และลำไส้เล็ก เพื่อช่วยแปรเปลี่ยนอาหารให้มีหน่วยเล็กลงและสามารถดูดซึมได้ง่าย หากร่างกายได้รับโปรตีนคุณภาพซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะช่วยให้อาหารต่างๆ ถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 อาหารหลัก 5 หมู่ โปรตีน

ตัวอย่างอาหารที่ให้โปรตีน
พืชสังเคราะห์โปรตีนได้จากไนโตรเจน ส่วนคนและสัตว์ชั้นสูงอาศัยกรดอะมิโนที่ได้รับจากอาหาร แหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญของมนุษย์และสัตว์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ (meat) นม (milk) ไข่ (egg) ถั่ว (legume) เช่น ถั่วเหลือง เมล็ดธัญพืช (cereal grain) นอกจากนี้ จุลินทรีย์ เช่น ยีสต์ สาหร่าย เห็ดหนอน แมลงที่กินได้ก็เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี

 

 

2.คาร์โบไฮเดรต ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) คือ สารประกอบอินทรีย์ เป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของมนุษย์ คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงานเท่ากับ 4 แคลอรี (calorie)

อาหารหลัก 5 หมู่ คาร์โบไฮเดรต

ประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต
– ให้พลังงานและความร้อน  (  1  กรัม  ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ )
– ช่วยสงวนโปรตีนให้ร่างกายนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์มากที่สุด
– คาร์โบไฮเดรตที่เหลือใช้   เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้

ตัวอย่างอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรต
ได้แก่ เมล็ดธัญพืชแป้ง สตาร์ซ น้ำตาลข้าว ขนมปัง ข้าว

 

 

3.เกลือแร่หรือแร่ธาตุ เป็นสารอาหารอีกประเภทหนึ่งที่ร่างกายต้องการและขาดไม่ได้เพราะแร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนประกอบของอวัยวะและกล้ามเนื้อบางอย่าง  เช่น  กระดูก  ฟัน  เลือด  บางชนิดเป็นส่วนของสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน  เฮโมโกลบิน  เอนไซม์  เป็นต้น  นอกจากนี้แร่ธาตุยังช่วยในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำหน้าที่ปกติ  เช่น  ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท  การแข็งตัวของเลือด  และช่วยควบคุมสมดุลของน้ำในการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย

อาหารหลัก 5 หมู่ เกลือแร่

ประโยชน์ของแร่ธาตุ
ช่วยในเรื่อง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฟัน ช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส ช่วยให้ระบบการย่อย และการขับถ่ายเป็นปกติ
ตัวอย่างอาหารที่ให้แร่ธาตุ
พืช ผัก ชนิดต่างๆ

4.วิตามิน เป็นสารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้ ถ้าขาดจะทำให้ระบบร่างกายของเราผิดปกติ หรือเกิดโรคต่างๆได้ วิตามินแบ่งออกเป็น 2 พวก ได้แก่
– วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบีรวม
– วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค

อาหารหลัก 5 หมู่ วิตามิน

ประโยชน์ของวิตามิน
บำรุงสุขภาพของผิวหนังให้สดชื่น  บำรุงสุขภาพปาก  เหงือก  และฟัน ช่วยให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ
ตัวอย่างอาหารที่ให้วิตามิน
ผลไม้ชนิดต่างๆ

 

5.ไขมัน ที่ให้พลังงานที่มีส่วนประกอบหลักคือที่ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ไขมัน 1 กรัมให้พลังงาน 9แคลอรี (calorie) ขณะที่โปรตีน และคาร์โบไฮเดรท ให้พลังงาน 4 แคลอรี

ประโยชน์ของไขมัน
พลังงานและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ช่วยในเรื่องการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน  ได้แก่  วิตามินเอ  วิตามินอี  วิตามินดี  และวิตามินเค  นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการป้องกันการกระทบ กระเทือนของอวัยวะภายในอีกด้วย

อาหารหลัก 5 หมู่ ไขมัน

ตัวอย่างอาหารที่ให้ไขมัน
– ไขมันเป็นอาหารสำคัญที่มีความจำเป็นต่อร่างกายและเป็น 1 ในอาหาร 5 หมู่ ที่มีประโยชน์ นอกเหนือจากโปรตีน คาร์โบไฮเดรท วิตามินและเกลือแร่
– ไขมันช่วยในการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน (Fat soluble Vitamins) เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
– ไขมันให้พลังงานแก่ร่างกายที่สูงที่สุดคือ 9 แคลอรี่ต่อ 1 กรัมของไขมัน ช่วยทำให้ร่างกายมีพลังงานที่จะทำงานและประกอบกิจวัตรประจำวัยได้ตามปกติ
– ไขมันช่วยปกป้องและกันความร้อน รวมทั้งคอยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน (Thermal Insulator) ของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกาย
– ไขมันช่วยเป็นเสมือนกันชนให้ร่างกาย คือช่วยป้องกันการกระเทือนของอวัยวะภายในร่างกาย ที่เกิดจากแรงกระแทกหรือการเคลื่อนไหวอย่างแรงของร่างกาย ซึ่งคอยป้องกันการบาดเจ็บของอวัยวะภายในร่างกาย
– ไขมันเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อประสาทนั่นคือ เส้นประสาทของคนเราจะมีไขมันเป็นส่วนประกอบในอัตราที่สูง โดยเฉพาะจะหุ้มเส้นประสาท ช่วยในการป้องกันเส้นประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อถูกสั่งจากสมองไปยังกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
– ไขมันเมื่อรวมกับโปรตีนก็คือ ไลโปโปรตีน (Lipoproteins) จะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะผนังเซลล์และไมโตคอนเดรีย ส่วนนี้มีประโยชน์สำหรับคนเรามาก เพราะร่างกายของเราประกอบเป็นตัวตนด้วยเซลล์หลายๆ ล้านเซลล์ และเซลล์ของร่างกายเรา จะผลิตทุกวันเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นั่นคือ ถ้าขาดไขมัน ผนังเซลล์ของร่างกายเราก็จะอ่อนแอ เซลล์ที่ตายไปก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้

แหล่งที่มา

http://www.mu.ac.th/e-quizmarie/html/1098/science.htm

http://www.thaifoodworld.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%815%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88/

 

1 378 379 380 381 382 387